ฟังไปแล้ว MUSIC TO BE MURDERED BYของดีแต่ไม่ที่สุดของเอมิเน็ม

SHARE THIS
  • 71
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    71
    Shares

MUSIC TO BE MURDERED BY / Eminem
[Shady/ Aftermath/ Interscope Records]

อัลบัมสุดเซอร์ไพรส์จากเอมิเน็ม ที่จู่ๆ ก็ปล่อยออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เหมือนๆ กับอัลบัมชุดก่อนหน้า Kamikaze เมื่อปี 2018 ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ไม่ต่างกัน

แต่ถึงจะมากันแบบไม่ให้แฟนๆ รู้เนื้อรู้ตัว ความสำเร็จก็ไม่ต่างไปจากงานชุดก่อนๆ เมื่อเปิดตัวด้วยอันดับ 1 ในชาร์ทอัลบัมบิลล์บอร์ด 200 ซึ่งทำให้เอมิเน็มเป็นศิลปินรายแรก ที่มีอัลบัมเปิดตัวอันดับ 1 ในชาร์ทถึง 10 ชุดรวดในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในหกศิลปินที่มีอัลบัมอันดับ 1 อย่างน้อยสิบชุด

โดยยังไม่ต้องไปว่ากันถึงเรื่องเพลง กับ Music to Be Murdered By ความน่าสนใจก็มีตั้งแต่ชื่ออัลบัมและภาพปก เมื่อชื่อชุดรวมถึงปกอีกแบบหนึ่งของงานชุดนี้ ที่เป็นอัลบัมหมายเลข 11 ของเอมิเน็มแล้ว ต่างมีคอนเส็ปท์ร่วมกับอัลบัม Alfred Hitchcock Presents Music to Be Murdered By ของอัลเฟร็ด ฮิทช์ค็อค เมื่อปี 1958 ซึ่งเป็นอัลบัมชุดแรกและชุดเดียวของปรมาจารย์หนังเขย่าขวัญรายนี้

ถือว่าสามารถเรียกร้องความสนใจได้ดี ในแบบที่ทำให้อยากรู้ว่า ในงานชุดนี้เอมิเน็มจะเล่นกับเรื่องอะไร หลังจากใส่กับแร็ปเปอร์รุ่นน้องในแบบดับเครื่องชนไปแล้วจากงานชุดก่อนหน้า แล้วเมื่อไล่เรียงฟังเพลงในอัลบัม เอมิเน็มยังใส่เสียงพูดของฮิทช์ค็อคเข้ามาเป็นเพลง “Alfred (Interlude)” และ “Alfred (Outro) อีกด้วย โดยจากข้อมูลที่มีอยู่บนโลกออนไลน์ ทั้งอัลบัมของฮิทช์ค็อคและเอมิเน็ม ล้วนจบลงด้วยเสียงของฮิทช์ค็อคที่บอกว่า “If you haven’t been murdered, I can only say better luck next time. If you have been, goodnight, wherever you are.”

หากก็ต้องบอกว่าน่าผิดหวังเล็กน้อย ที่ตัวเพลงในอัลบัม Music to Be Murdered By ที่จัดเต็มอัดแน่นทำเป็นอัลบัมคู่ ไม่ได้ให้ความรู้สึกกระตุกโสตแรงๆ แบบที่ภาพปกและชื่ออัลบัมทำได้ โดยเฉพาะในเรื่องงานดนตรี ที่ในแง่ความเป็นป็อปสำหรับคอเพลงทั่วไป ถือว่าดร็อปจากที่เคยเป็น ส่วนเรื่องความสดของเพลงไม่ว่าจะเป็นในเรื่องอารมณ์ดนตรี หรือความซับซ้อนของงาน ความล้ำหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้ ‘ว้าว!’ ในหู ก็ถือว่าทำได้ไม่ถึงขนาดนั้น

ยกเว้นการแร็ปในท่อนหนึ่งของเพลง “Godzilla” ที่เอ็มโชว์สปีดระดับเทพ ด้วยการแร็ปถึง 10.65 พยางค์ต่อวินาที กลายเป็นการแร็ปที่เร็วที่สุดในโลก เอาชนะสถิติเดิมที่ตัวเองทำไว้ 10.3 พยางค์ต่อวินาที เมื่อคราวไปแร็ปในเพลง “Majesty” ของนิคกี มินาจตอนปี 2013 ซึ่งตอนนั้นก็เป็นการทำลายสถิติที่ตัวเองอีกนั่นแหละครองอยู่ จากการแร็ปในเพลง “Rap God” ด้วยความเร็ว 9.6 พยางค์ต่อวินาที

ได้ยินแล้วก็ถึงกับอึ้ง เพราะสามารถแร็ปด้วยความเร็วขนาดนั้น แล้วยังฟังพอเป็นคำ เป็นประโยคได้อีกต่างหาก

แต่ถ้าพูดกันถึงเรื่องเนื้อหา เรื่องราวในเพลง ก็ว่าเอมิเน็มไม่ได้เหมือนกัน เพราะยังคมคาย ฟังสนุก มีทั้งเรื่องเล่าของตัวเอง เรื่องประเด็นทางสังคม เรื่องกัด-จิก-หยิก-ตี ผู้คน ที่มีทั้งนำเสนออย่างจริงจัง ทั้งแฝงอารมณ์ขันแบบตลกร้าย หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า กวน Teen ถือว่ามาครบรสครบเรื่องก็ว่าได้ อย่าง “Unaccommodating” ที่พูดกระทบกระเทียบศิลปินแร็ปรุ่นหลังๆ เอ็มก็เปรียบตัวเองเป็นตัวร้ายในโลกภาพยนตร์ ส่วน “Godzilla” ก็วาดภาพตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์อมตะจากญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว โดยคอนเส็ปท์ก็ไม่ต่างไปจากที่เคยวาดมาก่อนในเพลง “Rap God” ที่ตอกย้ำด้วยความเจ๋งของตัวเอง จากการโชว์สปีดการแร็ป ว่า ข้านี่ละผู้ยิ่งใหญ่ในโลกของแร็ป

ที่ตลกก็คือ กับการหยิก-หยอก-กัดทั้งหลาย ดูมีอารมณ์ขัน เป็นทีเล่นทีจริงกว่างานชุดก่อน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจะก่อสงครามกันเลยทีเดียว

ที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ “Darkness” ที่พูดถึงเรื่องการกราดยิงที่ลาสเวกัสเมื่อปี 2017 โดยเป็นมุมมองของตัวฆาตกร สตีเฟน แพ็ดด็อค และเอาประโยคนำของเพลง “Sound of Silence” ที่ว่า “Hello, Darkness, My Old Friends” รวมถึงบางท่อนของเพลง มาใช้บ่งบอกถึงสภาพจิตใจของตัวมือสังหาร ก่อนที่จะจบเพลงด้วยการรายงานข่าวการกราดยิงในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ซานตาเฟ-เท็กซัส, แคลิฟอร์เนียตอนใต้, ฮุสตัน ฯลฯ ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นถึงปัญหาเรื่องนี้ ที่แพร่ออกไปราวกับโรคระบาดทั่วสหรัฐอเมริกาก็ว่าได้

ขณะที่ “Leaving Heaven” ก็คือเพลงที่แสดงถึงด้านที่สงบของเอ็ม ที่กลับไปเล่าถึงชีวิตในอดีตและไล่มาถึงในทุกวันนี้ รวมไปถึงพ่อที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังแบเบาะ ที่หากเทียบกับ “Stepdad” อีกเพลงที่พูดถึงชีวิตครอบครัวของเอมิเน็มแล้ว เพลงแรกดูจะคลี่คลายมากกว่าเพลงหลังไม่น้อยเลย

แม้จะไม่มีเพลงที่เซนส์ป็อปแรงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความ Music to Be Murdered By จะปราศจากเพลงเพราะๆ ให้ได้ฟัง อย่างน้อย “Leaving Heaven” ก็อยู่ในข่ายนั้น รวมไปถึง “Never Love Again” กับ “No Regrets”

และก็ไม่ได้หมายความว่า เซนส์แบบป็อปของตัวเจ้าของอัลบัมนั้นเหือดหาย เพราะท่วงทำนองของหลายๆ เพลงในอัลบัม รวมไปถึงลูกเล่นต่างๆ ที่ทำให้เพลงมีเสน่ห์ มีความแตกต่าง น่าจะเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าหนนี้กับอัลบัมชุดนี้ เอ็มอาจจะใส่ใจหรือเล่นสนุกกับอย่างอื่นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเนื้อร้อง เรื่องที่เล่า รวมไปถึงคอนเส็ปท์ที่ใช้ หรืออาจจะยังเพลินกับสิ่งที่ทำในอัลบัม Kamikaze เลยขอต่อยอดมาอีกดอกสักนิด ก็น่าจะเป็นไปได้

ถึงจะไม่ว้าว หรือติดหูติดใจมากมาย แต่ท้ายที่สุดด้วยเนื้อหาและลีลาที่มี งานที่น่าจะทำขึ้นมาด้วยอารมณ์คลี่คลายชุดนี้ ก็อยู่ในข่ายของดีแต่ไม่ที่สุดของเอมิเน็มอยู่ดี

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน กุมภาพันธ์ 2563


SHARE THIS
  • 71
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    71
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On