ฟังไปแล้ว – No. 6 Collaborations Project อัลบัมแห่งการร่วมใจของเอ็ด ชีแรน

SHARE THIS
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

มี “I Don’t Care” ที่ทำร่วมกับจัสติน บีเบอร์ เป็นซิงเกิลนำร่องที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ 10 พฤษภาคม 2562 หลังมาเปิดคอนเสิร์ทในบ้านเราหนที่สอง ในสนามกีฬารัชมังคลาฯ เวนูที่ระเบิดระเบ้อกว่าครั้งแรก อิมแพ็คท์ อารีนา ได้ไม่กี่วัน อีกราวๆ สองเดือนถัดมา ชีแรนก็ปล่อยอัลบัมชุดที่สี่ของตัวเอง ในชื่อ No.6 Collaborations Projectซึ่งเป็นงานสานต่ออีพีชุด No.5  Collaborations Project ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงเมเจอร์อย่างแอทแลนติค/ วอร์เนอร์ เลยด้วยซ้ำ 

“ก่อนที่ผมจะได้เซ็นสัญญาในปี 2011 ผมทำอีพีชุด No.5 Collaborations Project ออกมา แล้วนับจากนั้น ผมก็อยากทำงานแบบนั้นอีกสักชุดมาตลอด แล้วก็เริ่มทำอัลบัม No.6  จากคอมพิวเตอร์โน้ตบุคของตัวเองตอนออกทัวร์ ผมเป็นแฟนของศิลปินที่ผมได้ร่วมงานด้วย และมันก็เป็นเรื่องสนุกมาก ที่ได้ทำอัลบัมออกมา” ชีแรนโพสท์ไว้ในอินสตาแกรม 

โดยศิลปินที่มาทำงานร่วมกับเอ็ดในอัลบัมนี้ก็อย่าง จัสติน บีเบอร์ กับเพลง “I Don’t Care”, คามิลา คาเบโญ, เทรวิส สก็อทท์, เอ็มมิเน็ม, ฟิฟตี เซ็นท์, คาร์ดี บี, เปาโล ลอนดรา, ยัง ธัก, บรูโน มาร์ส รวมไปถึงแชนซ์ เดอะ แร็ปเปอร์, เย็บบา และ คริส สเตเปิลตัน

ซึ่งทำให้นอกจากจะเป็นงานชุดที่สี่ของหนุ่มผมสีแดงเพลิงรายนี้แล้ว No.6 Collaborations Project ก็ยังมีความเป็นอัลบัมชุดพิเศษด้วยเช่นกัน และจากชื่อชั้นของศิลปิน นี่คืองานในแบบรวมดาวชั้นดี จากกลุ่มศิลปิน ส่วนตัวเพลงก็ออกมาเป็นงานป็อปแบบฟังง่าย เข้าถึงได้ไม่ยาก เรียกได้ว่าฟังเพลินตั้งแต่ต้นจนเกือบจบก็ว่าได้

หากในเรื่องของความหวือหวา หรือลูกเล่นทางดนตรีที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ยามที่เปลี่ยนจากเพลงหนึ่งไปสู่เพลงหนึ่ง รวมไปถึงความสดของเพลงแต่ละเพลง คือสิ่งที่งานชุดนี้ขาดหาย เรื่องอารมณ์ของเพลง, โทนดนตรี ก็อยู่ในร่องรอยที่ละม้ายๆ กัน จนอาจจะทำให้รู้สึกเนือยๆ ยามที่ได้ฟังงานชุดนี้ เมื่อแทบทุกเพลงล้วนอยู่ในจังหวะจะโคน ลีลาดนตรีไม่ต่างกัน แม้จะมีเพลงป็อป-แร็ป สนุกๆ อย่าง “Antisocial” (กับเทรวิส สก็อทท์), “Remember the Name” (กับเอ็มมิเน็ม และเทรวิส สก็อทท์) มาแทรกแซมเป็นสีสัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึก ‘วาบ’ ขึ้นมาในการฟังได้

ทั้งที่ในความเป็นป็อปของเพลงแล้ว การผสมผสานแนวทางเฉพาะตัว หรือว่าเอกลักษณ์ของศิลปินแต่ละคนเข้ามาในงาน ก็ทำออกมาได้อย่างกลมกลืนลงตัว สัมผัสได้ทั้งความเป็นเอ็ด ชีแรน และสิ่งที่ทำให้ศิลปินที่มาร่วมงานในแต่ละเพลงกลายเป็นที่จดจำได้ 

ไม่ว่าจะเป็น ดนตรีที่ฟังล่องลอย เสียงร้องในแบบโซลยุคใหม่ ที่เข้าหาความเป็นป็อปของคาห์ลิดใน “Beautiful People” เพลงแรกของอัลบัม, “Cross Me” ที่มาพร้อมกับการร่ายที่มีสไตล์เฉพาะตัวของ แชนซ์ เดอะ แร็ปเปอร์ และดนตรีที่ไม่ต่างไปจากเพลงป็อป โดยเพลงนี้ยังมีพีเอ็นบี ร็อคอีกคนที่มาร่วมแจมกับชีแรน และแชนซ์ เดอะ แร็ปเปอร์ 

หรือ “Best Part of Me” การร่วมงานของชีแรนกับเย็บบา ที่ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเพลงบัลลาด เพราะๆ ที่หวานจับใจ

แต่ที่บอกว่าฟังเพลินตั้งแต่ต้นจน ‘เกือบ’ จบ และ ‘แทบ’ ทุกเพลงล้วนอยู่ในจังหวะจะโคน ลีลาดนตรีที่ไม่ต่างกัน ก็เพราะเมื่อเดินทางมาถึงเพลงสุดท้ายของอัลบัม “Blow” ซึ่งได้คริส สเตเปิลตันกับมาร์ส มาร่วมงาน อารมณ์และความรู้สึกซึ่งเดินหน้ามาแบบเรื่อยๆ นิ่งๆ ก็ถูกกระตุกขึ้นมาแรงๆ ด้วยสรรพเสียงของดนตรีร็อคที่ฟังดุดัน ที่ทำให้ตื่นจากภวังค์ และกระชุ่มกระชวยขึ้นมาได้อีกครั้ง 

ซึ่งบางที No.6 Collaborations Project น่าจะมีเพลงที่ทำให้รู้สึกวาบไหวอย่างที่เพลงนี้ทำได้ มากกว่าที่ได้ยิน เพื่อที่จะได้ไม่รู้สึกว่า นี่ก็คืออัลบัมในแบบเพลย์เซฟ (แม้จะเต็มไปด้วยงานที่ไม่ขี้เหร่ก็เถอะ) แต่ด้วยสถานภาพของเอ็ด หรือการทำงานที่แทบจะเป็นโปรเจ็คท์พิเศษกลายๆ มันก็เปิดโอกาสให้เจ้าของอัลบัม ทำอะไรที่ ‘ฉีก’ ไปจากที่เคยเป็น แต่กลับทิ้งโอกาสแบบนั้นไปซะเฉยๆ แบบนี้ 

ในแง่ของความไพเราะของเพลงไม่เสียหาย แต่ในแง่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทางดนตรีนี่ซิ มันน่าเสียดาย

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง No. 6 Collaborations Project อัลบัมแห่งการร่วมใจของเอ็ด ชีแรน คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 


SHARE THIS
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On