ฟังไปแล้ว – STILL ON MY MIND อัลบัมใหม่ที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันของ Dido

SHARE THIS
  • 279
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    279
    Shares

มี Girl Who Got Away เป็นอัลบัมชุดสุดท้ายตั้งแต่ปี 2013 หลังจากนั้นไดโดก็หายหน้าหายตาไปจากวงการเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าย้อนไปดูการออกอัลบัมแต่ละชุดของเธอ นับตั้งแต่งานชุดแรก No Angel ในปี 1999 ก็ต้องรอกันถึง 4 ปี กว่าจะได้ฟังงานชุดที่สอง Life for Rent ส่วนอัลบัมที่สาม Safe Trip Home ก็ออกหลังงานชุดก่อนหน้าถึง 5 ปี พอๆ กับระยะห่างของ Girl Who Got Away งานชุดต่อมากับ Safe Trip Home

 

เพราะฉะนั้นหากมองเป็นเรื่องปกติก็คงได้ แต่ถ้าจะมองให้เป็นเรื่องไม่ธรรมดา ก็คงต้องมองกันที่ว่า ไดโดเป็นศิลปินที่ใช้เวลาทำงานหรือพักระหว่างแต่ละอัลบัมนานเหลือเกิน แต่ถ้ามองกันที่เนื้องาน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่าการรอคอย เพราะแต่ละชุดนั้นมาพร้อมคุณภาพที่ดี เห็นได้จากคำวิจารณ์ในแง่บวกที่ได้รับมาตลอด แม้งานบางชุดอย่าง Safe Trip Home เมื่อปี 2008 อาจจะไม่เวิร์คนักในเรื่องของยอดขาย แต่ก็อย่าลืมว่า สองอัลบัมแรกของไดโด คืองานที่ประสบความสำเร็จระดับ ‘มหาศาล’ ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอัลบัมที่วางขายในยุคดิจิตอลเต็มตัว จะทำได้เช่นเดียวกับอัลบัมที่ออกมาในยุคที่ผู้คนยังซื้อหาแผ่นมาฟังกัน

Still on My Mind ป็อปของไดโดยังคงเป็นป็อปที่มาพร้อมซาวนด์เก๋ๆ ดนตรีทำนองสวยเหมือนเช่นที่เคยเป็น แถมฟังสนุกกว่างานชุดก่อนหน้าด้วยซ้ำไป จังหวะจะโคนของเพลงก็อยู่ในระนาบเดียวกันทั้งอัลบัม แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อ หรือเนิบเนือย ด้วยความที่แต่ละเพลงก็มีรายละเอียดของดนตรีเข้ามาเสริม พาให้แต่ละเพลงมีสีสันที่แตกต่าง

อย่าง เสียงกีตาร์ซนๆ ใน “Mad Love”, คอรัสน่ารักๆ ของ “Friends”, บีทแบบเพลงเต้นรำจาก “Take You Home” หรือว่า “Walking By” ที่ในแต่ละท่อน จะค่อยๆ ไต่อารมณ์ขึ้นไปเรื่อยๆ

ทั้งหมดอยู่ในโครงสร้างของดนตรีแบบอิเล็คโทร-ป็อป ที่ฟังสวย แล้วเมื่อเปิดฟังแบบบางๆ รวดเดียวไปทั้งอัลบัม Still on My Mind คืองานที่เหมาะเหลือเกินที่จะใช้สร้างบรรยากาศโรแมนติก รวมไปถึงให้ความรู้สึกที่อบอุ่น แม้หลายๆ เพลงจะไม่ได้ว่าด้วยความรู้สึกสุขสมนักก็ตามที

อย่าง “Hell After This” ที่ว่าด้วยชีวิตหลังคนรักจากลา ที่ต่อให้นรกมาอยู่ตรงหน้าต่อจากนี้ ก็สามารถสนุกกับมันได้ ที่จะว่าไปแล้วก็คืองานเสียดสีแบบคันๆ นั่นเอง

หรือ “Some Kind of Love” ที่เนื้อร้องบอกว่า “When we lose what we love / Don’t think anything will ever taste the same / When we lose what we love / Don’t think anything will ever feel as good again / Now I know how much the anger, however much the pain / Destroy only enough that enough still remains of / Some kind of love, some kind of love, some kind of love / Some kind of love, some kind of love, some kind of love” ซึ่งไมต่างไปจากให้ทำลายความรู้สึกถึงความรักที่ผ่านไป เพราะมันก็ความรักอีกแบบหนึ่งเท่านั้น

ส่วน “Walking By” ก็คือการบอกกับฝ่ายชายว่า เขาคือคนที่ทำตัวเองอกหัก ทำความรักพัง “Please don’t forget that you broke your own heart /And don’t forget that you lost your mind”

ที่น่าสังเกตุก็คือ เพลงรักส่วนใหญ่ในอัลบัมไม่ว่าจะเป็นเชิงบวกหรือลบ (ยกเว้น “Have to Stay” ที่เป็นเพลงจากแม่ถึงลูก) ผู้หญิงในเพลงจะมาพร้อมกับความแข็งแกร่ง ไม่มีฟูมฟายกับความรัก ถ้าผิดหวังก็ยอมรับและก้าวต่อ ถ้าสมหวังก็สนุกกับมันให้เต็มที่ โดยที่ไม่ต้องนึกถึงอะไร กระทั่งพระเจ้า อย่างที่เพลง “You Don’t Need a God” ว่าเอาไว้

ถือว่าเนื้อหาเรื่องราวในเพลงก็เป็นเช่นเดียวกับดนตรี ที่พุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งบอกได้ว่า นี่คืออัลบัมอีกชุดที่เนื้อหา-ดนตรี-โทนของเพลง ถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแรงเพื่อให้หลอมรวมได้อย่างกลมกลืน จนไม่น่าแปลกใจที่ทุกครั้งที่เปิดฟังงานชุดนี้ จะเผลอฟังยาวตั้งแต่เพลงแรกไปจนถึงเพลงสุดท้ายทุกครั้งไป

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง อัลบัมใหม่ที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน หลังจาก 6 ปีที่หายไปของไดโด คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 5 เมษายน 2562

 


SHARE THIS
  • 279
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    279
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On