ฟังไปแล้ว – SUCH PRETTY FORKS IN THE ROAD งานชุดใหม่ ของศิลปินที่เรียกได้ว่าเป็นบิลลี ไอลิชของยุค 90s

SHARE THIS
  • 37
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    37
    Shares

SUCH PRETTY FORKS IN THE ROAD/ Alanis Morissette
[Epiphany Music Market/ Thirty Tiger]

จากที่เคยเป็นศิลปินเบอร์ใหญ่ของมาเวอริค ค่ายเพลงของมาดอนนาในชายคาของวอร์เนอร์ มิวสิค เมื่อกลางยุค 90s จากอัลบัมชุด Jagged Little Pill อัลบัมชุดนี้ Such Pretty Forks in the Road ซึ่งเป็นงานชุดที่เก้าของอลานิส มอริสเส็ทท์สำหรับตลาดอเมริกา หรือชุดที่เจ็ดสำหรับตลาดอินเตอร์ กลายเป็นงานที่ติดอันดับ 2 ในชาร์ทอัลบัมจากศิลปินอินดีของบิลล์บอร์ดซะอย่างนั้น

เวลาเปลี่ยน อะไรหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไปจริงๆ

หากอัลบัมชุดแรกในรอบ 8 ปีของอดีตหัวแถวสาวห้าว หญิงกร้าวรายนี้ นับตั้งแต่อัลบัมชุด Havoc and Bright Lights ก็ถือว่าเป็นการกลับมาที่คุ้มค่ากับเวลาสำหรับคนที่รอคอย แน่นอนว่า 25 ปีหลังจาก Jagged Little Pill ทั้งตัวศิลปิน ทั้งตัวงาน ย่อมแตกต่างไปจาก 25 ปีก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดดนตรี ที่อาจไปไกลถึงแนวทางเพลง และแน่นอนมุมมองในการเขียนเพลง

ที่แรกฟังก็รู้สึกถึงความสุขุม นุ่มนวลมากขึ้น ทั้งดนตรี ทั้งเสียงร้อง ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากงานในช่วงหลังๆ หรืออย่างน้อยก็งานชุดที่แล้ว ขณะที่เนื้อหานั้นก็คงต้องว่ากันลึกๆ ต่อ

แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือ ความกลมกล่อม บรรยากาศที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนของงาน ที่ชัดเจน ไม่ได้เป็นงานที่เหมือนอยู่กลางสี่แยกทางดนตรี ที่ไปซ้ายก็ดี ไปขวาก็เข้าท่า เดินหน้าก็โอเค เดินหลังก็เยี่ยม เลยไม่รู้จะไปทางไหนดี

นั่นคือสิ่งที่พบใน Havoc and Bright Lights ที่ในหลายๆ เพลง ก็ยังมีเรื่องความพลุ่งพล่านทางอารมณ์ให้รู้สึกอยู่ไม่น้อย

และ Such Pretty Forks in the Road ทุกอย่างดูจะคลี่คลายไปหมดหรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง

ตัวดนตรีฟังสวย การเรียบเรียงละเมียดละไม โดยเฉพาะการใช้งานกลุ่มเครื่องสาย ที่นอกจากจะทำให้เพลงใหญ่ขึ้นแล้ว ยังทำให้ทั้งตัวมันเองและเจ้าของงาน ‘โต’ ขึ้นไปพร้อมๆ กัน

โดยสัมผัสได้เต็มๆ หูตั้งแต่เพลงแรกของอัลบัม “Smiling”

ที่แม้ในช่วงท้ายเพลงจะมีอารมณ์ที่โหมกระพือขึ้นมา แต่ก็อยู่ในบรรยากาศที่เหมือนกับน้ำเดือดในหม้ออบ มากกว่าจะเป็นหม้อต้มเปิดฝา ที่ทั้งไอ ทั้งน้ำเดือด กระซ่านกระเซ็นไปทั่ว

ที่น่าสนใจก็คือ ซาวนด์ของงานที่มีสัมผัสบางอย่างที่ทำให้รู้สึกถึงงานสร้างชื่อของอลานิส บางอย่างที่ยากอยู่สำหรับการอธิบายเป็นตัวอักษร ที่ใกล้เคียงมากที่สุดก็คือ ‘บรรยากาศ’

ที่พอแคะข้อมูลดู ก็ไม่แปลกใจว่า ก่อนจะกลายเป็นเพลงแรกของ Such Pretty Forks on the Road “Smiling” ก็คือเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อนำไปใช้กับละครเวทีเรื่อง Jagged Little Pill ซึ่งมีที่มาจากอัลบัมชื่อเดียวกันของอลานิสนั่นแหละ ส่วนชื่ออัลบัมก็อยู่ในเนื้อร้องของเพลงนี้

ในแง่ดนตรีถือว่าเป็นการเลือกเพลงเปิดได้ดี อย่างน้อยๆ ก็ให้แฟนๆ ได้สัมผัสกับความคุ้นเคยเดิมๆ แล้วก็ค่อยๆ คลี่คลายไปสู่เรื่องราวใหม่ๆ ความเป็นไปใหม่ๆ ของตัวเจ้าของงาน รวมทั้งยังเป็นการทำ การตลาดแบบพึ่งพาอาศัยกันระหว่างอัลบัมกับตัวละครเวทีไปพร้อมๆ กัน ที่เนื้อหานั้นน่าจะเหมาะกับการปลอบใจผู้คนมากมายยามนี้ ที่จำเป็น ‘ต้อง’ ยิ้มได้ ปลอบทั้งใจตัวเอง ทั้งคนรอบข้าง

ขณะที่ “Reason I Drink” ซิงเกิลแรกของอัลบัม ที่เสียงริฟฟ์เปียโนกระแทกหูได้ตั้งแต่เริ่มต้นเป็นประเดิม ก็เปิดเรื่องราวได้อย่างคมคาย “These are the reasons I drink. The reasons I tell everybody I’m fine even though I am not. These are the reasons I overdo it” ที่ท้ายที่สุด การดื่มเพื่อให้ลืม…. ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ส่วนในงานเปียโน บัลลาด “Diagnosis” ก็คือช่วงเวลาของคนหมดใจไม่ว่าจะเป็นในเรื่องอะไรก็ตาม ก็ยากที่จะฉุดรั้งเอาไว้

หากที่ชอบเป็นพิเศษก็คือ “Missing the Miracle” ที่พูดถึงความมหัศจรรย์ของความรักเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ว่าครั้งหนึ่งเคยทำให้ความแตกต่างมาอยู่ด้วยกันได้ แล้วในวันที่ทั้งสองมีปัญหา ความมหัศจรรย์เหล่านั้นก็หายไป

แปลกหูอยู่บ้างก็เพลงอย่างงานที่ขึ้นต้นด้วยดนตรีอะคูสติคสวยๆ “Ablaze” ที่อาจรู้สึกผิดท่ากับความใส ในแบบเพลงป็อป ที่แอบเผลอใจลอยไปถึงเพลงแบบ “When You SayNothing At All” หรือ “Sandbox Love” ก็เป็นเพลงที่เป็นป็อปจัดๆ เหมือนกัน แต่มาพร้อมจังหวะจะโคนที่สนุกสนาน คึกคักมากกว่า แต่ด้วยเสียงร้อง ด้วยซาวนด์ดนตรี และทางของเมโลดี ก็ยังเป็นสัมผัสในแบบงานของอลานิสที่คุ้นหูกันดี

แล้วถ้าไล่ดูเนื้อเพลงต่างๆ จะพบว่า อลานิสในวันนี้ ‘ปล่อย’ และ ‘วาง’ มากกว่าในอดีต

ซึ่งก็รับกับการเดินทางทั้งของวัย และประสบการณ์ ที่บ่มเพาะทุกอย่างให้เป็นอย่างที่เห็นและได้ยิน

ในเรื่องเซนส์ป็อปของงาน ความไพเราะของเพลง ทุกเพลงใน Such Pretty Forks on the Road ถือว่าให้คะแนนสอบผ่านสบายๆ แม้จะไม่ใช่เพลงที่คลิกติดหู แต่ก็ฟังได้ลื่นไหล ซึ่งจะว่าไปแล้วเรียกว่าเป็นเสน่ห์ในงานของอลานิสก็คงได้ (อย่างน้อยก็โดยส่วนตัว) เพราะส่วนใหญ่จะจำเพลงของเธอได้ ก็ว่ากันที่เมโลดีมากกว่าจะเป็นที่ฮุค นึกออกเพราะความลงตัว หรือสมบูรณ์ในภาพรวมของเพลงมากกว่า

ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่รู้จักกับหญิงสาวคนนี้เป็นครั้งแรก

ผู้หญิงที่คนในยุคนี้เรียกเธอว่า เป็นบิลลี ไอลิชของยุค 90s

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 31 ฉบับที่ 10 ปี 2563

 


SHARE THIS
  • 37
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    37
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On