ภาวะสั่นคลอนของร้านขายความบันเทิง เอชเอ็มวี ในปีที่ 97

SHARE THIS
  • 22
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    22
    Shares

หลายๆ คนที่เคยไปอังกฤษและชอบดูหนังฟังเพลง เชื่อว่าคงไม่พลาดแวะเวียนไปที่ร้านเอชเอ็มวี ที่มีสารพัดสื่อบันเทิงให้ซื้อหา ไม่ว่าจะเป็นหนังแผ่น, เพลงตลับ, เพลงแผ่นดำ แผ่นเงินที่มีทั้งดีวีดี, บลู-เรย์ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ที่มีตั้งแต่คาสเส็ตต์, แผ่นเสียง และซีดี ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าใหญ่ครองตลาดมานาน แต่ตอนไปอังกฤษเมื่อ 3-4 ปีก่อน จากที่เคยเดินในลอนดอนแล้วเห็นร้านเอชเอ็มวีเป็นระยะๆ ปรากฏว่าทุกอย่างอันตรธานหายไปหมด กว่าจะเจอก็ที่ยอร์ค เมืองทางตอนเหนือของอังกฤษ

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ก็ได้ข่าวร้ายของเอชเอ็มวี ที่ต้องเจอสภาพเสี่ยงต่อการปิดกิจการเป็นครั้งที่สองในรอบ 6 ปี และหากเกิดขึ้นจริงๆ นั่นหมายความว่าจะทำให้คนถึง 2,200 คนต้องตกงาน โดยสาเหตุที่ทำให้ร้านสื่อบันเทิงขนาดใหญ่ในอดีตประสบเหตุการณ์นี้ ไม่พ้นการเติบโตของเน็ตฟลิกซ์และอะเมซอนไพรม์ แล้วยังมีเรื่องตลาดซีดีและดีวีดีที่ซบเซาซึ่งเป็นตะปูตัวสุดท้ายที่ตอกฝาโลงของร้านค้าปลีกรายนี้ที่มีถึง 130 สาขา หลังจากเมื่อปี 2013 เอชเอ็มวีก็เกือบจะจบเห่มาแล้ว แต่ก็ได้ฮิลโค แคพิตอล เข้ามาเทคโอเวอร์

สถานการณ์ของเอชเอ็มวี จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างไปจากร้านที่มีสาขามากมายโดยทั่วไป ที่ต้องเผชิญการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงแต่ผู้บริโภคกลับตรงกันข้าม โดยก่อนจะมาถึงคิวของเอชเอ็มวี ร้านดังๆ บนเกาะอังกฤษที่ต้องปิดตัวไปก็มี ปอนด์เวิร์ลด์ ร้านขายสินค้าราคาปอนด์เดียว, ร้านของเล่น ทอยส์ อาร์ อัส และ แมพลิน ร้านขายเครื่องไฟฟ้า ส่วนยักษ์ใหญ่ อย่าง มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ และเดเบนแฮมส์ ก็มีแผนจะปิดสาขาต่างๆ ร่วมร้อยร้าน ขณะที่ร้านระดับรองๆ เช่น ซูเปอร์ดราย, คาร์เพ็ทไรท์ และคาร์ด แฟ็คตอรี ก็มีสัญญาณเตือนมาแล้วเรื่องของผลกำไร

ตลอดระยะเวลากว่า 97 ปี ที่ดำเนินกิจการ เอชเอ็มวีไม่ใช่แค่ร้านขายสื่อบันเทิง แต่ยังทำหน้าที่ถักทอวัฒนธรรมทางดนตรีเข้ากับชุมชม ผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการสตรีมมิงไม่สามารถทำได้ โดยสัญญาณอันตรายถูกส่งมาก่อนหน้าแล้วจากตลาดเพลงอินดี ที่แทบจะหายไปเลยในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา แล้วกับการขาดหายไปของเอชเอ็มวีก็ยากจะหาอะไรในอุตสาหกรรมดนตรีของเกาะอังกฤษมาทดแทนได้ ในกรณีที่ต้องจบไปจริงๆ บรรดาบริษัทจัดจำหน่ายที่นำผลงานจากค่ายเพลงไปสู่สาขาต่างๆ ของเอชเอ็มวี ก็จะเจอปัญหาตามมา ตามด้วยค่ายเพลง และท้ายที่สุดตัวศิลปิน

คริส รีเดอร์ ที่ทำค่ายเพลงอินดีชื่อ ร็อคเก็ต เรคอร์ดิง ที่เพิ่งออกอัลบัมของวง Pigs Pigs Pigs Pigs Pigs Pigs Pigs บอกว่า “เราเพิ่งปั้มซีดีเพิ่มขึ้นอีก” เขาบอก “ผมถามคาร์โก ผู้จัดจำหน่ายของเรา ว่าจะส่งไปขายที่ไหน พวกเขาบอกว่า ‘เอชเอ็มวี เอาหมด’ แล้วถ้าเอชเอ็มวีจบ เราก็ไม่รู้แล้วว่าที่ไหนจะขายซีดีพวกนี้ได้บ้าง” เขายังบอกว่า เอชเอ็มวี “ให้ความช่วยเหลือมหาศาล” ในการอยู่เบื้องหลังการออกผลงานของพวกเขา เช่น งานแบบเวิร์ลด์ มิวสิค ของวงร็อคชื่อ Goat “ถ้าเราเสียเอชเอ็มวีไป มันจะกลายเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจที่อยู่ในภาวะอันตราย” ทางเจ้าหน้าที่ของเอชเอ็มวี ยังเผยอีกด้วยว่า บรรดาค่ายเพลงอินดีออกผลงานเป็นซีดีออกมาในตอนแรก ก็เพราะเป็นความต้องการของทางเอชเอ็มวี

ยอดขายของเพลง, วิดีโอ และเกมส์ ที่จับต้องได้ ในช่วง 10 ปีหลังของสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี 2008-2019 ที่ลดลงเรื่อยๆ จาก 5.7 พันล้านปอนด์เหลือแค่ 2 พันล้านปอนด์ โดยกราฟเส้นบนเป็นยอดขายวิดีโอ เส้นที่สองเป็นเกม และล่างสุดเป็นเพลง

 

กับความนิยมของธุรกิจสตรีมมิง บรรดาศิลปินหลักๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่าง คาร์ดี บี ก็ไม่เคยออกอัลบัม Invasion of Privacy เป็นซีดี หากเอชเอ็มวีต้องปิดตัว ไม่ใช่แค่ตลาดเพลงอินดี ผู้จัดจำหน่ายต่างๆ จะอยู่ในสภาวะเสี่ยง อุตสาหกรรมซีดีเองก็แทบจะตายไปด้วยเลยก็ว่าได้ แม้บางคนอาจบอกว่า บรรดาร้านขายแผ่นเสียง ซีดี อิสระอาจจะได้ประโยชน์ เมื่อลูกค้าและผู้ผลิตจะหันไปให้ความสนใจกับพวกเขา แต่ถ้าไม่มีฟันเฟืองขนาดใหญ่ของเอชเอ็มวี การจำหน่ายผลงานที่เป็นเรื่องเป็นราวก็คงค่อยๆ เลือนหายไป และลุกลามส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวมทั้งหมด

ขณะที่การเติบโตของเน็ตฟลิกซ์ และบรรดาบริการภาพยนตร์ตามสั่งต่างๆ ก็ทำให้ตลาดดีวีดีลดลงไปในแต่ละปี

“เราเข้าใจกันดีว่าเอชเอ็มวีทำได้ดีในตลาดของสินค้าดนตรีและภาพที่จับต้องได้ ซึ่งอยู่ในภาวะถดถอย รวมไปถึงยังมีการเติบโตของผลกำไรในธุรกิจออนไลน์” วิลล์ ไรท์ จากบริษัทบัญชีเคพีเอ็มจีกล่าว “แต่บริษัทก็ต้องเจอกับคลื่นรบกวนจากตลาดดิจิตอล ที่กำลังสาดไปทั่วอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างแรงกดดันให้บรรดาร้านค้าปลีกทั้งหลาย รวมไปถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีความเปราะบาง จนก่อให้เกิดความเสียหายและแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น”

เอชเอ็มวีก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการขายสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ร้านดำเนินกิจการตามปกติ มีการขายสินค้าลดราคา มีการให้บัตรของขวัญ แต่ถึงกระนั้นก็มีการให้คำแนะนำกับลูกค้าของเอชเอ็มวีจากกลุ่มช่วยเหลือผู้บริโภคที่ชื่อ วิช? ว่า หากมีบัตรของขวัญของเอชเอ็มวีในมือ ให้รีบใช้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เและ “ถ้าคุณซื้ออะไรก็ตามจากเอชเอ็มวี คุณอาจไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าหรือได้เงินคืน หากบริษัทเกิดยุติกิจการขึ้นมา” ซึ่งทำให้สถานการณ์ของเอชเอ็มวีไม่ดีขึ้นเลย

พอล แม็คโกแวน ประธานฝ่ายบริหารของเอชเอ็มวีและฮิลโค ย้ำว่ายอดขายที่ตกลงไปจากเดิมของซีดีและดีวีดีคือตัวการสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ของเอชเอ็มวีบนเกาะอังกฤษแย่ลงเรื่อยๆ

“ในช่วงคริสต์มาสที่เป็นหัวใจสำคัญ ยอดขายดีวีดีในปีนี้ตกลงไปถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและแม้เราจะดำเนินกิจการได้ดีกว่าปีที่แล้วๆ มา แต่ภาวะถดถอยที่ว่า ก็เป็นกุญแจที่ทำให้ตลาดไม่มั่นคง” โดยเอชเอ็มวีไม่ได้รับการคุ้มครองจากภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นกับร้านค้าต่างๆ บนเกาะอังกฤษ แม้จะต้องเจอปัญหาเดียวกันในเรื่องสภาพธุรกิจและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ที่นำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

“แค่เรื่องสภาพธุรกิจ ก็ทำให้งบประจำปีของเอชเอ็มวีต้องเพิ่มสูงขึ้นถึง 15 ล้านปอนด์ แม้การดำเนินกิจการจะเป็นไปด้วยดีและเป็นธุรกิจที่ทุกคนรัก เอชเอ็มวีก็ไม่สามารถต้านทางซึนามิทางธุรกิจที่บรรดาร้านค้าปลีกบนเกาะอังกฤษต้องเผชิญในช่วง 12 เดือนที่่ผ่านมาได้ แล้วก็ยังต้องเจอกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมบันเทิงเข้าไปอีก”

และนั่นก็ทำให้กิจการที่ดำเนินมายาวนานถึง 97 ปี อยู่ในภาวะสั่นคลอน และอาจจะกลายเป็นตำนานในความทรงจำของผู้คนมากมาย ไม่ต่างไปจาก ทาวเวอร์ เรคอร์ดส์ และอีกหลายๆ ร้านที่กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าขาน

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ภาวะสั่นคลอนของร้านขายความบันเทิง เอชเอ็มวี ในปีที่ 97 คอลัมน์ หรรษาวันจันทร์ – Happy Monday หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562


SHARE THIS
  • 22
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    22
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On