ยอดขายไวนีลในอังกฤษ ทำสถิติยอดขายมากสุดตั้งแต่ปี 1994 และทำได้ดีกว่ารายได้สตรีมมิง (?)

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แม้จะได้รับความนิยมมากขึ้นในบ้านเรา แต่หลายๆ คนก็มองกันว่าตลาดแผ่นเสียงหรือไวนีลของเมืองไทย มีลักษณะที่ดูเป็นแฟชันมากกว่าจะเป็นตลาดของคนที่รักการฟังเพลงจริงๆ ที่หากความนิยมหล่นหาย หรือมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาทดแทน เมื่อนั้นก็จะได้เห็นกันว่า คอแผ่นเสียง แฟนไวนีลตัวจริงๆ จะมีใครบ้าง

แต่กับตลาดต่างประเทศ จากที่เคยถูกมองว่า ตลาดของไวนีลเป็นตลาดเล็กๆ ไม่น่าจะทำกำรี้กำไรได้เป็นกอบเป็นกำให้ค่ายเพลงและศิลปินมากนัก แต่ไปๆ มาๆ กลับขยับขยายเติบโตมากขึ้นๆ ทุกปี และล่าสุด กับตลาดเพลงบนเกาะอังกฤษ ยอดขายของไวนีล ก็ทำเงินให้อุตสาหกรรมเพลงมากกว่ารายได้จากยูทิวบ์เรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญตลาดเพลงที่นี่ ยอดขายแผ่นไวนีลเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

ในปี 2015 ยอดขายแผ่นไวนีลบนเกาะอังกฤษทำไว้ถึงกว่า 2 ล้านแผ่น ซึ่งเป็นยอดขายที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 ที่ศิลปินอย่าง Oasis, Bon Jovi และ The Beautiful South ออกผลงานมาให้ฟังกัน

จากยอด 2.1 ล้านแผ่น ตีเป็นเงินได้ถึง 25.1 ล้านปอนด์ ทำให้รายได้จากแผ่นไวนีลเฉือนเอาชนะรายได้ที่ทางยูทิวบ์เจียดมาให้ 24.4 ล้านเหรียญ แต่หากดูถึงยอดการเปิดชมวิดีโอในอุตสาหกรรมดนตรีของอังกฤษผ่านยูทิวบ์ในช่วงปี 2014-2015 จะพบว่าเพิ่มขึ้นถึง 88% คิดเป็นจำนวนคลิกถึง 26.6 พันล้านครั้งสำหรับเกาะอังกฤษและในปีที่แล้วปีเดียว

จอฟฟ์ เทย์เลอร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารของ บีพีไอ (BPI – British Recorded Music Industry) กล่าวโจมตีธุรกิจการให้บริการสตรีมมิงด้วยว่า เป็น “บางสิ่งที่สร้างความเสียหายตั้งแต่ระดับรากฐานในอุตสาหกรรมดนตรี”

ก่อนที่จะเสริมอีกว่า “รูปแบบการให้บริการที่กุมเทคโนโลยีเอาไว้อย่างยูทิวบ์ สามารถกดดันกระบวนคุ้มครองในเรื่องรายได้ อย่าง การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์, ข้อตกลงในการเซ็นสัญญาต่างๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้หยิบฉวยคุณค่าต่างๆ จากงานดนตรีเอาไว้กับตัวเอง ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นสิ่งที่จ่ายให้กับศิลปิน

“ผลที่ตามมาในระยะยาวของเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องจริงจังมากๆ เพราะจะก่อให้เกิดการลดการลงทุนในการสร้างงานเพลงใหม่ๆ จนกลายเป็นเป็นเรื่องยากสำหรับศิลปินส่วนใหญ่ในการหารายได้เลี้ยงชีพ และยังไปกัดกร่อนการเจริญเติบโตของบริการที่เต็มไปด้วยความทันสมัยที่มากกว่า อย่าง สปอติฟาย และแอปเปิล มิวสิค ซึ่งมีการจ่ายให้อุตสาหกรรมดนตรีที่เป็นธรรมมากกว่า สำหรับการเปิดให้บริการของพวกเขา”

แน่นอนว่า ทางยูทิวบ์ก็ต้องออกมาให้ความเห็นปกป้องตัวเอง โดยโฆษกของพวกเขากล่าวกับเดอะ การ์เดียนว่า “ขณะที่เงินในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ลงมาสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น รายได้ก็จะเติบโตไปตามการให้บริการด้วยเช่นกัน”

นอกจากนี้ ทางยูทิวบ์ ยังเสริมอีกด้วยว่า “หลายปีมาแล้ว อุตสาหกรรมดนตรีต้องสูญเงินไปเป็นล้านๆ เหรียญจากการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องขอบคุณระบบการจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ของเรา อย่างการใช้ คอนเทนท์ ไอดี (Content ID), การถือครองลิขสิทธิ์ เพื่อที่จะสามารถควบคุมงานเพลงของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์บนระบบของยูทิวบ์ และตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า จะเอาเนื้อหาดังกล่าวลงจากระบบหรือสร้างผลกำไรจากมัน”

งานนี้คงต้องดูกันยาวๆ ว่า เมื่อรายได้จากไวนีลยังคงเติบโตมากกว่ารายได้จากยูทิวบ์ ทั้งๆ ที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นมหาศาลแบบนี้ บวกกับรายได้จากผู้ให้บริการสตรีมมิงที่มีความยุติธรรมมากกว่า ทางยูทิวบ์จะออกมาจัดการอย่างไร เพื่อไม่ให้กลุ่มอุตสาหกรรมเพลงหันไปหาผู้ให้บริการรายอื่นๆ โดยตัวแปรหลักนั้น คงไม่พ้นยอดขายของไวนีล ที่เอาเข้าจริงๆ แล้วจะกลายมาเป็นตลาดรองที่มองกันยาวๆ ได้ หรือว่าเป็นแค่แฟชันที่มาแล้วก็จากไป

จากเรื่อง ยอดขายแผ่นเสียงบนเกาะอังกฤษ ทำเงินได้มากกว่ารายได้จากยูทิวบ์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 26 พฤษภาคม 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On