ย้อนดู เดอะ วอยซ์ ปี 3 รอบน็อคเอาท์ รอบขายของ ของคนมีของ

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เขียนถึงรายการเดอะ วอยซ์ ประเทศไทย ที่ออกอากาศมาเป็นฤดูฉายที่ 3 ไปแล้ว ตั้งแต่ตอนที่รอบไบลนด์ ออดิชันจบไปหมาดๆ และรอบแบทเทิลวันแรกเพิ่งออกอากาศ เมื่อวาน (16 พฤศจิกายน) ได้ชมการแข่งขันในรอบที่ 3 ที่เป็นรอบน็อคเอาท์ คัดผู้เข้าแข่งขันไปสู่รอบแสดงสด

ดูแล้วก็มีอยากเขียนถึงอีก ด้วยความที่เป็นการประกวดประชันความสามารถที่ดูสนุก เข้มข้น และเพลินตา-เพลินหู กว่าหลายๆ รายการที่มีในบ้านเรา ในรอบนี้โค้ชจะตัดลูกทีม 8 คนของตัวเอง เป็นชุดละ 4 คนมาร้องเพลง จากนั้นโค้ชจะเลือกเพียงชุดละ 2 คนไปสู่รอบต่อไป ซึ่งนั่นหมายความว่า โค้ชแต่ละคนจะมีลูกทีมอยู่ในรอบแสดงสดเพียงท่านละ 4 คน

จากรอบไบลนด์ ที่ได้เห็นกันแล้วว่า แต่ละคนที่ถูกเลือกมานั้น มีความสามารถขนาดไหน ในรอบแบทเทิล ก็คือการแสดงศักยภาพในการร้องเพลงที่ต้องคำนึงถึงโชว์ และการใช้เสียงที่ต้องบดและประสานกับคนที่ร้องคู่ให้ได้ ซึ่งปีนี้จากที่เคยเป็นรอบที่สนุก ช่วงท้ายๆ ของการแข่งขัน ดูจะจืดๆ ไปนิด เมื่อเพลงที่ถูกเลือกให้ผู้เข้าแข่งขันร้องสู้กันนั้น หนักไปทางเพลงช้าๆ แถมแซมเพลงร้องคู่มาอีก รอบสงครามก็กลายเป็นรอบถ้อยทีถ้อยอาศัยไปซะอย่างนั้น

สำหรับรอบน็อคเอาท์ ที่เด่นมากๆ จนอยากเอมาฝอยต่อก็คือ ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ เปิดหน้าเผยของที่พกมาให้เห็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นน้องอิเมจ ที่มากับเพลง “ใจนักเลง” ที่นำมาเรียบเรียงใหม่ ได้น้ำเสียงเศร้าๆ หวานๆ และการตีความของเธอ ทำให้เป็นนักเลงอีกคน ที่แตกต่างไปจากที่คุ้น เป็นนักเลงที่ไม่ได้ฟูมฟาย โวยวายไปกับการสูญเสีย แต่จมเศร้่าอยู่กับความผิดหวัง

หรือหนุ่ม ที่ร้องเพลง “ก้อนหินก้อนนั้น” จากที่เริ่มต้นแบบธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษโดดเด่น แต่พอถึงช่วงที่ต้องร้องพิทช์ขึ้นมาในท่อนแยกนั้น หนุ่มก็ทำได้อย่างดี และ “เยี่ยม”

ขณะที่บิว ที่ร้องแบบแสดงอารมณ์ได้สุดๆ จากรอบที่ผ่านมา ในรอบนี้ก็ดู “เก็บ” และ “นิ่ง” ในแบบพอดีๆ กว่ารอบก่อนหน้า หรือ เบียร์ กับเพลง The Yellow Ribbon Around the Old Oak Tree

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าแข่งขันแต่ละรายนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีพัฒนาการ ก็คงเป็นเพราะต่างก็มีของในตัวที่เก็บเอาไว้ไม่ใช่น้อย และค่อยๆ ปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ใส่หมดจัดเต็มแต่แรกๆ จนรอบต่อๆ มาหมดเสน่ห์ และแรงดึงดูดไป

นั่นทำให้การแข่งขันปีนี้ ยังเต็มไปด้วยความเข้มข้น น่าติดตาม เพราะนอกจากจะได้ยินเสียงร้องดีๆเป็นทุนเดิม ยังสนุกไปกับการได้รับรู้ว่า มาถึงรอบนี้แล้ว แต่ละรายนั้น มีของอะไรที่จะงัดออกมาโชว์ หรือมีพัฒนาการกันยังไงบ้าง ก่อนไปถึงรอบแสดงสด ซึ่งตอนนั้นจะเป็นรอบมหาชน มีคะแนนโหวตจากผู้ชมทางบ้านเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่เสียงร้องอาจจะถูกมองข้ามโดยเสน่ห์และลีลาการแสดงได้ง่ายๆ

และที่น่าสนใจก็คือ ขณะที่เวทีประกวดหลายๆ เวทีนั้น เต็มไปด้วยนักร้องที่มาพ่นไฟ บนเวทีเดอะวอยซ์ปีนี้ นี่คือเวทีของการร้องด้วย “อารมณ์” และ “ความรู้สึก” เป็นการขายการตีความเพลง ที่ผสมผสานกับการใช้เสียงได้อย่างกลมกลืนและลงตัว

จนไม่แปลกใจเลยว่า ถึงแม้จะมีวันที่เต็มไปด้วยเพลงช้าๆ อาจจะดูจืดๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังทำให้นั่งฝังจมอยู่ตรงหน้าทีวีได้แม้จะมีรายการ เดินหน้าประเทศไทย มาคั่นอยู่พักใหญ่ก็ตามที 😀

จากเรื่อง อีกครั้งกับ เดอะ วอยซ์ ฤดูที่ 3 ที่ยังน่าติดตามได้อย่างสนุก โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557

สามารถคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.