ย้อนวันเศร้า เมื่อเอริค แคล็ปทันเสียลูกชาย ที่กลายเป็นที่มาของเพลง Tears in Heaven

SHARE THIS
  • 513
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    513
    Shares

“Would you know my name If I saw you in heaven? Would it be the same If I saw you in heaven? I must be strong and carry on ‘Cause I know I don’t belong here in heaven”

 

เนื้อร้องท่อนแรกของเพลง “Tears in Heaven” อันแสนเศร้าว่าเอาไว้ ด้วยเนื้อหาที่กินใจ เสียงร้องที่ได้อารมณ์ และเสียงกีตาร์ที่สะกิดไปถึงขั้วหัวใจ เพลงนี้ก็กลายเป็นเพลงฮิตอีกเพลงหนึ่งของเอริค แคล็ปทัน มือกีตาร์ระดับตำนาน เจ้าของฉายา มือช้า (Slow Hand) เจ้าของเพลงดังมากมาย อาทิ “Wonderful Tonight”, “Layla” หรือว่า “Cocaine”

และไม่ใช่แค่เป็นเพลงเศร้า หากเทียบกับเรื่องราวที่กลายเป็นที่มา เนื้อหาหรือว่าอารมณ์เพลงที่เราสัมผัสก็อาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 1991 วันที่เอริค แคล็ปทันต้องเจอกับฝันร้ายที่รุนแรงที่สุดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ต้องจมอยู่กับมันไปทั้งชีวิต เมื่อเกิดอุบัติเหตุอันน่าเศร้ากับคอเนอร์ ลูกชายวัยแค่ 4 ขวบครึ่ง ที่ร่วงหล่นลงมาจากหน้าต่างคอนโดมิเนียมสูงระฟ้าในนิว ยอร์คชั้น 53 ที่เปิดเอาไว้ ซึ่งเป็นของเพื่อนแม่ – ลอรี เดล ซานโต นักแสดง และคนในแวดวงทีวีของอิตาลี ที่พักอยู่ด้วยกันกับลูกชาย ถึงแม้ว่ากฏหมายของนิว ยอร์คที่ประกาศใช้เมื่อปี 1984 จะกำหนดให้อพาร์ทเมนท์ต้องมีหน้าต่างป้องกันอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงบรรดาคอนโดฯ ต่างๆ โดยให้เจ้าของเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะติดตั้งหน้าต่างดังกล่าวหรือไม่

หนังสือพิมพ์ เดอะ นิว ยอร์ค ไทม์ส รายงานว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้อง และเปิดหน้าต่างบานหนึ่งเอาไว้เพื่อทำความสะอาด ถึงคอเนอร์จะไม่ได้อยู่ในห้องตอนนั้น แต่ก็ไม่สามารถจะป้องกันเด็กน้อยจากการวิ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วได้

คอเนอร์กับแม่

แคล็ปทัน แม้จะไม่ได้อยู่กับเดล ซานโตและคอเนอร์ หากก็อยู่ในนิว ยอร์ค โดยคืนก่อนหน้าจะเกิดโศกนาฏกรรม เขาเพิ่งพาคอเนอร์ไปดูละครสัตว์ ซึ่งต่อมากลายเป็นเรื่องราวที่ถูกรำลึกถึงอีกครั้งในเพลง “Circus” เขาบอกกับเอ็ด แบรดลีย์ ในการให้สัมภาษณ์ทางรายการ 60 มินิทส์ ตอนปี 1999 ว่า อยากเป็นพ่อที่ดีของลูกชาย ที่ทำให้แคล็ปทันกลายเป็นคนที่มีความสุขุมมากขึ้น

“ตอนที่เขาเกิดมา ผมยังดื่มอยู่ และเขาก็คือสาเหตุหลักเลยที่ทำให้ผมกลับเข้าไปรับการบำบัด เพราะความรักที่ผมมีต่อเขา” เขาเล่า “ผมคิดว่า… ‘ผมรู้ดีว่าเขายังเป็นเด็กตัวน้อยๆ แต่เขาก็เห็นว่าผมกำลังทำอะไร และผมเหนื่อยกับอะไรแบบนี้แล้ว’”

ที่ทำให้ช็อคยิ่งกว่าก็คือ ในเดือนสิงหาคม 1990 หรือราวๆ 1 ปีก่อนหน้าที่จะเสียลูกชาย ผู้จัดการของแคล็ปทัน, ทีมงานของเขาสองคน และสตีวี เรย์ วอห์น เพื่อนนักดนตรีที่สนิทสนมกับแคล็ปทันต้องเสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก แต่นั่นก็คงยากจะเทียบเท่ากับการสูญเสียครั้งนี้ และในปี 2005 แคล็ปทันบอกกับนิตยสารโมโจว่า การเสียชีวิตของคอเนอร์ “โยนผมเข้าไปสู่… ความไม่มั่นคง” และแทบจะในทันทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เขารับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการโยนตัวเองไปสู่การทำงาน ที่ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นสามเพลงเด่นที่อยู่ในหนังเรื่อง Rush เมื่อปี 1991 และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ “Tears in Heaven” เพลงบัลลาดรางวัลแกรมมี ที่ได้แรงบันดาลใจจากการจมอยู่กับความโศกเศร้าจากการสูญเสียของแคล็ปทัน ซึ่งเขาแต่งร่วมกับวิลล์ เจนนิงส์

Rush หนังที่แคลปทันใช้หลบเลี่ยงความเศร้าโศกที่เกิดขึ้น

“มีเพลงหนึ่งที่ผมเขียนให้กับหนัง” แคล็ปทันพูดถึงเพลงนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับซู ลอว์ลีย์ เมื่อปี 1992 “แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันอยู่ในหัวผมมานานละ แต่ไม่มีเหตุให้ทำเป็นรูปเป็นร่างออกมา จนกระทั่งผมกำลังแต่งดนตรีประกอบเพลงให้กับหนังเรื่องนี้ซึ่งผมทำมาได้พักใหญ่ละ มันก็มีเหตุผลที่จะทำละ แล้วก็มีความคลุมเครืออยู่นิดหน่อย เพราะมันน่าจะเป็นเรื่องของคอเนอร์ แต่มันยังถูกทำขึ้นมาเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์”

เมื่อครั้งให้สัมภาษณ์กับดาฟเน บารัค แคล็ปทันย้ำว่า “ผมแทบจะใช้ดนตรีเพื่อเยียวยาตัวเอง ในฐานะโดยไม่รู้ตัว แล้วมันก็ใช้ได้… ผมได้รับความสุขและการรักษาจากดนตรี”

ขณะที่เจนนิงส์เล่าว่า “แคล็ปทันบอกกับเขา ‘ผมอยากแต่งเพลงถึงลูกชายผม’ เอริคเขียนท่อนแรกของเพลงเอาไว้แล้ว ซึ่ง… สำหรับผม มันคือทั้งเพลง แต่เขาอยากให้ผมเขียนเนื้อเพลงท่อนที่เหลือ แล้วก็ท่อนส่ง แม้ผมจะบอกเขาว่า มันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เขาน่าจะเขียนทุกท่อนด้วยตัวเอง เขาบอกผมว่า เขาชื่นชมงานที่ผมทำกับสตีฟ วินวูด แม้จะรับรู้ถึงที่มาของเพลงแต่ในที่สุดผมไม่มีทางทำอย่างอื่น นอกจากทำตามคำขอของเขา นี่คือเพลงที่มีความเป็นส่วนตัวมากๆ และเศร้าสุดๆ ที่กลายมาเป็นความเฉพาะมากๆ สำหรับประสบการณ์ในการแต่งเพลงของผม” โดยเนื้อร้องที่เจนนิงส์แต่งก็คือท่อนที่ว่า “Time can bring you down, time can bend your knees…”

วิลล์ เจนนิงส์ นักแต่งเพลงชื่อดัง ที่ร่วมแต่งเพลง Tears in Heaven กับแคลปทัน

และกับเนื้อร้องที่แคล็ปทันเริ่มต้นเอาไว้ “มันเป็นการถามออกมาตรงๆ” แคล็ปทันบอกกับโมโจ “เพราะว่าผมไม่รู้จริงๆ ว่า… ผมเชื่อในเรื่องอำนาจเบื้องบน แต่ผมไม่รู้ว่า… บรรดาศาสนาเก่าแก่ทั้งหลายมักจะบอกว่า ‘เจอกันที่อีกด้าน’ และคุณก็คิด ‘จริงเหรอ? คุณจะรู้ได้ยังไง?’ และเพลงนี้ก็ตั้งคำถามขึ้น เป็นคำถามที่ผมสงสัยมาตลอดว่า เราจะเจอกันอีกครั้งไหม ผมคิดสิ่งที่ทำให้เพลงนี้ทำงานก็คือ การตั้งคำถาม มันไม่ได้คุกคามใคร มันเป็นการขอความช่วยเหลือ ซึ่งใช้ได้สำหรับทุกคนกับวิธีที่ดีที่สุดในการสื่อสาร ขอความช่วยเหลือ”

แต่ความช่วยเหลือ ไม่ใช่การเยียวยาความเศร้าโศก อย่างที่แคล็ปทันบอกเอาไว้ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2005 “ผมคิดว่า เรื่องนี้มันไม่เข้าท่าในอีกราวๆ 10 ปีต่อมา คุณจะรู้เมื่อมองย้อนกลับไปและ ‘โอ… นั่นคือสาเหตุที่ผมทำแบบนั้น’ ตอนนั้นบางคนพุ่งเป้ามาที่ผม นึกถึงตอนผมเสพเฮโรอีนอย่างหนักที่เป็นช่วงเดียวกับตอนที่ผมเสียคุณตา ซึ่งผมคิดว่าทั้งสองเหตุการณ์ไม่มีอะไรที่เทียบกันได้เลย

“ที่พอจะพูดได้ว่าเหมือนกัน ถึงการจากไปของลูกชายผมในปี 1991 ก็คือมีความสัมพันธ์แปลกๆ ระหว่างผมกับเขาเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่เหลือของยุค 90 ก่อนหน้าที่ผมจะเจอกับภรรยาคนล่าสุด” แคล็ปทันเสริม “ผมไม่เคยเห็นความเชื่อมโยงดังกล่าวจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ผมสูญเสียอีกครั้ง มองหาบางสิ่ง… บางทีก็เพื่อดูแลใครสักคน ตอนนี้ผมสามารถมองเห็นแล้วว่า ‘ใช่… คุณทำไม่ได้ดีเท่าที่ควรจากเรื่องนั้น’ ถึงแม้ว่าสามารถถ่ายทอดมันออกมาเป็นเสียงเพลงได้”

มองย้อนกลับไป แคล็ปทันอาจจะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอในตอนนั้น แต่กับการทำงานของเพลงเอง “Tears in Heaven” กลายเป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดในสหรัฐ อเมริกาของแคล็ปทัน และขึ้นไปถึงอันดับ 2 บนชาร์ทเพลงฮิตบิลล์บอร์ด ฮ็อท 100 รวมทั้งคว้ารางวัลแกรมมีมาครองถึง 3 สาขา เพลงป็อปชายยอดเยี่ยม, เพลงแห่งปี, เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยมแห่งปี ขณะที่นิตยสารโรลลิง สโตน ให้เพลง “Tears in Heaven” อยู่ในอันดับที่ 362 ของรายชื่อ 500 เพลงยอดเยี่ยมแห่งปี

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ย้อนวันเศร้า เมื่อเอริค แคล็ปทันเสียลูกชาย ที่กลายเป็นที่มาของเพลง Tears in Heaven คอลัมน์ หรรษาวันจันทร์ – HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 25 มีนาคม 2562

 


SHARE THIS
  • 513
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    513
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On