ย้อนอดีตวันที่ฟิล คอลลินส์ บินข้ามแอทแลนติคขึ้นแสดงบนสองเวทีของคอนเสิร์ทไลฟ์ เอด 1985

SHARE THIS
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    30
    Shares

13 กรกฎาคม 1985 ศิลปินระดับโลกมากมายมาร่วมแสดงน้ำใจด้วยการขึ้นเวทีคอนเสิร์ทการกุศลไลฟ์ เอด หารายได้ตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้เด็กๆ ผู้อดยากในทวีปแอฟริกา ซึ่งจัดแสดงพร้อมกันทั้งสองฟากฝั่งมหาสมุทรแอทแลนติค ที่เวมบลีย์ สเตเดียม ในกรุงลอนดอน, สหราชอาณาจักร ที่มีผู้ชมถึง 72,000 คน และที่จอห์น เอฟ. เคนเนดี สเตเดียม ในฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ชมราวๆ หนึ่งแสนคน 

โดยศิลปินที่ขึ้นแสดงก็แตกต่างกันไป แต่มีศิลปินรายหนึ่งที่ขึ้นเล่นทั้งสองเวที นั่นก็คือ ฟิล คอลลินส์ มือกลองของ Genesis ที่เพิ่งมีอัลบัมเดี่ยวชุด No Jacket Required ออกมา และประสบความสำเร็จสร้างเพลงฮิตเพียบ อาทิ “One More Night”, “Sussudio”, “Take Me Home” และการขึ้นเวทีไลฟ์ เอดทั้งสองแห่งของเขา ก็กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของวันนั้น

คอลลินส์ เริ่มด้วยการแสดงที่เวมบลีย์ คัดเพลงฮิตมาเล่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การนั่งเล่นและร้องเปียโนเพลง “Against All Odds (Take a Look at Me Now)” และ “In the Air Tonight” จากนั้นก็เล่น “Long Long Way to Go” อีกเพลงจากอัลบัม No Jacket Required กับสติง ตามด้วยร้องแบ็คอัพให้สติง ในเพลงของ the Police “Every Breath You Take”

จากนั้นความตื่นเต้นก็บังเกิด คอลลินส์ลงจากเวทีดิ่งไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ซึ่งรออยู่ เพื่อส่งเขาไปที่สนามบินฮีโธรว์ จากที่นั่นคอลลินส์จับคอนคอร์ด เครื่องบินเร็วเหนือเสียงที่เตรียมไว้สำหรับการนี้ โดยเขาได้พบกับคาล รัดแมน บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาของนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจวิทยุและวงการเพลงในสหรัฐอเมริกา ที่ยังช่วยสถานีวิทยุต่างๆ ดูแลเรื่องการจัดเพลย์ลิสท์เพลงด้วย

“ฟิลบอกกับผมตอนที่เจอกันบนเครื่องว่า ถ้าเขาตายเขาจะได้ไปสวรรค์” รัดแมนเล่า “เขานั่งตรงนี้ อยู่ข้างๆ คนที่กำหนดได้ว่าเพลงของเขาจะดังหรือดับ เขาดูกังวลแล้วก็เหมือนน้ำท่วมปาก”

ท้ายที่สุดเขาก็ฟื้นตัวได้ทัน บนเวทีไลฟ์ เอดที่ฟิลาเดลเฟีย เขาเล่น “Against All Odds (Take a Look at Me Now)” และ “In the Air Tonight” อีกครั้ง ก่อนจะไปตีกลองให้การแสดงสามเพลงของเอริค แคลปทัน แต่อย่าคิดว่าจะจบแค่นี้ เขายังเป็นส่วนหนึ่งในการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของ Led Zeppelin ซึ่งเป็นเรื่องเดียวที่ไม่เป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับเขาในวันนั้น

“ผมคิดว่ามันจะถูกปิดเป็นความลับ เรามาเจอกัน แล้วก็ขึ้นไปเล่น” คอลลินส์บอกกับนิตยสารคิวในปี 2014 “แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างการพูดคุย และวันนั้นมันก็กลายเป็นงานเลด เซพเพลิน รียูเนียน ผมไปที่งานแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เข้ากับอะไรเลย โรเบิร์ท (แพลนท์ – นักร้องนำของวง) ดีใจที่ได้เจอผม แต่จิมมี (เพจ – มือกีตาร์) ตรงกันข้าม” หลังจากวันนั้น เดอะ ฟิลาเดลเฟีย เดลี นิวส์ เผยว่า เพจตำหนิว่าการแสดงไม่ดีเพราะมือกลอง “ไม่มีความสามารถและขาดการเตรียมตัว”

นอกจากเรื่องปัญหาส่วนตัวแล้ว การขึ้นเวทีร่วมกันอีกของเลด เซพเพลิน ยังมีปัญหาจากอุปกรณ์เสียซ้ำ รวมถึงนักดนตรีที่เตรียมตัวมาไม่ดีอีก “หลักๆ ที่อยูในความทรงจำของผม มันเป็นเรื่องความกังวลสารพัด” ในปี 2014 เรื่องในนิตยสารโรลลิง สโตนอ้างว่า เพจพูดว่า “จอห์น พอล โจนส์ เพิ่งมาถึงในวันที่จะขึ้นแสดง เรามีเวลาซ้อมแค่ชั่วโมงเดียวก่อนที่จะขึ้นไปเล่นบนเวที มันให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นฝูงบินกามิกาเซ่ เมื่อรู้ว่าคนอื่นๆ เขาซ้อมกันมาดีขนาดไหน”

คอลลินส์เองก็บอกกับนิตยสารคิวฉบับเดียวกันตรงๆ เลยว่า การแสดงเป็น “หายนะ, โรเบิร์ทเองก็ไม่ฟิตพอสำหรับการร้องเพลงในวันนั้น จิมมีก็หลุดไปไหนต่อไหน เล่นเลี้ยงไปเรื่อย ไม่ใช่ความผิดของผมนะที่มันห่วย ถ้าเดินออกมาได้ผมเดินออกไปแล้ว แต่หลังจากนั้นทุกคนจะพูดถึงแต่เรื่อง ทำไมฟิล คอลลินส์เดินลงจากเวทีไลฟ์ เอด ซึ่งผมก็จะถูกจดจำในแบบนั้น” 

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ย้อนอดีตวันที่ฟิล คอลลินส์ บินข้ามแอทแลนติคขึ้นแสดงบนสองเวทีของคอนเสิร์ทไลฟ์ เอด 1985 คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 

 


SHARE THIS
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    30
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On