ย้อนอดีต ความเป็นมาของเพลงตำนาน Smells Like Teen Spirit ของ Nirvana

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เพลง Smells Like Teen Spirit ของ เนอร์วานา ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรก อย่างเป็นทางการเมื่อ 10 กันยายน 1991 โดยเพลงนี้เป็นเพลงแรกในอัลบั้มที่เป็นการปฏิวัติวงการ Nevermind ซึ่งกลายมาเป็นมาตรฐานทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา

Smells Like Teen Spirit เป็นเพลงที่ดีเหมือนที่เคยเป็น แต่วันนี้มันกลายเป็นเพลงเก่าไปตามกาลเวลา นี่คือเพลงสำคัญที่จัดการกับบรรดาศิลปินแฮร์ เมทัลให้หายไปจากวงการ และส่งเนอร์วานาโด่งดังในชั่วข้ามคืน และช่วยทำให้ซีแอตเติลลงหลักปักฐาน เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ในวงการเพลงได้สำเร็จ อย่างน้อยๆ ก็จากวันนั้น มาจนถึงวันนี้

Smells Like Teen Spirit เป็นหนึ่งในเพลงที่หาได้ไม่ง่าย และเป็นงานที่คืบคลานเข้ามาอยู่ในความทรงจำ บรรดาผู้คนที่อายุนำหน้าด้วยเลขสี่ ที่ต่างจำได้ดีว่าตัวเองอยู่ที่ไหน หรือทำอะไรอยู่ในตอนที่ได้ยินเพลงนี้เป็นครั้งแรก

บุทช์ วิก ที่โปรดิวซ์อัลบั้ม Nevermind ที่มี Smells Like Teen Spirit เป็นเพลงแรกในอัลบั้ม เล่าว่า นอกจากจะเป็นงานที่ดีแล้ว จังหวะในการวางจำหน่ายของงานชุดนี้ก็ลงตัว “มันได้จังหวะเวลาที่ดี เวลาในการออกจำหน่ายของงานศิลปะ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงสภาพวัฒนธรรม และคุณไม่สามารถทำนายอะไรได้เลย” วิก กล่าว

กับการแต่งเพลงนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงท้ายๆ ของอัลบั้ม Nevermind ที่ถูกแต่งขึ้น เคิร์ท โคเบน ยอมรับว่า เขาพยายามแกะเพลงของ the Pixies จากนั้นทางวงก็บันทึกเสียง งานในส่วนที่เป็นความคิดพื้นฐานของเพลงลงคาสเส็ทท์เอาไว้ แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรถึงมันอีก แต่วิกยืนยันว่า เขารู้ว่ามันจะเป็นเพลงฮิต ในทันทีที่ฟังเดโมหยาบๆ ที่วงทำมา โดยแทร็คหลักๆ ในเพลงฉบับเสร็จสมบูรณ์ จริงๆ แล้วเป็นการบันทึกเสียงเทคที่สอง จากทั้งหมด 3 เทคของเพลงนี้

สำหรับชื่อเพลง ได้รับแรงบันดาลใจจาก แคธลีน แฮนนา นักร้องนำของวง Bikini Kill เพื่อนคนหนึ่งของโคเบน เธอพ่อสเปรย์คำว่า “เคิร์ท กลิ่นเหมือนทีน สปิริท” (Kurt’s smell like Teen Spirit) เอาไว้บนกำแพงบ้านของเขา โดยอ้างถึงน้ำหอมดับกลิ่นยี่ห้อทีน สปิริท แต่โคเบนไม่รู้จักน้ำหอมดับกลิ่นยี่ห้อนี้ แล้วคิดไปไกลว่า มันเป็นข้อความต่อต้านสถาบัน ขณะที่เนื้อร้องที่ว่า ‘Here we are, entertain us’ จริงๆ แล้วเป็นคำพูดติดปากของโคเบนเวลาเขาไปงานปาร์ตี้ แล้วเมื่อไปแสดงสดเพลงนี้ในรายการ Top Of The Pops เมื่อ 25 พฤศจิกายน 1991 โคเบนเปลี่ยนเนื้อร้องของเพลงจาก ‘Load up on guns, bring your friends’ ไปเป็น ‘Load up on drugs, kill your friends’

เพลงนี้มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับเพลง More Than A Feeling ของวง Boston และในเวลาต่อมาโคเบนก็ยอมรับว่า ริฟฟ์ของสองเพลงนี้คล้ายๆ กัน แต่เขาก็บอกว่ามันต่างเป็นริฟฟ์ที่คุ้นๆ ทั้งคู่

วิกคือคนที่แนะนำวงว่า เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงแรกในอัลบั้ม Nevermind โดยต่อมาเขาพูดถึงเพลงนี้ว่า “สำหรับผม Smells Like Teen Spirit ทำให้ผมนึกถึงเพลงของบ็อบ ดีแลนว่า มันส่งผลกระทบต่อผู้คนในยุค60 ได้ยังไง ขนาดไหน ด้วยความคิดบางอย่าง ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ จะมีผลกระทบกับเด็กๆ ในยุค 90 พวกเขาสื่อสารกับมันได้”

มิวสิค วิดีโอเพลงนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง Over the Edge เมื่อปี 1979 ซึ่งเป็นหนังโปรดของโคเบน ถ่ายทำกันที่คัลเวอร์ ซิตี้ สตูดิโอ ในแคลิฟอร์เนียเมื่อ 17 สิงหาคม 1991 โดยแฟนๆ ในวิดีโอก็คือ คนที่ไปชมการแสดงของวงเมื่อสองวันก่อนหน้าที่เดอะ ร็อกซี ในเวสท์ ฮอลลีวูด พวกเขาได้รับใบปลิวเชิญให้มาถ่ายมิวสิค วิดีโอกันจากที่นี่ แถมฉากที่มีการพังข้าวของ ก็ไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน แต่เป็นเพราะแฟนๆ ต่างก็โกรธและหิวจัด ในตอนที่การถ่ายทำจบลง ซึ่งกินเวลาในการทำงานถึง 12 ชั่วโมง พวกเขาเลยได้รับอนุญาตให้ระบายเอากับข้าวของในฉากได้ ส่วนเชียร์ลีดเดอร์ในมิวสิค วิดีโอ ก็จ้างสาวๆ จากคลับระบำเปลื้องผ้าแถวๆ นั้นมาเลน

เมื่อเพลงประสบความสำเร็จ โด่งดัง ทางวงปฏิเสธที่จะเล่นเพลงนี้ หรือจงใจเล่นมันออกมาห่วยๆ อยู่นาน ด้วยความที่เกลียดการที่เพลงนี้นำผู้คนเข้ามาหาพวกเขามากขึ้น

นอกจากจะกลายเป็นที่รู้จัก และทำให้วงโด่งดังแล้ว Smells Like Teen Spirit ยังเข้าชิงรางวัลแกรมมีถึง 2 สาขาในปี 1993 แต่ปิ๋วหมด โดยในสาขาเพลงร็อคยอดเยี่ยม พวกเขาแพ้เพลง Layla ฉบับอันปลั้กของเอริค แคลปตัน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในความน่าเสียใจอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นกับรางวัลแกรมมี และในสาขาเพลงฮาร์ด ร็อค ยอดเยี่ยม พวกเขาแพ้ เพลงของ the Red Hot Chili Peppers – Give It Away.

เนอร์วานา กลายเป็นยิ่งกว่าวงที่ประสบความสำเร็จ และมีความสำคัญมากๆ กับการสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 90 และเมื่อเวลาผ่านไป วงดนตรีวงนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมของเรา แม้เคิร์ท โคเบนจะจากไปแล้ว แต่เนอร์วานาก็ยังเป็นวงดนตรีวงสำคัญ และยังเป็นศิลปินที่มีอิทธิพลต่อคนรุ่นหลังมากมาย

จากนั้นพวกเขาก็กลับมาที่ห้องของโคเบน “เมาหนักกว่าเดิม แล้วฉันก็อ้วกใส่ขาของใครบางคน” แฮนนา เล่าอดีตให้ฟัง “ฉันหมดสติไปโดยมีปากกาเมจิคอยู่ในมือ แล้วตื่นขึ้นมากับหนึ่งในอาการเมาค้างที่คิดว่า หากเปิดประตูห้องข้างๆ ไป จะพบศพของใครสักคนในนั้น… 6 เดือนต่อมา เคิร์ทโทรหาฉัน แล้วบอกว่า ‘นี่ ไอ้คำที่คุณเขียนไว้บนกำแพงห้องผมน่ะ โคตรเจ๋งเลย ผมอยากใช้มันเป็นเนื้อร้องในเพลงใหม่ของผมนะ’”

ในช่วงต้นปี 1991 ริฟฟ์ กีตาร์ 4 คอร์ดก็เข้ามาเติมเชื้อ เดฟ กรอห์ล มือกลองของวง หลงรักพลังที่มีอยู่ในเพลงนี้ทันที แต่ “ไม่รู้เลย” ว่า มันจะกลายเป็นเพลงฮิตมหาศาลอย่างที่เป็น เป็นเพลงป็อปที่อยู่ในโครงสร้างของเพลงพังค์ “เป็นเพลง More Than A Feeling ของบอสตัน ที่เนื้อร้องเปลี่ยนไป” เอเวอร์ทท์ ทรู อดีตนักข่าวของนิตยสารดนตรีเอ็นเอ็มอี และเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเคิร์ทกล่าวเอาไว้ในปี 2008 โครงสร้างของเพลงมาแบบง่ายๆ ท่อนร้อง แล้วก็คอรัส ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากวง เดอะ พิกซีส์ และยังเป็นเพลงๆ เดียวในอัลบั้ม Nevermind ที่สมาชิกทั้งสามคนของวงได้เครดิตในการแต่งเพลงร่วมกัน ซึ่งถูกต้องแล้วที่เป็นเช่นนั้น มันจะเป็น Smells Like Teen Spirit ได้ยังไง ถ้าไม่มีเสียงกลองที่กระแทกกระหน่ำอย่างกับเลื่อยไฟฟ้าที่หมุนเข้ามาในชีวิต หรือขาดเสียงเบสหน่วงๆ ของคริสท์ โนโวเซลิค บรรเลงยั่วเย้าอยู่รอบๆ เสียงร้องของเคิร์ท?

ความประทับใจที่มีต่อเพลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรง เหมือนเป็นลูกตุ้มที่เหวี่ยงทุบตึกวัฒนธรรมป็อป แดนนี โกลด์เบิร์ก แห่งบริษัทดูแลศิลปิน โกลด์ เมาน์เทน ยอมรับว่า ไม่มีใครในซับ ป็อป (ต้นสังกัดของวง) หรือในทีมดูแลเนอร์วานาได้ยิน แล้วมองว่าเป็นเพลงที่มีโอกาสฮิตระเบิดแบบเมนสตรีม ความหวังสำหรับอัลบั้มนี้ก็คือ “ขายมันได้ราวๆ ครึ่งหนึ่งที่อัลบั้มชุดล่าสุดของวงโซนิค ยูธทำได้ก็พอ ถ้าเราโชคดีนะ” กับการมี Come As You Are ที่ถูกทีมของซับ ป็อปมองว่า เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะมีเพลงฮิต บรรดาสถานีวิทยุตามมหาวิทยาลัยกลับเล่นเพลงนี้เป็นหลัก แล้วก็มีคนเป็นร้อยๆ มารวมตัวกัน รอหน้าโชว์ของเนอร์วานาที่ขายบัตรได้เกลี้ยง โดยไม่มีบัตรอยู่ในมือ ด้วยหวังว่าจะฟลุ้คได้เข้าไปดู

ทุกๆ ที่ ที่ Smells Like Teen Spirit ไปถึง เพลงนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับความวุ่นวายอย่างสุดๆ การแสดงของเนอร์วานา กลายเป็นสนามของการกระแทกกระทั้นทันทีที่โคเบน กระหน่ำโน้ตแรกของเพลงด้วยเจ้ากีตาร์เฟนเดอร์ จากัวร์ มีข่าวว่าเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังตกมาจากระเบียงห้างสรรพสินค้า เมื่อเพลงนี้ดังขึ้นมาจากลำโพงในห้าง แล้วเขากระโดดไปกับเพลงอย่างไม่คิดชีวิต กระทั่งการถ่ายทำมิวสิค วิดีโอเพลงนี้ ก็ยังมีความวุ่นวายเกิดขึ้น “เราเอาเด็กๆ ที่ไปดูโชว์ของเนอร์วานามาเล่นวิดีโอ เทคแรกก็แทบจะจลาจลแล้ว” แซมวล ไบเออร์ ผู้กำกับเล่าเอาไว้ในปี 2008 “ผมอยู่ที่นั่นมีลำโพงอยู่ในมือตะโกนบอกให้ ‘หยุด! หยุด!’ ผมคิดถึงพระเจ้าเลยตอนนั้น เราต้องมีตำรวจเข้ามาดูแล คนเล่นกำลังจะหลุดไปกับเพลงนี้”

หลายเดือนผ่านไป ความนิยมของเพลงนี้ยังไม่สร่างซา ยอดขายของ Nevermind พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการหนุนหลังของ Smells Like Teen Spirit ถึงขนาดเขี่ยอัลบั้มของไมเคิล แจ็คสันหล่นจากอันดับ 1 ของชาร์ทบิลล์บอร์ด แต่มีคนๆ หนึ่งที่เบื่อหน่ายกับ Smells Like Teen Spirit มากขึ้น นั่นก็คือตัวโคเบน “ผมพอมองเห็นว่ามันเป็นเพลงที่ดี จากมุมมองทางการขาย แต่มันดูประดิษฐ์ไปหน่อย สำหรับรสนิยมของผม” เขาพูดในปี 1993 โคเบนเริ่มไม่ยอมเล่นเพลงนี้ในโชว์ บ่อยครั้งที่เขาจะเล่นกับจังหวะของเพลง เพื่อให้ฟังยุ่งเหยิง เพียงแค่สร้างความรำคาญให้กับคนดู ที่เขาหยันว่ามาดูเนอร์วานา ก็เพราะอยากได้ยินเพลงนี้ตอนที่ยังเป็นเพลงฮิตประจำเดือนอยู่ เขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดแบบนี้อีก การแต่งเพลงสำหรับอัลบั้มชุดต่อไป เขาจะใส่ใจกับซาวนด์ของเพลง ที่ขัดหูพวกคอเพลงดาดๆ เพราะจากที่คีธ คาเมรอน อดีตนักข่าวของหนังสือดนตรีเอ็นเอ็มอีมองเห็น เขา (โคเบน) รู้สึกว่ากำลังขายงานให้กับพวกที่ทอดทิ้งเขาตอนเป็นวัยรุ่น ให้รู้สึกแปลกแยกและโดดเดี่ยว “เคิร์ทจะไม่ขายเพลงให้พวกน่ารังเกียจ”

20 ปีหลังการฆ่าตัวตายของโคเบน กระสุนปืนหนึ่งนัดที่กระหน่ำไปที่ศรีษะของเขา ในเรือนกระจกของบ้านในซีแอตเติลของตัวเอง เป็นการจบอาชีพการทำงานที่กำลังลุกโชนส่องแสง Smells Like Teen Spirit ยังคงสร้างความบันเทิงให้กับแฟนเพลง ยังมีความสำคัญเหมือนที่เคยเป็น ศิลปินตั้งแต่ ไมลีย์ ไซรัส ไปจนถึงเคลิส ต่างก็เคยคัฟเวอร์เพลงนี้ เจย์ ซีก็ยกย่องเพลงนี้เอาไว้ในอัลบั้ม Magna Carter Holy Grail ที่ออกมาเมื่อปีกลาย รวมทั้งยังถูกกล่าวถึง, นำไปใช้ในภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ ตลอดจนถักทออยู่กับผืนผ้าวัฒนธรรมป็อปยุคใหม่อย่างเหนียวแน่น ที่บางทีหลายๆ คนอาจจะรู้จักกีตาร์โซโลของมันดีกว่าเพื่อนสนิท และครอบครัวของตัวเองเสียงอีก

เพลงนี้ไม่ได้มีความหมายแค่กับคนยุคหนึ่ง แต่ยังมีความรู้สึกที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในเพลงมาก่อน นั่นคือ ความเจ็บป่วยของสถาบัน, ความไม่มี ที่เพิ่มขึ้นในองค์กรโลก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เพลงนี้ยังคงมีพลัง และเป็นเหตุผลให้ผู้คนในทุกวันนี้ยังชื่นชม Smells Like Teen Spirit เหมือนที่เคยเป็น

จากเรื่อง เพราะอะไร Smells Like Teen Spirit ถึงกลายเป็นเป็นเพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล (จบ) โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2557


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On