ย้อนอดีต 44 ปี อัลบั้มคลาสสิคของวงการเพลง Sticky Fingers จาก The Rolling Stones

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เวลาผ่านถึงกว่า 4 ทศวรรษ หนึ่งในอัลบั้มคลาสสิคของวงการเพลง Sticky Fingers ของวงเดอะ โรลลิง สโตนส์ ที่มิค แจกเกอร์ เคยกล่าวถึงหลังออกวางจำหน่ายไม่กี่วัน ว่า “ไม่ได้มีการเปลี่ยนทิศทางทางดนตรีของวงแบบมโหฬาร” และ “แต่พวกเราทุกคนคิดว่า มันเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดที่เราเคยทำกันมา” ก็จะกลับมามีชีวิตใหม่ เมื่อมีการทำรีมาสเตอร์ และนำมาออกใหม่อีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นวงหินกลิ้งก็จะเดินสายออกมาทัวร์เพื่อโปรโมทอัลบั้มชุดนี้อีก ซึ่งฟังดูก็เก๋ๆ ดี เพราะแทนที่จะออกทัวร์อัลบั้มใหม่ แต่มิค แจกเกอร์ และเพื่อนพ้องกลับออกทัวร์สนับสนุนอัลบั้มเก่า ที่นำมาออกใหม่

ย้อนไปเมื่อ 44 ปีก่อน ในปี 1971 ตอนนั้นหินกลิ้งอยู่ในช่วงของการสูญเสีย ที่มีทั้งการจากไปแบบปัจจุบันทันด่วนของ ไบรอัน โจนส์ ผู้นำวงในช่วงแรก และโศกนาฏกรรมขั้นรุนแรงในฟรีคอนเสิร์ตของพวกเขาที่ อัลตามอนท์ สปีดเวย์ ช่วงเวลาของยุค 60 ที่กำลังจะผ่านไป เดอะ สโตนส์ ดูเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำ แห่งความโกลาหล แถมยังมีเรื่องทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่างหาก เมื่อพวกเขาหมดสัญญากับต้นสังกัดแรกของวง เด็คคา และกำลังจะตั้งค่ายเพลงของตัวเอง เพื่อที่จะสามารถจัดการเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองได้เต็มที่ แล้วก็สามารถขยับขยายธุรกิจออกไปได้อีก

แต่อย่างแรกที่พวกเขาต้องทำให้ได้ก็คือ พาตัวเองหลุดพ้นจากผู้จัดการวง อัลเลน ไคลน์ ที่ฮุบลิขสิทธิ์เพลงของวงในยุค 60 ไป แถมบรรดาสมาชิกในวงยังเจอกับปัญหาเรื่องภาษีในบ้านเกิด ทำให้พวกเขากลายเป็นวง 2 สถานภาพที่ขัดแย้งกันสุดๆ ด้านหนึ่งก็คือ เป็นหนึ่งในวงร็อคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่อีกด้านพวกเขาคือวงที่การเงินย่ำแย่ที่สุด และกำลังถังแตก

ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิด เดอะ สโตนส์วางแผนที่จะทำอัลบั้มใหม่ ต่อจากงานชุด Let It Bleed ในปี 1969 ซึ่งไม่น่าแปลกใจ ที่มันไม่ใช่งานราคาถูกและเสร็จลงอย่างรวดเร็ว นี่คืออัลบั้มที่ต่างไปจากงานส่วนใหญ่ในยุคนั้น เมื่อใช้เงินไปถึง 100,000 เหรียญ และทำงานกันลากยาวเกินกว่าหนึ่งปีนับตั้งแต่บันทึกเสียงเพลงแรก

โดยก่อนหน้าจะเกิดเรื่องราว เดอะ สโตนส์ยังแฮปปีกับความสำเร็จจากการทัวร์ตามสนามกีฬาในอเมริกา และใช้เวลาว่างไม่กี่วันก่อนเดินทางไปแคลิฟอร์เนีย เพื่อทำงานที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มแรกของพวกเขาในยุค 70 ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีชื่อที่มัสเซิล โชลส์ ซาวนด์ สตูดิโอ ในเชฟฟิลด์, อลาบามา โดยได้เพลงมา 3 เพลง Brown Sugar, Wild Horses และ You Gotta Move คีธ ริชาร์ดส์ เล่าถึงการทำงานในตอนนั้นว่า เป็น “หนึ่งในการทำงานที่ง่ายที่สุด และโคตรร็อคที่สุดเท่าที่พวกเราเคยทำมา ผมไม่คิดว่า พวกเราจะทำอะไรได้มากมายโคตรๆ อย่างที่เห็น การทำงานตอนในตอนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับผมเช่นเดียวกับที่เคยทำมา ผมหมายความถึง เพลงอื่นๆ ที่เราทำอย่าง Beggars Banquet, Gimme Shelter, Street Fighting Man, Jumpin’ Jack Flash ผมรู้สึกประหลาดใจเสมอนะว่า ถ้าเราอัดเพลงพวกนี้กันซะที่มัสเซิล โชลส์ พวกเขาจะมีความเป็นฟังค์มากกว่านี้ไหม”

Brown Sugar ถูกนำไปเล่นบนเวทีที่อัลตามอนท์ด้วย แต่หลังจากเกิดเหตุการจลาจล ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป งานชุดนี้กลายเป็นงานที่ทำกันอย่างยากเย็น แสนเข็ญ ยังดีที่มิค เทย์เลอร์ ซึ่งเข้ามาแทนโจนส์ ใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ว่า เป็นการเสริมทีมที่มีค่ายิ่งสำหรับวง แต่ด้วยบุคคลิกเฉพาะตัวที่เงียบขรึม แถมยังเป็นมังสวิรัติ อาจจะดูเหมือนว่าเขาไม่น่าจะเหมาะสม กระทั่งมิค แจกเกอร์ยังเคยตั้งข้อสงสัยว่า “ผมไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร” แต่เมื่อเวลาผ่านไป ริชาร์ดส์ สมาชิกร่วมก่อตั้งของวง ถึงกับบอกว่า การเข้ามาของเขา ช่วยให้วงสงบขึ้น

อ่านตอนที่ 2 ได้ที่ http://bit.ly/1LPjgc1

จากเรื่อง ย้อนอดีต 44 ปี อัลบั้มคลาสสิคของวงการเพลง Sticky Fingers จาก The Rolling Stones โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 30 มิถุนายน 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On