รายได้ภาพยนตร์ในปี 2018 หนังไอแมกซ์ที่ทำเงินมากที่สุดแห่งปี และหนังเรื่องไหนกลายเป็นหนังดับ

SHARE THIS
  • 7
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    7
    Shares

เรื่องราวของภาพยนตร์ในปี 2018 ยังคงมีเรื่องให้พูดถึงกันได้ยาวๆ โดยฉบับนี้จะว่ากันถึงรายได้ของภาพยนตร์ในปีที่ผ่านมา ทั้งรายได้รวมในตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดทั่วโลก รายได้ของโรงไอแม็กซ์ และหนังล้มเหลวของปี

รายได้หนังในอเมริกาเหนือ
ในตลาดทวีปอเมริกาเหนือถือว่าเป็นปีที่บ็อกซ์ ออฟฟิศประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากซบเซามานาน โดยมีการคาดกันว่า รายได้รวมในปีนี้น่าจะจบที่ราวๆ 11.8 พันล้านเหรียญ ซึ่งจะทำให้แซงหน้ารายได้ในปี 2016 ที่ทำสถิติสูงสุดเอาไว้ที่ 11.38 พันล้านเหรียญ

ในปีนี้นอกจากจะมีหนังฮิต ในแบบที่ต้องฮิตอย่าง Avengers: Infinity War แล้ว ก็ยังมีงานฮิตเซอร์ไพรส์อย่าง A Quiet Place โดยที่อย่าลืมว่า ในช่วงปลายปียังมี Aquaman ที่ยังทำเงินเป็นกอบเป็นกำอีกเรื่องหนึ่ง แล้วก็ยังเป็นปีที่แสดงให้เห็นว่า ถึงจะมีคู่แข่งอย่างผู้ให้บริการสตรีมมิงเกิดขึ้น แต่ผู้ชมก็ยังตื่นเต้นกับการชมภาพยนตร์ในโรง ที่น่าสนใจก็คือ หากหยิบมาเฉพาะสิบอันดับแรกของหนังทำเงินสูงสุด ดิสนีย์คือสตูดิโอที่มีหนังติดอยู่ในลิสต์มากถึง 5 เรื่อง แถมมีหนังถึง 5 เรื่องเช่นกัน ที่สร้างจากการ์ตูนของมาร์เวล

โดยสิบอันดับหนังทำเงินสูงสุดของปี 2018 ในอเมริกาเหนือ ได้แก่

สำหรับหนังทำรายได้สูงสุดทั่วโลก ที่รวมรายได้ทั้งในและนอกทวีปอเมริกาเหนือ อันดับ 1 ก็คือ Avengers: Infinity Wars ที่ทำรายได้กว่า 2 พันล้านเหรียญ โดยมี Black Panther ตามมาเป็นอันดับที่สอง ที่น่าสนใจก็คือ Aquaman หนังดีซี คอมิคส์-วอร์เนอร์ ที่เพิ่งเปิดตัวฉายในเดือนธันวาคม สามารถทำรายได้รวมทั่วโลกถึงกว่า 7 ร้อยล้านเหรียญ และทำให้เข้ามาติดสิบอันดับแรกหนังทำเงินสูงสุดของปี 2018 ได้สำเร็จ โดยคาดกันว่า รายได้รวมทั่วโลกของหนังน่าจะผ่านหลักพันล้านได้สบายๆ

นอกจาก Aquaman ที่เป็นหนังปลายปีและเบียดมาติดสิบอันดับแรกได้สำเร็จ ก็ยังมี Bohemian Rhapsody ของฟ็อกซ์อีกเรื่องที่หลุดเข้าลิสต์ในอันดับ 9 ซึ่งถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์

โดยดิสนีย์ที่มีหนังติดสิบอันดับหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาเหนือถึงห้าเรื่อง ยังเป็นสตูดิโอที่มีหนังในสิบอันดับแรกหนังทำเงินทั่วโลกมากที่สุด 3 เรื่อง โดยที่หลุดออกไปก็คือ Solo และ Ant-Man and the WASP ที่เรื่องหลังโดน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald เบียดตกไปเป็นอันดับที่ 11 อย่างเฉียดฉิวเมื่อจะปิดปี สำหรับสิบอันดับหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลกก็ได้แก่

รายได้ในโรงไอแม็กซ์
เมื่อคอหนังทั้งหลายเดินทางไปโรงภาพยนตร์ หลายๆ คนมักพกความต้องการชมหนังทุนสูง เรื่องโปรด ในระบบที่เจ๋งที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อที่จะได้เติมเต็มประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์ของตัวเองแบบสุดๆ เท่าที่เงินในกระเป๋าสามารถจัดหาให้ได้ ซึ่งทางเลือกของผู้ชมส่วนใหญ่ก็คือ การชมในโรงภาพยนตร์ไอแม็กซ์ และถ้าปี 2018 เป็นปีที่ดีสำหรับบ็อกซ์ ออฟฟิศในทวีปอเมริกาเหนือ กับโรงภาพยนตร์ไอแม็กซ์ก็ไม่ต่างกัน เมื่อผู้ชมแห่งกันไปชมภาพยนตร์จอใหญ่ยักษ์กันเป็นว่าเล่น และนี่คือสิบ

อันดับหนังทำเงินสูงสุดของไอแม็กซ์ประจำปี 2018 โดยคิดจากรายได้ของโรงไอแม็กซ์ทั่วโลก
1. Avengers: Infinity War (Marvel/ Disney)
2. Black Panther (Marvel/ Disney)
3. Jurassic World (Universal)
4. Mission: Impossible – Fallout (Paramount)
5. Ready Player One (Warner)
6. Aquaman* (DC/ Warner)
7. Venom (Sony)
8. Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald (Warner)
9. Ant-Man and the Wasp (Marvel/ Disney)
10. The Meg (Fox)
(* รายได้ก่อนจบปี 2018)

ซึ่งก็เป็นไปตามที่หลายๆ คนคาดเอาไว้ว่า จะมีการซ้อนทับกันของหนังไอแม็กซ์ทำเงินสูงสุดของปี 2018 และหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลก โดยมีหนังในกลุ่มนี้ถึง 7 เรื่อง ที่น่าสนใจก็คือ 6 จาก 10 เรื่องของ 10 อันดับหนังไอแม็กซ์ทำเงินสูงสุดของปี 2018 เป็นหนังไอแม็กซ์ ดีเอ็นเอ (IMAX DNA) คือถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ หรือใช้ประโยชน์จากอัตราส่วนของจอไอแม็กซ์อย่างเต็มที่

รายได้กว่าสองพันล้านเหรียญของ Avengers: Infinity War ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลก สมกับเป็นหนังที่ผู้ชมตั้งตารอคอยมานานนับทศวรรษ หลังจากใช้เวลาสร้างเพื่อให้กลายเป็นหนังในแบบ Event Film และต้องดูกับจอที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับหนังเรื่องอื่นๆ ที่ทำรายได้ติดในลิสต์ก็ถือว่าสมเหตุสมผล Black Panther คือหนังที่สร้างปรากฏการณ์ และ Venom ก็เป็นงานที่ทำได้ดีเหนือความคาดหมาย และถ้าจะไปดูหนังอย่าง Jurassic World: Fallen Kingdom หรือ The Meg ที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผู้ชมก็ต้องอยากชมพวกมันบนจอไอแม็กซ์เพื่อสัมผัสความประทับใจแบบเต็มๆ จากจอขนาดใหญ่ ซึ่งกับหนังขายฉากแอ็คชันมันส์อย่าง Mission: Impossible Fallout ก็ไม่ต่างกัน

มีหนังบางเรื่องในลิสต์ที่พอเรียกได้ว่า สร้างความน่าประหลาดใจ รวมทั้งย้ำให้รู้ว่าหนังเหล่านั้นทำได้ดีขนาดไหนในตลาดนอกอเมริกา ต่อให้รายได้อเมริกาเหนือของหนังในกลุ่มนี้ จะไม่ได้สวยงามสักเท่าไหร่ก็ตามที ไม่ว่าจะเป็น Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ที่อยู่ในอันดับ 10 ของหนังทำเงินในอเมริกาปี 2018 ด้วยรายได้แค่ 155.3 ล้านเหรียญ แต่กับรายได้นอกอเมริกาเหนือสามารถทำให้หนังเก็บรายได้รวมทั่วโลกไปได้ถึง 613.7 ล้านเหรียญ แล้วยังเห็นได้ชัดว่า หนังไปได้สวยในโรงไอแม็กซ์

อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ Ready Player One ของสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ไม่อยู่ใน 10 อันดับแรกของทั้งหนังทำเงินในอเมริกาและหนังทำเงินทั่วโลก แต่หนังติดอันดับ 5 หนังทำเงินสูงสุดของไอแม็กซ์ปี 2018 ซึ่งน่าจะบอกได้ว่า คนที่อยากชมหนังเรื่องนี้ อยากมีประสบการณ์ร่วมกับหนังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตัวเลือกที่ดีที่สุดของพวกเขาก็คือไอแม็กซ์ โดยไม่ต้องนึกถึงอารมณ์ร่วมกับภาพยนตร์ นี่คือหนังอีกเรื่องของปี 2018 ที่ต้องการการนำเสนอในโรงภาพยนตร์ชั้นเยี่ยม

หนังอีกเรื่องที่สร้างกระแสให้เกิดขึ้นในช่วงท้ายปีบนบ็อกซ์ ออฟฟิศ และแรงพอที่จะดันตัวเองมาเข้าอันดับของไอแม็กซ์ก็คือ Aquaman หนังสามารถมองไปถึงรายได้พันล้านเหรียญทั่วโลก โดยที่รายได้ในโรงไอแม็กซ์ก็ไปได้ดี

2018 คือปีที่ดีของบ็อกซ์ ออฟฟิศ และน่าจะเป็นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด อันเป็นผลมาจากหนังหลายๆ เรื่อง แล้วก็ยังเป็นปีที่ดีของไอแม็กซ์ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นปีแรกที่รายได้ของไอแม็กซ์สามารถผ่านพันล้านเหรียญไปได้ และกับหนังอีกมากมายหลายเรื่องที่จะจ่อฉายในปี 2019 ที่หลายๆ เรื่องคือหนังที่มีดีเอ็นเอของไอแม็กซ์เต็มร้อย เช่น The Lion King และ Avengers: End Game

ซึ่งส่งให้ 2019 น่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ดีของทั้งไอแม็กซ์และบ็อกซ์ ออฟฟิศ

หนังคว่ำแห่งปี 2018
อย่างที่ว่าเอาไว้ในตอนต้น บ็อกซ์ ออฟฟิศของอเมริกาเหนือในปี 2018 คือปีที่สร้างสถิติ มีหนังที่ประสบความสำเร็จมหาศาลมากมาย จนรายได้ทะลุเพดานอย่างที่เห็น แต่ในด้านตรงข้ามของเหรียญก็มีหนังที่ประสบความล้มเหลวไม่น้อยเช่นกัน

หนัง Star Wars เรื่องใหม่ไม่ได้ใจผู้ชมอย่างที่ดิสนีย์หวังไว้ เช่นเดียวกับความพยายามของแคลร์ ฟอย ส่วนการตีความครั้งใหม่ของ Robin Hood ก็ตายสนิท ส่วนหนังแฟนตาซี, ไซ-ไฟเรื่องล่าสุดภายใต้อ้อมกอดของปีเตอร์ แจ็คสันก็เรียกผู้ชมได้ไม่เหมือน The Lord of the Rings Trilogy ทำได้ และนี่คือหนังทำรายได้น่าผิดหวังในบ็อกซ์ ออฟฟิศ ระดับถือเป็นหายนะของปี 2018 รวมทั้งหมด 13 เรื่อง เมื่อเทียบจากทุนสร้างโดยประมาณ ส่วนคะแนนจากเว็บมะเขือเน่าเป็นคะแนนของนักวิจารณ์

A Wrinkle in Time (เปิดตัว: 9 มีนาคม รายได้ทั่วโลก: 132 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: 100 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 42%) ถึงจะครองอันดับหนังทำเงินในปี 2018 ด้วยหนังอย่าง Black Panther, Avengers: Infinity War, และ Incredibles 2 แต่ไม่ใช่ว่าหนังของดิสนีย์ทุกเรื่องจะประสบความสำเร็จมหาศาล และความผิดหวังครั้งแรกของพวกเขาในปี 2018 ก็คือ งานดัดแปลงนิยายแฟนตาซี A Wrinkle in Time ของผู้กำกับ เอวา ดูเวอร์นาย ที่ทำเงินแค่ 132 ล้านเหรียญทั่วโลก โดยเป็นรายได้นอกอเมริกาแค่ 32 ล้านเหรียญ

Solo: A Star Wars Story (เปิดตัว: 25 พฤษภาคม รายได้ทั่วโลก: 392 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: 250 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 70%) แม้จะติดอันดับหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาเหนือของปี แต่ Solo ก็ยังเป็นความน่าผิดหวัง เมื่อมองจากมาตรฐานของหนัง Star Wars และยังเป็นหนังเรื่องแรกในชุดที่อยู่ในยุคดิสนีย์ที่ขาดทุน หนังเจอปัญหาในการถ่ายทำมากมาย จนรอน โฮเวิร์ดต้องมาคุมงานแทนฟิล ลอร์ด และคริส มิลเลอร์ ท้ายที่สุด Solo ไม่สามารถทำเงินผ่าน 400 ล้านเหรียญทั่วโลกได้สำเร็จ ขณะที่หนัง Star Wars ยี่ห้อดิสนีย์ล้วนทำเงินผ่านพันล้านทุกเรื่อง

Billionaire Boy’s Club (เปิดตัว: 17 สิงหาคม รายได้ทั่วโลก: 2.2 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: ไม่ระบุ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 8%) หนังเควิน สเปซีย์เรื่องนี้ ทำเงินแค่ 126 เหรียญในวันเปิดตัว มีผู้ชมแค่โรงละ 6 คนในสัปดาห์แรกที่ฉาย ทำให้กระทั่งทำรายได้ผ่าน 600 เหรียญในสัปดาห์เปิดตัวยังยาก ท้ายที่สุดหนังทำรายได้ในอเมริกาเหนือเพียง 1,300 เหรียญ และ 2.2 ล้านเหรียญในตลาดต่างประเทศ

The Happytime Murders (เปิดตัว: 24 สิงหาคม รายได้ทั่วโลก: 27 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: 40 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 23%) หนังหุ่นมหาสนุกเวอร์ชันลามก มีเมลิสสา แม็คคาร์ธีย์แสดงนำเรื่องนี้ ทำเงินทั่วโลกไป 27 ล้านเหรียญ โดยใช้ทุนสร้าง 40 ล้านเหรียญ

Life Itself (เปิดตัว: 21 กันยายน รายได้ทั่วโลก: 5.8 ล้านเหรียญ ค่าข้อตกลงในการถือสิทธิ์: 10 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 14%) ตอนเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน หนัง Life Itself ของผู้สร้างสรรค์ซีรีส์ This Is Us – แดน ฟอเกลแมน เป็นหนึ่งในหนังของอะเมซอนเปิดตัวในวงกว้างที่สุด แต่ก็ไม่สามารถสร้างกลุ่มผู้ชมได้อย่างหวัง หนังทำเงินแค่ 2.1 ล้านเหรียญในสัปดาห์เปิดตัว ซึ่งถือเป็นหนังเปิดตัวด้วยโรงกว่า 2,500 โรงที่แย่ที่สุดของปีนี้ หนังทำเงินในอเมริกาเหนือแค่ 4 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ 5.8 ล้านเหรียญ โดยอะเมซอนจ่ายเงินสิบล้านเหรียญ เพื่อสิทธิ์ฉายหนังเรื่องนี้ในอเมริกาเหนือ

London Fields (เปิดตัว: 26 ตุลาคม รายได้รวมทั่วโลก: 252,000 เหรียญ ทุนสร้าง: 8 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 0%) Aquaman หนังเรื่องล่าสุดของแอมเบอร์ เฮิร์ด ทำเงินกระจายบนบ็อกซ์ ออฟฟิศ แต่หนังอีกเรื่องที่เธอเล่นในปี 2018 London Fields ไม่กระเซ็นกระทั่งหยดน้ำ และกลายเป็นหนึ่งในหนังเปิดตัวห่วยที่สุดตลอดกาล สำหรับหนังเปิดตัวด้วยจอ 600 จอหรือมากกว่านั้น โดยทำเงินแค่ 252,000 เหรียญในบ็อกซ์ ออฟฟิศ

The Nutcracker and the Four Realms (เปิดตัว: 2 พฤศจิกายน รายได้ทั่วโลก: 166 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: 120 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 34%) หนังคนแสดงของดิสนีย์ ที่มาที่มาจาก The Nutcracker ทำเงินแค่ 166 ล้านเหรียญทั่วโลก แถมทุนสร้างยังมากถึง 120 ล้านเหรียญ ซึ่งไม่ดีเลยสำหรับมาตรฐานของดิสนีย์ และเห็นได้ชัดว่า ไม่ใช่หนังทุกเรื่องของพวกเขาจะเป็น Beauty and the Beast ได้

The Girl in the Spider’s Web (เปิดตัว: 9 พฤศจิกายน รายได้ทั่วโลก: 34 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: 43 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 41%) แคลร์ ฟอยอาจจะคว้ารางวัลเอ็มมีปี 2018 ไปครองจากการแสดงใน The Crown ทางเน็ทฟลิกซ์ แต่บนจอใหญ่ นี่ไม่ใช่ปีที่ดีของเธอ หนังสามเรื่องที่ฟอยเล่น Unsane (เปิดตัว 23 มีนาคม), First Man (12 ตุลาคม) และ The Girl in the Spider’s Web ล้วนทำได้ต่ำกว่าที่คาด และงานรีบูท/ ภาคต่อจากหนัง The Girl with the Dragon Tattoo ของเดวิด ฟินเชอร์ คือที่สุดของความน่าผิดหวัง เมื่อทำเงินแค่ 34 ล้านเหรียญทั่วโลก หลังใช้ทุนสร้างไป 43 ล้านเหรียญ

Robin Hood (เปิดตัว: 21 พฤศจิกายน รายได้ทั่วโลก: 73 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: 100 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 16%) การเอาRobin Hood มาทำใหม่อีกครั้ง โดยได้ทารอน เอเกอร์ตันแสดงนำ กลายเป็นหนึ่งในหายนะครั้งใหญ่บนบ็อกซ์ ออฟฟิศปีนี้เมื่อออกฉาย หนังทำเงินแค่ 14 ล้านเหรียญในสุดสัปดาห์แรก ซึ่งเป็น 5 วันของสุดสัปดาห์เทศกาลขอบคุณพระเจ้า กลายเป็นหนังทุนสร้างเกิน 90 ล้านเหรียญเปิดตัวแย่ที่สุดของปี หนังใช้ทุนสร้างร้อยล้าน แต่ทำเงินแค่ 73 ล้านเหรียญทั่วโลก ซึ่งเป็นรายได้จากอเมริกาเหนือเพียง 30 ล้านเหรียญ

Mortal Engines (เปิดตัว 14 ธันวาคม รายได้ทั่วโลก: 55 ล้านเหรียญ ทุนสร้าง: 100 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 27%) ไม่ต้องรอนานหลังจาก Robin Hood ว่าจะมีใครมาครองบัลลังก์หนังคว่ำของบ็อกซ์ ออฟฟิศปีนี้ หลังเปิดตัวในอเมริกาอย่างย่ำแย่ที่ 7.5 ล้านเหรียญ Mortal Engines ถูกประเมินว่าจะทำให้สตูดิโอยูนิเวอร์แซลสูญเงินไม่ต่ำกว่าร้อยล้านเหรียญ หนังอำนวยการสร้างโดยผู้กำกับปีเตอร์ แจ็คสัน แห่ง Lord of the Rings ทำเงินในอเมริกาแค่ 13 ล้านเหรียญ และทำเงินทั่วโลก 55 ล้านเหรียญ หลังเปิดตัวผ่านไป 2 สัปดาห์ โดยใช้ทุนสร้างถึงร้อยล้าน

Welcome to Marwen (เปิดตัว 21 ธันวาคม รายได้ทั่วโลก: 4.8 ล้านเหรียญ โดยยังไม่ปิดการฉาย ทุนสร้าง: 39 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 26%) ผู้กำกับโรเบิร์ท เซเม็คคิสสร้างสถิติทำหนังคว่ำ 3 เรื่องติด โดยเริ่มจาก The Walk (2015), Allied (2016) และ Welcome to Marwen ซึ่งกลายเป็นหนังเปิดตัวในอเมริกาแย่ที่สุดของปีสำหรับสตูดิโอใหญ่ ด้วยรายได้ 2.35 ล้านเหรียญ และทำให้ยูนิเวอร์แซลมีหนังคว่ำสองสัปดาห์ต่อเนื่อง จาก Mortal Engines มาถึง Marwen หนังทำเงินตอนนี้เกือบๆ 5 ล้านเหรียญในอเมริกา และใช้ทุนสร้าง 39 ล้านเหรียญ

Holmes & Watson (เปิดตัว 25 ธันวาคม รายได้ทั่วโลก: 12 ล้านเหรียญ โดยยังไม่ปิดการฉาย ทุนสร้าง: 42 ล้านเหรียญ คะแนนบนเว็บมะเขือเน่า: 7%) หนังเบาสมองที่จับวิลล์ ฟาร์เรลล์มาพบกับจอห์น ซี. ไรลีย์ อีกครั้ง หายต๋อมไปจากบ็อกซ์ ออฟฟิศอย่างรวดเร็ว หนังทำเงินไป 12 ล้านเหรียญจากสามวันแรก และใช้ทุนสร้าง 42 ล้าน โดยมีข่าวว่า หนังถูกเสนอขายให้เน็ทฟลิกซ์ แต่เจ้าพ่อสตรีมมิงปฏิเสธที่จะซื้อ แถมเป็นหนึ่งในหนังที่นักวิจารณ์ของเว็บมะเขือเน่าถล่มหนักของปี และน่าจะกลายเป็นหนังคว่ำส่งท้ายปี 2018

หนังรางวัลที่ปราศจากแรงส่งจากบ็อกซ์ ออฟฟิศ
Widows, First Man และ The Frontrunner เป็นหนึ่งในหนังหวังออสการ์แบบหนักๆ ไม่กี่เรื่องที่ไม่สามารถอาศัยแรงส่งจากความสำเร็จในบ็อกซ์ ออฟฟิศได้ เมื่อทั้งสามเรื่องล้วนทำรายได้น่าผิดหวัง เจสัน กูเอร์ราซิโอ จากบิสิเนสส์ อินไซเดอร์ เผยว่า จำนวนโรงที่ทางโคลัมเบียเทให้กับ The Frontrunner หนังที่นำแสดงโดย ฮิวจ์ แจ็คแมนสูงที่สุดคือ แค่ 800 จอ

ส่วน Widows ก็เหลวในเรื่องการดึงผู้ชม ถึงแม้จะได้ทีมนักแสดงระดับรวมดาวมาเจอกัน รวมถึงมีเสียงฮือฮาถึงการเป็นงานรางวัล ผู้เชี่ยวชาญบ็อกซ์ ออฟฟิศเสริมด้วยว่า น่าจะเป็นผลจากการทำการตลาดที่ไม่ดี และกำหนดฉายที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ First Man ผลงานต่อจาก La La Land ของเดเมียน ชาเซลล์ ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมไม่สำเร็จ แม้จะไม่ถึงขั้นล้มเหลวหรือกลายเป็นหายนะ แต่โอกาสที่หนังทั้งสามเรื่องจะไปถึงออสการ์ ก็ไม่ได้รับแรงส่งจากการเป็นหนังที่ทำได้ดีในบ็อกซ์ ออฟฟิศแน่ๆ

โดย ฉัตรเกล้า เรื่อง รายได้หนังในปีที่ผ่านมา นิตยสาร เอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1272 ปักษ์หลังมกราคม 2562

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 7
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    7
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On