รำลึกถึง อลัน ริคแมน วายร้าย และผู้เสียสละผู้จากไป พร้อมงานแสดงที่น่าสนใจของผู้ชายคนนี้

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลังการจากไปของเดวิด โบวีในวันที่ 10 มกราคม อีก 4 วันต่อมา อลัน ริคแมนเจ้าของบทบาทที่น่าจดจำในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter, Die Hard และ Robin Hood: Prince of Thieves ก็เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในวันที่ 14 มกราคม ด้วยวัย 69 ปีเท่ากับเดวิด โบวี

alan_rickman sadaos_story_pix

ทันทีที่ทราบข่าว เจเค โรว์ลิง ผู้ประพันธ์หนังสือชุด Harry Potter ก็แสดงการสดุดีริคแมน โดยกล่าวถึงเขาว่า เป็น “นักแสดงชั้นยอด และผู้ชายที่แสนมหัศจรรย์” และ “ไม่มีคำใดที่จะสามารถถ่ายทอดได้เลยว่า ฉันรู้สึกช็อคและสูญเสียมากมายขนาดไหน ที่ได้ยินว่าอลัน ริคแมน จากไปแล้ว” เธอเสริมด้วยว่า “ความคิดของฉันจะไปอยู่กับริมา (ภรรยาของริคแมน) และครอบครัวของอลัน ขณะที่เราทุกคนสูญเสียคนที่มีความสามารถไป แต่พวกเขาต้องสูญเสียส่วนหนึ่งของหัวใจพวกเขา”

ขณะที่เอ็มมา ธอมป์สัน ที่แสดงร่วมกับริคแมนในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง บอกว่าริคแมนเป็น “นักแสดง และผู้กำกับชั้นเยี่ยม” และ “ปุถุชนที่ดีเลิศอย่างที่สุด” เธอกล่าวอีกด้วยว่า “อลันคือเพื่อนของฉัน และมันยากที่จะเขียนอะไรออกมา เพราะว่าฉันเพิ่งจุมพิตอำลาเขาไป” และ “สิ่งที่ฉันจดจำได้มากที่สุดในช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวด ก็คืออารมณ์ขัน, ความสามารถ, ความชาญฉลาด และมิตรจิตมิตรใจของเขา”

แดเนียล แรดตลิฟฟ์ ผู้รับบทแฮร์รี พอตเตอร์ บอกว่าริคแมน คือ “หนึ่งในนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ ที่ผมได้ร่วมงานด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย” และ “การทำงานกับเขาในช่วงที่กำลังเริ่มต้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และผมจะใช้บทเรียนที่เขาสอนให้ ไปตลอดชีวิตการทำงาน และการใช้ชีวิตของตัวเอง

นักแสดงที่เกิดที่ลอนดอนรายนี้ เริ่มต้นด้วยงานละครเวที ก่อนจะไปได้บทในหนังโทรทัศน์เรื่อง Smiley’s People และ The Barchester Chronicles ในยุค 80 การแสดงบท วิคอมเต เดอ วัลมองท์ ในละครบรอดเวย์เรื่อง Les Liaisons Dangereuses เมื่อปี 1986 ทำให้เขาเข้าชิงรางวัลโทนีอวอร์ดส์หนแรก จากทั้งหมด 2 ครั้ง แล้วยังไปเข้าตาโจล ซิลเวอร์ ผู้อำนวยการสร้างหนัง Die Hard จนเสนอบทในหนังใหญ่เรื่องแรกให้ และเขาก็แจ้งเกิดได้จากหนังเรื่องนี้ ในบทตัวร้าย ซึ่งเขายังได้บทตัวร้ายที่น่าจดจำในหนังอีกหลายๆ เรื่อง อาทิ นายอำเภอเมืองน็อตติงแฮมใน Robin Hood: Prince of Thieves เมื่อปี 1991 ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลบาฟตา และผู้พิพากษาทอปิน ประกบกับจอห์นนี เด็ปป์ใน Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street เมื่อปี 2007

แต่เขาก็มีโอกาสแสดงให้เห็นด้านที่นุ่มนวลเช่นกัน อย่าง Truly Madly Deeply เมื่อปี 1990 และบทผู้พันแบรนดอนใน Sense and Sensibility ซึ่งทำให้เขาเข้าชิงรางวัลบาฟตา ที่เขาได้เข้าขิงอีกครั้งจากบทนักการเมืองไอริชใน Michael Collins เมื่อปี 1996 ซึ่งในปีถัดมาเขาก็ได้รางวัลลูกโลกทองคำนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากมินี-ซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Rasputin: Dark Servant of Destiny

นอกจากงานแสดง ริคแมน ยังเคยทำหน้าที่หลังกล้อง กำกับเอ็มมา ธอมป์สันและแม่ของเธอ – ฟิลลิดา ลอว์ ใน The Winter Guest เมื่อปี 1997 และหนังพีเรียด A Little Chaos ที่แสดงนำโดย เคท วินสเลท

แม้ดูเหมือนเขาโดดเข้ามาสู่การทำงานในวงการภาพยนตร์เต็มตัว แต่ริคแมนก็ยังไม่ทิ้งละครเวที และในปี 2002 เขาก็ได้ชิงรางวัลโทนี อวอร์ดส์อีกครั้งจาก Private Lives

ริคแมนแต่งงานกับ ริมา ฮอร์ตัน อย่างไม่เปิดเผยเมื่อปีที่แล้ว โดยทั้งคู่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เขาอายุ 19 และเธออายุ 18

และนี่คือการแสดงชั้นเยี่ยม ที่ริคแมนมอบเอาไว้ในความทรงจำ

Die Hard (1988): หน้าที่การงานในอังกฤษของริคแมน ถือว่ามั่นคงทั้งงานโทรทัศน์และละครเวที แต่พอมาเล่นหนังจอเงินรับบทตัวร้าย ฮานส์ กรูเบอร์ ใน Die Hard หนังแอ็คชันทุนสูง หลังจากน็อคคนดูละครบรอดเวย์ด้วยบทวัลมองท์ และหลังเดินทางมาถึงฮอลลีวูดไม่กี่วัน เขาก็กลายเป็นนักแสดงอินเตอร์ โดยริคแมนประกบกับบรูซ วิลลิส ที่กำลังดังจากซีรีส์ Moonlighting เขาใช้เสียงพูดที่นุ่มนวล ท่าทางที่น่าสงสัย มาสร้างการแสดงที่น่าจดจำในบทตัวร้ายชาวยุโรป รวมทั้งยังกรุยทางทางให้นักแสดงละครเวทีชาวอังกฤษได้มีโอกาสเข้ามาเล่นหนังฮอลลีวูดบล็อคบัสเตอร์ มาจนถึงวันนี้

Truly, Madly, Deeply (1990): งานกำกับเรื่องแรกของแอนโธนี มิงเกลลา ที่เขายังเขียนบทอีกด้วยเรื่องนี้ ทำให้ผู้ชมได้เห็นด้านที่นุ่มนวล และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับริคแมนเป็นอย่างมาก ทั้งการแสดงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น จากบทนำที่แสนโรแมนติค ในหนังที่ต้องยอมรับกันว่าเป็นหนังผี ริคแมนเล่นเป็นแฟนหนุ่มนักเชลโลของ จูเลียต สตีเวนสัน ที่กลับมาหลอนเธอหลังเขาเสียชีวิต การแสดงในบทหญิงสาวที่ยังจมอยู่ในความเศร้าโศก กับการจากไปของคนรักถือเป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของสตีเวนสัน และริคแมนก็เข้ากันได้ดีกับเธอ

Robin Hood: Prince of Thieves (1991): ริคแมนสานต่อการเล่นเป็นตัวร้ายได้อย่างน่าจดจำ ด้วยบทนายอำเภอน็อตติงแฮม ขณะที่หนังได้รับเสียงวิจารณ์ที่ก้ำกึ่ง ถึงขนาดได้ชิงรางวัลแรซซี แล้วก็มีอะไรพิลึกๆ อีกเยอะ เช่น เต็มไปด้วยบทพูดที่น่าขัน แถมตัวละครส่วนใหญ่ก็พูดด้วยสำเนียงอเมริกัน มีเพลงป็อปอย่าง Everything I Do (I Do It for You) ประกอบ แต่การแสดงของริคแมนกลับได้รับการยกย่อง ถึงขั้นคว้ารางวัลบาฟตาในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาครอง

Sense and Sensibility (1995): หนังของผู้กำกับอังลี ที่ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของเจน ออสเตน โดยเอ็มมา ธอมป์สันเขียนบทและร่วมแสดง แม้บทของริคแมนจะเป็นบทเล็กๆ แต่ก็เป็นบทที่น่าจดจำ สำหรับการเป็นผู้พันแบรนดอน ชนชั้นสูงที่ลดตัวลงมาขอความรักและชนะใจมาริแอนน์ ที่รับบทโดยเคท วินสเลท และเมื่อมองย้อนกลับไป หนังเรื่องนี้ถือเป็นแรงส่งให้กับหลายๆ คนในเรื่อง ซึ่งไม่ใช่ริคแมน ที่ก่อร้างสร้างตัวเรียบร้อยแล้ว แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานร่วมกับธอมป์สันอีกหลายๆ หนในเวลาต่อมา และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ งานกำกับชิ้นแรกของเขา The Winter Guest ที่มีฟิลลิดา ลอว์ แม่ของธอมป์สันร่วมแสดงด้วยในอีก 2 ปีต่อมา

Galaxy Quest (1999): หนังไซ-ไฟ ที่กลายเป็นหนังคัลท์เรื่องนี้ ริคแมนต้องประกบกับทิม อัลเลน และซิกัวร์นีย์ วีเวอร์ ทำให้เขาได้แสดงความสามารถในการเล่นหนังเบาสมอง ซึ่งเป็นการล้อเลียน Star Trek ที่บรรดาตัวลูกเรือในซีรีส์ไซ-ไฟอวกาศเรื่องหนึ่ง ซึ่งเคยได้รับความนิยม ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหน่วยรบอวกาศจริงๆ จากบรรดาเอเลียนผู้มาเยือน ริคแมนเป็นนักแสดงชื่อ อเล็กซานเดอร์ เดน ที่ต้องรับบทเอเลียน ดร. ลาซารัส ที่ลักษณะคล้ายๆ กับสป็อคในซีรีส์โทรทัศน์ ซึ่งเดนจะใส่ความเกรี้ยวกราดแบบนักแสดงละครเชคสเพียร์ ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีเข้ามาในบท (ซึ่งในชีวิตของริคแมน เขาก็คือนักแสดงละครเชคสเพียร์) แต่มักจะถูกมองเป็นตัวตลก เนื่องจากต้องสวมชิ้นส่วนบางอย่างลงบนศรีษะ เวลาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน

Harry Potter (2001-2011): ริคแมน สวมบทบาทเซเวรัส สเนปอยู่ร่วมๆ หนึ่งทศวรรษในหนังทั้งหมด 8 เรื่อง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในบทบาทที่สำคัญของเขา ตลอดระยะเวลาการทำงานในโลกภาพยนตร์ และยังเป็นบทที่ทำให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่หลากหลายของริคแมน ไม่ว่าจะเป็นตัวร้าย, วีรบุรุษผู้น่าสงสาร และตัวละครโรแมนติค ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นอาจารย์สอนวิชาปรุงยาจอมเหน็บแนม และกลายเป็นตัวละครสำคัญในการต่อสู้กับลอร์ด โวลเดอมอรท์ในเวลาต่อมา

Love Actually (2003): จะได้เห็นริคแมนดป็นทั้งเจ้านายผู้น่าทึ่ง และสามีผู้อ่อนแอ ตัวละครแฮร์รีของเขามีชีวิตแต่งงานที่สุขสบายกับคาเรน (เอ็มมา ธอมป์สัน) จนกระทั่งเขาถูกอ่อยเหยื่อโดยเลขาสาว และเรื่องราวของพวกเขาก็กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวความรักที่น่าเศร้าของหนังเรื่องนี้ หลังสร้อยคอที่เขาแอบซื้อให้กับเลขา นำไปสู่ปัญหาในชีวิตแต่งงาน และกลายเป็นหนึ่งในคำถามของหนัง ที่ไม่มีคำตอบ แต่กับสถานภาพของการเป็นหนึ่งในนักแสดงชั้นเยี่ยมของริคแมน ถูกตอกย้ำให้มั่นคงยิ่งขึ้นด้วยหนังเรื่องนี้

A Little Chaos (2014): ริคแมนกำกับและร่วมเขียนบทหนังดรามาย้อนยุค แสดงนำโดยเคท วินสเลท ที่เป็นผลงานการกำกับเรื่องที่สองของเขา และยิ่งไปกว่านั้นเขายังร่วมแสดงด้วยในบทพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งเป็นการกำกับที่ทิ้งห่างจากหนังเรื่องก่อนร่วมๆ 20 ปี เรื่องราวในหนังเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 17 วินสเลทเป็นนักออกแบบสวนนอกรูปแบบเดิมๆ และมีอดีตอันน่าเศร้าตามหลอกหลอน แต่ความช่วยเหลือของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็ช่วยนำทางให้เธอพบกับความสำเร็จ

จากเรื่อง อลัน ริคแมน วายร้าย และผู้เสียสละผู้จากไป โดย ลุงทอย คอลัมน์ อำลา-อาลัย นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1201 ปักษ์แรกกุมภาพันธ์ 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On