รำลึกถึง Still Got the Blues อัลบัมเปลี่ยนชีวิตของแกรี มัวร์

SHARE THIS
  • 336
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    336
    Shares

Still Got the Blues งานเดี่ยวชุดที่แปดของแกรี มัวร์ มือกีตาร์ชาวไอร์แลนด์เหนือ ออกมาในปี 1990 กลายเป็นอัลบัมที่สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับเจ้าของอัลบัม โดยเฉพาะสไตล์ในการเล่นกีตาร์ ที่ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักในฐานะมือกีตาร์ร็อคและฮาร์ด ร็อค จากการร่วมงานกับวงอย่าง Skid Row (คนละวงกับวงเฮฟวี เมทัลในยุค 90), Thin Lizzy, G-Force และทำงานกับเกร็ก เลค รวมไปถึงการทำงานเดี่ยวในช่วงที่ผ่านๆ มา ขณะที่การทำงานกับ Colosseum II วงโปรเกรสสีฟ แจ๊ซซ์ ที่ตั้งกันในปี 1975 ก็เป็นงานในแบบแจ๊ซซ์-ฟิวชัน

 

แต่กับ Still Got the Blues นี่คืองานที่ทำให้คอเพลงได้เห็นมัวร์ ก้าวไปสู่โลกของดนตรีบลูส์

มัวร์ได้สองมือกีตาร์ระดับพ่อเพลงบลูส์อเมริกัน อัลเบิร์ท คิง กับอัลเบิร์ท คอลลินส์ มาเป็นแขกรับเชิญในอัลบัมยอดขายในระดับแผ่นเสียงทองคำชุดนี้ โดย Still Got the Blues ขึ้นอันดับสูงสุดบนชาร์ทอัลบัมบิลล์บอร์ดในอันดับที่ 83 เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 1991 และกลายเป็นอัลบัมที่ประสบความสำเร็จในเรื่องยอดขายและอันดับบนชาร์ทมากที่สุดของแกรี มัวร์ในสหรัฐอเมริกา ส่วนซิงเกิลชื่อเดียวกับชุด ก็ขึ้นไปถึงอันดับที่ 97 ของชาร์ทเพลงฮิตบิลล์บอร์ด ฮ็อท 100 ในวันเดียวกับที่อัลบัมขึ้นอันดับสูงสุดเป็นครั้งแรก และกลายเป็นซิงเกิลเดียวของมัวร์ ที่ติดอันดับชาร์ทบิลล์บอร์ด ฮ็อท 100

หันมาดูความสำเร็จในบ้านเกิด บนเกาะอังกฤษ แกรี มัวร์ มีอัลบัมติดท็อปเทนชาร์ทเพลงสหราชอาณาจักรอยู่เพียง 3 ชุดตลอดชีวิตการทำงานซึ่งไม่ได้ยืนยาวนัก เมื่อเขาจากไปในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2011 ด้วยวัยเพียง 58 ปี เชื่อว่าหลายๆ คนคงมั่นใจว่าหนึ่งในสามชุดนั้นจะต้องมี Still Got The Blues รวมอยู่ด้วยแน่นอน แต่…. เซอร์ไพรส์! ไม่มีงานชุดนี้ เพราะงานสามชุดที่ว่าก็ได้แก่ Wild Frontier (1987), After Hours (1992) และงานแสดงสด Blues Alive ในปี 1993

แต่ความสำคัญของ Still Got the Blues ก็คือ เมื่อมันออกขายในเดือนมีนาคม 1990 ที่อังกฤษ คืออัลบัมที่ทำให้เซียนกีตาร์ชาวไอริช ได้กลุ่มคนฟังใหม่ๆ ถึงจะไปได้แค่อันดับที่ 13 ในบ้านเกิด แต่ก็สามารถขายได้อย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ จนทำให้เขาได้รับแผ่นเสียงทองคำขาวในปี 1995 หลังอัลบัมวางจำน่ายถึง 4 ปีครึ่ง รวมทั้งเป็นงานที่ขายดีที่สุดของมัวร์มาถึงทุกวันนี้ นอกเหนือไปจากเป็นอัลบัมแผ่นเสียงทองคำในสหรัฐอเมริกาเพียงชุดเดียวของเจ้าตัว และไม่ใช่แค่สองพ่อเพลงบลูส์ชาวอเมริกันที่เป็นแขกรับเชิญคนสำคัญ อัลบัมชุดนี้ยังได้ตำนานเพลงอย่าง จอร์จ แฮร์ริสัน มาร่วมงานด้วย โดยมัวร์ทำหน้าที่โปรดิวซ์อัลบัมชุดนี้ร่วมกับเอียน เทย์เลอร์

ตัวเพลงในอัลบัม มีทั้งเพลงใหม่ของมัวร์ อย่าง เพลงที่เป็นชื่อชุด, “Moving On” และ “King Of The Blues” เพลงเก่าของศิลปินที่มัวร์ชื่นชอบซึ่งถูกนำมาทำใหม่ เช่น “All Your Love” ของโอติส รัช และ “Walking By Myself” ของจิมมี โรเจอร์ส, แล้วก็ “That Kind Of Woman” เพลงใหม่จากแฮร์ริสันที่ยังมาร่วมร้องและเล่นกีตาร์ด้วย,“Stop Messin’ Around” เพลงฮิตในยุคแรกๆ ของ Fleetwood Mac ที่ต่อมาไปอยู่ในอัลบัม Blues For Greeny งานสดุดีปีเตอร์ กรีนที่ออกมาในปี 1995

หลังทำงานในวงการเพลงมาร่วมๆ 2 ทศวรรษ มัวร์ก็ทิ้งฮาร์ดร็อค ซาวนด์ที่อยู่ติดกับตัวเองมายาวนานด้วย Still Got the Blues ที่หันมาหางานดนตรีที่มีท่วงทำนองมากขึ้น และแน่นอนความเป็นบลูส์ในตัว เป็นครั้งแรก และนำไปสู่ความสำเร็จใหม่ๆ เมื่อคนฟังยินดีที่จะก้าวไปพร้อมกับเขา

“ผมไม่ได้พยายามเลียนแบบ ซาวนด์กีตาร์อเมริกันที่ฟังเคลียร์ และประณีต” มัวร์ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารคิว เมื่อปี 1992 ถึงงานชุดนี้ “ผมอยากทำงานที่ฟังหยาบและฉับไว ซึ่งผมคิดว่าตัวเองทำสำเร็จ มันก็แค่การเริ่มต้นใหม่ และนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมสามารถทำได้”

ท้ายที่สุด นี่คืออัลบัมที่เปิดประตูให้มัวร์ก้าวเข้าไปสู่ยุคใหม่ ที่เป็นยุคที่เขาประสบความสำเร็จที่สุดก็ว่าได้ ด้วยผลงานชุดสำคัญๆ อีกหลายชุดต่อจากนี้ ตลอดยุค 90

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง รำลึกถึง Still Got the Blues อัลบัมเปลี่ยนชีวิตของแกรี มัวร์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ 8 พฤษภาคม 2562

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 336
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    336
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On