รู้จักกับ 5 เพลงห้ามพลาดจาก Starboy อัลบั้มใหม่ มาแรงของ The Weeknd ที่ขึ้นอันดับ 1 กว่า 80 ประเทศ

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เดอะ วีคเอนด์ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับอัลบั้ม Beauty Behind the Madness ในปี 2015 ทั้งเงินและกล่อง เมื่อเพลง Earned It ทำให้เขาคว้ารางวัลแกรมมีตัวแรกมาครองได้สำเร็จ และทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่ใครๆ ก็อยากได้ไปร่วมงาน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็อย่าง เพลง FML ในอัลบั้ม The Life of Pablo ของ Kanye West แล้วยังไปปรากฏตัวในเพลง 6 Inch จากอัลบั้ม Lemonade ของบียอนเซอีกด้วย

แต่ถึงจะงานชุกขนาดไหน ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะวางการทำงานของตัวเองลงไป แถมยังเป็นตรงกันข้าม เมื่อเดอะ วีคเอนด์ พร้อมที่จะทำงานชุดใหม่ต่อในทันที โดยเจ้าตัวเผยเป็นนัยๆ ถึงงานชุดที่สามผ่านอินสตาแกรม เมื่อเดือนมีนาคม 2016 ซึ่งพูดถึง ‘บทต่อไป’ ทางดนตรี และในเดือนสิงหาคม ก็มีการยืนยันถึงการทำงานร่วมกันระหว่าง เดอะ วีคเอนด์ กับดูโอ อิเล็กทรอนิกส์ ชาวฝรั่งเศส Daft Punk ตามด้วยการประกาศชื่ออัลบั้มชุดใหม่ โดยใช้ชื่อว่า Starboy ซึ่งจะมีเพลงทั้งหมด 18 เพลงในงานชุดนี้ โดยมีเพลงไตเติล แทร็คที่ทำร่วมกับดาฟท์ พังค์ เป็นซิงเกิลแรก แล้วก็ตามด้วย Party Monste กับอีกเพลงที่ทำร่วมกับดาฟท์ พังค์ I Feel It Coming ซึ่งสองซิงเกิลนี้ ถูกปล่อยออกมาในวันเดียวกัน

อัลบั้ม Starboy ถูกปล่อยออกมาในเดือนพฤศจิกายน และกลายเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ในกว่า 80 ประเทศ โดยในงานชุดนี้ เดอะ วีคเอนด์เผยว่าได้รับอิทธิพลมาจากศิลปินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Prince, The Smiths, Talking Heads และ Bad Brains แล้วก็มีศิลปินมากมายมาร่วมงานด้วย นอกจาก ดาฟท์ พังค์แล้ว ก็ยังมี Lana Del Rey, Future และ Kendrick Lamar แล้วก็เต็มไปด้วยเพลงที่น่าสนใจมากมาย และเว็บ radio.com ก็ได้เลือกเพลงเจ๋งๆ ที่ห้ามพลาดในอัลบั้มนี้ให้ได้รู้จักกันอย่างน้อยถึง 5 เพลง ได้แก่

Sidewalks: เพลงที่ได้เคนดริค ลามาร์มาร่วมงาน ซึ่งพูดถึงความเป็นพ่อที่หายไป, ชีวิตบนท้องถนนที่ซอมซ่อ ที่ใช้ภาษา ถ้อยคำทางศาสนามาลดความรุนแรงในเนื้อหาลงไป และกลายมาเป็นบทกวีข้างถนน การใช้ชีวิตของพวกเขาที่ต้องปกป้องตัวเอง และไม่เคยโกหกใคร

False Alarm: เสียงร้องใช้เทคนิคดิจิตอลทำให้มีหลายระดับชั้นซ้อนกันอยู่ เพื่อสร้างเสียงประสานขึ้นมา และฟังเหมือนเป็นหุ่นยนต์ที่เซ็กซี และอบอุ่น ในท่อนร้องและท่อนเชื่อม แต่พอมาถึงท่อนคอรัส ก็เปลี่ยนโหมดเป็นร็อค ที่สมบูรณ์แบบทั้งจากการใช้เสียงร้องแหลมสูง และบีมที่เร่งเป็นดับเบิล นี่คือเพลงที่เหมือนกับการเตือนคนฟังว่า ในอัลบั้มชุดนี้มีความหลากหลายขนาดไหน รวมไปถึงก้าวร้าวประมาณไหน

Six Feet Under: เหมือนภาคต่อด้านมืดของเพลง Six Inch ของควีนบี ที่เดอะ วีคเอนด์ไปร่วมงานในอัลบั้ม the Lemonade โดยในเพลงนั้น บียอนเซและเขาบอกเล่าเรื่องราวของสาวทำงาน ที่ได้พลังมาจากไลฟ์สไตล์ในยามดึกดื่นของตัวเอง และในเพลงนี้จะเกาะติดไปกับตัวละครคล้ายๆ กัน ไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเธอ

Secrets: เริ่มต้นด้วยเสียงร้องแบบเขินๆ ในสไตล์บาโรค ซึ่งทำให้นึกถึงงานของวงอย่าง Naked Eyes และเพลงที่เป็นการเว้าวอนแบบนิวเวฟทั้งหลาย กับเสียงของซินธ์และไลน์เบสที่ซับซ้อน หลายชั้น เพลงแดนซ์จังหวะกลางๆ เพลงนี้ คือเพลงเกี่ยวกับความไม่ซื่อตรง และความเชื่อใจในความสัมพันธ์ที่ลดลงเรื่อยๆ

I Feel it Coming: เป็นการทำงานร่วมกับดาฟท์ พังค์ โดยงานชุดนี้จะว่าไปแล้วได้รับการสนับสนุน และมีอิทธิพลของดาฟท์ พังค์ เต็มไปหมด อย่างเพลง Starboy ก็แสดงให้เห็นถึงทิศทางใหม่ๆ ของเดอะ วีคเอนด์ กับการทำงานในแบบยูโร-อิเลคโทร และเพลงนี้ก็ยังส่งผ่านความสดใส ซึ่งใช้เป็นเพลงปิดท้ายอัลบั้ม ที่บางทีอาจจะเป็นเพลงที่สุขสันต์ที่สุดของเขาเท่าที่ทำมาเลยก็ว่าได้

ทั้งหมดนี่คือออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อย สำหรับคอเพลงทั้งหลาย ก่อนจะไปเจอเมน คอร์สจริงๆ ในอัลบั้ม Starboy

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On