สัญญาใหม่ของเทย์เลอร์ สวิฟท์ ที่ทำให้เธอกลายเป็นแม่พระของศิลปิน

SHARE THIS
  • 134
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    134
    Shares

ด้วยความที่เป็นศิลปินระดับหัวแถวของวงการในยามนี้ ที่ไปได้สวยทั้งยอดขายอัลบัม รายได้จากสตรีมมิง และแน่นอนการทัวร์คอนเสิร์ต ทำให้เทย์เลอร์ สวิฟท์กลายเป็นศิลปินที่ค่ายเพลงไหนๆ ก็ต้องการเซ็นสัญญา โดยเฉพาะเมื่อเธอเพิ่งหมดสัญญากับค่ายเดิม บิก แมชีน ไปราวๆ กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากร่วมงานกันมาตั้งแต่เธออายุแค่ 14 ปี

เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ศิลปินสาวที่ทั้งสวยทั้งเก่งอย่างเธอ จะร้างลาค่ายเพลงให้สังกัดโดยไม่ถึงเดือน และ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เทย์เลอร์ สวิฟท์ก็กลายเป็นศิลปินคนใหม่ของยูนิเวอร์แซล มิวสิค กรุ๊ป (หรือยูเอ็มจี) สำหรับการจัดจำหน่ายนอกอเมริกา และมีรีพับลิค ค่ายเพลงในเครือของยูเอ็มจี เป็นพาร์ทเนอร์ในสหรัฐอเมริกา ทำให้การทำงานร่วมกับบิก แมชีน ที่เป็นบ้านให้กับงานเพลงของสวิฟท์มาตั้งแต่ปี 2006 ยุติลง โดยเธอขายอัลบัมกับค่ายเพลงนี้ได้มากกว่า 32 ล้านก็อปปี เฉพาะในอเมริกา ถึงแม้ตลาดเพลงในปัจจุบันจะกลายเป็นโลกของสตรีมมิง ยอดขายอัลบัมของสวิฟท์ก็สูงกว่าศิลปินคนอื่นๆ มากมาย เห็นได้จากยอดขายในสัปดาห์แรกของอัลบัมล่าสุด Reputation ที่ผ่านล้านก็อปปีไปได้สบายๆ ส่วนอัลบัมที่ขายดีที่สุดของสวิฟท์ในอเมริกาก็คือ Fearless ในปี 2008 ที่ขายไปได้ถึง 7.2 ล้านก็อปปี กับการจากลาในครั้งนี้ สวิฟท์โพสท์ข้อความบนอินสตาแกรมด้วยว่า “ฉันขอขอบคุณ สก็อตต์ บอร์เช็ตตา (ผู้ก่อตั้งบิก แมชีน)ด้วยหัวใจ สำหรับความเชื่อมั่นในตัวผู้หญิงอายุ 14 และกับการที่นำพาฉันผ่านหนึ่งทศวรรษในการทำงานที่ฉันภาคภูมิใจ”

สำหรับยอดขายและรายได้จากสตรีมมิงของสวิฟท์ในอเมริกา ในปี 2016 คิดเป็น 21.2% ของรายได้ทั้งหมดของบิก แมชีน ส่วนในปี 2015 อยู่ที่ 56.6% ขณะที่ปี 2017 คิดเป็น 41.2% ส่วนปีนี้ ยอดขายและยอดสตรีมมิงของสวิฟท์คิดเป็น 34.1% ของสังกัด เพราะฉะนั้นการขาดเธอไป น่าจะส่งผลกับทางบิก แมชีนไม่น้อย

เมื่อหันมามองสัญญาใหม่ ทางยูนิเวอร์แซลจะได้สิทธิ์ในงานใหม่ๆ ของสวิฟท์เป็นเวลาหลายปี เพื่อเป็นการตอบแทนสิ่งที่บริษัทลงทุนไป ซึ่งสัญญาระยะยาวที่ว่านี้ มีเงื่อนไขสำหรับศิลปินที่สามารถต่อสัญญาใหม่ได้เมื่อสัญญาฉบับเก่าหมดอายุ โดยสวิฟท์เป็นศิลปินระดับหัวแถวรายที่สามแล้ว ที่เซ็นสัญญาจัดจำหน่ายทั่วโลกกับยูเอ็มจี ต่อจาก The Rolling Stones ที่ทำการขยายระยะเวลาในสัญญาออกไปเมื่อหน้าร้อนที่ผ่่านมา และเอลตัน จอห์น ซึ่งทางผู้บริหารระดับในอุตสาหกรรมดนตรีมองว่า การเซ็นสััญญาเหล่านี้เป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับค่ายเพลงระดับโลก เพราะทำให้การดูแลเรื่องให้สิทธิ์เพลงของศิลปินระดับท็อปๆ แก่ผู้ให้บริการสตรีมมิงง่ายขึ้นกว่าเดิม

แล้วไม่ใช่แค่ฉกสวิฟท์มา ทางยูเอ็มจียังพยายามหาทางซื้อบิก แมชีนมาเป็นบริษัทในเครือของตัวเอง เพื่อที่จะได้สิทธิ์ในหกอัลบัมแรกของศิลปินสาวรายนี้ด้วย

ที่น่าสนใจก็คือ ในการเซ็นสัญญาจัดจำหน่ายทั่วโลกของสวิฟท์กับยูเอ็มจี เธอยังใช้อิทธิพลที่มีของตัวเองทำการต่อรองเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับศิลปินทุกคนในสังกัดยูเอ็มจี

“มีเงื่อนไขหนึ่งที่มีความหมายสำหรับฉันมากกว่าข้ออื่นๆ” สวิฟท์โพสท์ในอินสตาแกรม “ในส่วนหนึ่งของสัญญาใหม่กับยูนิเวอร์แซล มิวสิค กรุ๊ป ฉันขอว่าการขายหุ้นสปอติฟายใดๆ ของพวกเขา ต้องมีการกระจายเงินได้ไปให้กับศิลปิน, ไม่มีการหักลบกลบหนี้ พวกเขาต้องตกลงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าจะเป็นข้อตกลงที่ดีกว่าที่สังกัดอื่นๆ เคยทำมา”

ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ตัวเลขที่ยูเอ็มจีจ่ายให้ศิลปินจะดีกว่าที่โซนี มิวสิค เอนเตอร์เทนเมนท์จ่ายให้หรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ ก็มีการคาดกันว่าน่าจะดีกว่าที่วอร์เนอร์ มิวสิค กรุ๊ปจ่ายให้กับศิลปินบางราย ความต้องการของสวิฟท์ในเรื่องรายได้จากการขายหุ้นสปอติฟาย แล้วนำมาแบ่งปันให้ศิลปิน เป็นเรื่องเดียวกับที่โซนี มิวสิค เอนเตอร์เทนเมนท์ทำกับศิลปินและผู้จัดจำหน่ายของตัวเอง เมื่อขายหุ้นของสปอติฟายที่บริษัทถืออยู่ไปเมื่อต้นปี เป็นเงินราวๆ 750 ล้านเหรียญ ซึ่งศิลปินบางรายได้รับเงินส่วนนี้มากถึงกว่า 1 ล้านเหรียญเลยทีเดียว ส่วนวอร์เนอร์ มิวสิค กรุ๊ป ที่ขายหุ้นในสปอติฟายไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นมูลค่าถึง 504 ล้านเหรียญ ก็กระจายรายได้ถึง 126 ล้านเหรียญให้กับบรรดาศิลปินในสังกัด

โดยยูเอ็มจีเป็นหนึ่งในสามค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ที่ยังถือหุ้นของสปอติฟายอยู่ในมือราวๆ 5% คิดเป็นมูลค่าถึง 531 ล้านเหรียญ การทำสัญญาที่เป็นมิตรกับศิลปินมากขึ้นถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผลในยุคนี้ ที่ค่ายเพลงเจอกับการแข่งขันที่สูงขึ้น เพราะบรรดาศิลปินทั้งหลายในยุคสตรีมมิงมีทางเลือกมากกว่าเดิมในการปล่อยผลงาน โดยเฉพาะการที่สามารถมองข้ามการร่วมงานกับสังกัดเพลงอย่างที่เคยเป็นได้

สำหรับตัวสวิฟท์เอง ประวัติในการร่วมงานของเธอกับสปอติฟายก็ไม่ได้ดูดีนัก เธอเคยเอาเพลงทั้งหมดของตัวเองออกจากระบบของสปอติฟายมาแล้วในปี 2014-2017 ด้วยเหตุผลที่ว่า สปอติฟายจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงให้ศิลปินในจำนวนที่น้อยนิด และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สวิฟท์ใช้พลังที่เธอมีเพื่อช่วยเหลือศิลปินรายอื่นๆ เพราะเมื่อปี 2015 สวิฟท์เคยเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล เพื่อให้ทางบริษัทล้มแผนที่จะไม่จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ในช่วงให้ลูกค้าฟังฟรี 3 เดือน ที่เป็นการโปรโมทบริการแอปเปิล มิวสิค ซึ่งท้ายที่สุดคุกก็ยอมตามที่สวิฟท์ร้องขอ

และเชื่อได้เลยว่า นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่สวิฟท์จะทำการเรียกร้องเพื่อ ‘ประโยชน์’ ของศิลปิน เมื่อดูจากการที่เธอพูดถึงข้อตกลงที่มีกับยูเอ็มจีว่า “เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า เรากำลังเดินไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแง่บวกสำหรับผู้สร้างงาน เป้าหมายที่ฉันไม่เคยลดละความพยายามที่จะไปให้ถึง ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตามที่สามารถทำได้”

แม้จะเป็นนางร้ายในหลายๆ เรื่อง ทั้งความรัก ความสัมพันธ์กับศิลปินหลายต่อหลายคน แต่กับเรื่องธุรกิจ และการทำงานเพื่อศิลปินด้วยกันแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า น้องเท ที่เที่ยวเทหนุ่มๆ มากมาย ไม่ใช่แม่พระในการทำธุรกิจดนตรีของศิลปินตัวจริง

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง สัญญาใหม่ของเทย์เลอร์ สวิฟท์ ที่ทำให้เธอกลายเป็นแม่พระของศิลปิน คอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ – Happy Monday หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 3 ธันวาคม 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 134
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    134
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On