หนังต้องดูของโรเบิร์ท ดาวนีย์ จูเนียร์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ก่อนจะดังระเบิดกับบท โทนี สตาร์/ ไอออน แมน โรเบิร์ท ดาวนีย์ จูเนียร์ สร้างชื่อให้กับตัวเองมาตั้งแต่ยุค 80 กับหนังอย่าง Less Than Zero, Weird Science (ที่กำลังมีข่าวว่าจะเอามาสร้างกันใหม่) และเปิดตัวในฐานะนักแสดงมาตั้งแต่ 5 ขวบโน่น กับภาพยนตร์ของพ่อตัวเองเรื่อง Pound

ชีวิตของดาวนีย์ ผ่านอะไรมามากมายไม่ต่างไปจากโทนี สตาร์ค คุกก็ติดมาแล้ว เหล้า ยา ปลา ปิ้ง ก็ติดมาเหมือนกัน แต่เขาก็เอาชนะอุปสรรคชีวิตที่สร้างจากตัวเองได้สำเร็จ กลายเป็นซูเปอร์สตาร์อีกคนของวงการ และนี่คือหนังที่ “ห้ามพลาด” หากอยากรู้จักกับผู้ชายคนนี้ โรเบิร์ท ดาวนีย์ จูเนียร์

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 

Iron Man (2008): โรเบิร์ท ดาวนีย์ จูเนียร์ ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับบท โทนี่ สตาร์ค แต่จากที่จอน แฟฟโรว์ผู้กำกับเล่าไว้ ทางสตูดิโอบอกว่า “ถ้าไม่มีใครจริงๆ เราก็พร้อมจะจ้างเขาในราคาไหนก็ได้” และเมื่อมาทดสอบบท ดาวนีย์คว้าบทนี้ไปครองจนได้

โทนี่ สตาร์ค และไอออน แมน เป็นวิวัฒนาการระดับที่ 3 ของฮีโร่ในหนังแอ็คชั่นหากนับกันตั้งแต่ยุค 80 ที่เริ่มมาจากสมัยชวาร์เซเนกเกอร์/ สอตลโลน ที่ต้องมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ตามด้วยยุคที่ต้องคล่องแคล่ว เก่งกาจ มีความสามารถในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบ เจสัน บอร์น แล้วก็เป็นยุคที่ต้องมีเสน่ห์ มีลักษณะหลงตัวเอง แม้จะดูเพี้ยนพอๆ กัน แต่สตาร์คก็ดูดีกว่าสตีฟ จ็อบส์ แล้วก็เป็นเพลย์บอย ถ้าไม่อยู่ในชุดเกราะไอออน แมน เขาก็แทบไม่มีความเป็นดาราแอ็คชั่นในตัว นี่คือนักวิทยาศาสตร์ ผู้ชาญฉลาด มีเสน่ห์ และ เอิ่ม… รวย

ดาวนีย์เล่นบทนี้ จนกลายเป็นตัวละครเหมือนสร้างมาเพื่อเขา และเขาก็เกิดมาเพื่อตัวละครตัวนี้ ภาพลักษณ์ได้ ขณะที่การแสดง ที่จอน แฟฟโรว์ให้ดาวนีย์ด้นสดได้เต็มที่ ก็ทำให้เขาเติมอารมณ์ให้กับบทได้อย่างลงตัว

และถ้าถามว่าอะไรบ้างที่ทำให้หนัง Iron Man ประสบความสำเร็จ คำตอบแรกก็คือ การแสดง และเสน่ห์ที่ดาวนีย์นำมาใส่ในตัวละครโทนี่นั่นเอง

Kiss Kiss Bang Bang (2005): ว่ากันว่า บทของดาวนีย์ในหนังของผู้กำกับเชน แบล็ค ที่ได้ทำงานร่วมกันอีกใน Iron Man 3 ไม่ใช่เป็นเพียงแค่บทที่ดีที่สุดของเขา นี่ยังเป็นหนังที่ดีที่สุดของดาวนีย์อีกต่างหาก และถือเป็นการกลับมาอีกครั้งจริงๆ ของเขา เพราะนี่คือบทที่ผสมผสานดาวนีย์ในอดีต ที่ดูมีเสน่ห์แบบร้ายๆ กับดาวนีย์คนใหม่ ที่ดูน่ารักกว่า และมีความเท่ ฉลาดในตัว และตัวละครก็มีความท้าทายทางการแสดงอยู่ในตัว

ดาวนีย์เล่นเป็นโจรที่ปลอมตัวเป็นนักแสดง และเข้าทดสอบบทเป็นนักสืบในหนังเพื่อตบตานักสืบที่กำลังล่าตัวเขา ซึ่งมีความซับซ้อนมากๆ แต่ดาวนีย์ก็รับมือกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม และโดดเด่น กระทั่งวาล คิลเมอร์ที่เล่นประกบกับเขา จะอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มก็ยังเอาไม่อยู่ นี่คือภาพยนตร์ที่ยอด และมาพร้อมกับการแสดงที่เยี่ยม

Tropic Thunder (2008): อีกครั้งที่ดาวนีย์ ต้องเล่นเป็นตัวละคร ที่ต้องแกล้งทำตัวเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง (งงไหม)  Tropic Thunder อาจจะไม่เจ๋งเป้งเท่านี้ ถ้าไม่มีดาวนีย์ (และบทสมทบแบบไม่ได้เครดิตของทอม ครูซ) โดยเฉพาะการที่เขาสามารถเล่นบทตลกต่ำๆ ได้โดยที่ไม่ทำให้ตัวละครออกมาดูเป็นคนแย่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้แบบนี้ แล้วก็ขโมยซีนชาวบ้านเป็นว่าเล่น ถ้าส่วนอื่นๆ ของหนังทำได้ดีพอๆ กับการแสดงของดาวนีย์ เป็นไปได้ว่าเขาน่าจะได้ออสการ์จาก Tropic Thunder ในฐานะนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

หลายๆ คนที่ได้เห็นตัวอย่าง อาจจะไม่รู้สึกอะไร กับหนังเรื่องนี้ และบทที่ดาวนีย์ได้รับ แต่บทเคิร์ค ลาซารัส ในเรื่องนี้ที่เขาเล่นไว้ คือ นักแสดงชาวออสเตรเลีย ที่ไปโมตัวจนดูเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน และไม่ใช่แค่ “ดูเป็น” แต่ลาซารัสยังพยายาม “ทำตัวเป็น” อีกต่างหาก ถ้ายังไม่พอ เคิร์ค ลาซารัส ยังเป็นนักแสดงในแบบเมธอด เจ้าของบทพูดที่ว่า “อ่านบทนะเหรอ? บทต่างหากที่ต้องอ่านผม”

Chaplin (1992): หนังอาจจะยาวไปสักหน่อย (ตามสไตล์ของเซอร์ ริชาร์ด แอทเทนโบโรหก์) แต่การแสดงของดาวนีย์ก็คุ้มค่ากับการรับชม เมื่อเขารับบทเป็นนักแสดงในยุคหนังเงียบคนสำคัญ และทำได้ดีจนได้เข้าชิงออสการ์เป็นครั้งแรก รวมถึงทำให้ลืมไปเลยว่า นี่คือหนังแสดงคนเดียวกับคนที่เล่นบทเหยาะแหยะๆ ในหนังกึ๋ยๆ อย่าง Weird Science หรือ Johnny Be Good ดาวนีย์จับเอาความโดดเด่นในตัวชาร์ลี แชปลิน มานำเสนอได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งท่าทาง อารมณ์ ความรู้สึก ตัวหนังอาจจะไม่ถึงกับยอดที่สุด แต่เขาก็สร้างช่วงเวลาสำคัญในชีวิตให้กับตัวเองได้ ที่สำคัญที่สุด นี่คือการประกาศตัวในฐานะนักแสดงคุณภาพอย่างจริงจัง เต็มตัว

ถือเป็นความโชคดีที่บทมาถึงมือดาวนีย์ เพราะคนที่ถูกมองเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็คือ จิม แคร์รีย์ ซึ่งถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น หนังก็อาจจะไม่ได้รับการจดจำ และดาวนีย์ก็ยังอาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกับการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็น “นักแสดง” ตัวจริง

จากเรื่อง หนังต้องดูของโรเบิร์ท ดาวนีย์ จูเนียร์ โดย นพปฎล พลศิลป์ นิตยสาร Hip เชียงใหม่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.