หนังห้าเรื่องที่ห้ามพลาดของเคิร์ค ดักลาส

SHARE THIS
  • 66
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    66
    Shares

เคิร์ค ดักลาส หนึ่งในนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ของฮอลลีวูดเจ้าของชีวิตนอกจอที่แทบจะมีสีสันพอๆ กับในจอ และเจ้าของบทบาทอมตะในหนังอย่าง Spartacus และ Champion เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 103 ปี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และนี่คือหนังห้าเรื่องของเขาที่ห้ามพลาด

20,000 Leagues Under The Sea (1954)
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นคงต้องว่าอย่างนั้น หลายทศวรรษก่อนหน้าที่ไมเคิล ดักลาสจะเป็นแฮงค์ พิมในจักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวล จาก Ant-Man พ่อของเขาก็เคยเป็นสมาชิกคนสำคัญของดิสนีย์มาก่อน ด้วยการรับบทนำในหนังผจญภัยคลาสสิคที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเครื่องเล่นในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ที่ต้องปิดไปในปี 1996

หนังสร้างจากวรรณกรรมคลาสสิคจากปี 1870 ของนักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส จูลส์ เวิร์นส์ เคิร์ค ดักลาสรับบทเน็ด แลนด์ นักล่าวาฬมืออาชีพที่มาร่วมทีมค้นหาและทำลายสัตว์ประหลาดใต้ทะเล ก่อนที่จะพบความจริงว่าเป้าหมายของพวกเขาคือ นอติลุสเรื่องดำน้ำล้ำสมัยของกัปตันนีโม (เจมส์ เมสัน) ผู้ชั่วร้าย หนังบล็อคบัสเตอร์เรื่องนี้ คว้ารางวัลออสการ์กลับบ้านถึงสองสาขา จากงานอาร์ท ไดเร็คชัน และงานเทคนิคพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะกระทั่งนำมาดูในวันนี้ หลังจากเวลาผ่านไป 70 ปี มันก็ยังคงดูล้ำสมัย

Gunfight At The O.K. Corral (1957)
ในยุคทองของฮอลลีวูด เป็นเรื่องสำคัญที่นักแสดงจะต้องเล่นหนังตะวันตกเพื่อพิสูจน์ตัวเองในฐานะดาราภาพยนตร์ เคิร์ค ดักลาสเล่นหนังแนวทางนี้ไว้หลายเรื่อง เช่น The Big Sky ของโฮเวิร์ด ฮอว์คส์ และงานโรแมนติค Along the Great Divide แต่ที่สร้างชื่อให้เขามากที่สุดก็คือ การรับบทตัวละครระดับตำนาน นักดวลปืนตัวจริง ด็อค ฮอลิเดย์ ในงานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับจอห์น สเตอร์เจส

เบิร์ท แลนคาสเตอร์ ก็เล่น Gunfight at the O.K. Corral ด้วย โดยรับบทเป็นตัวละครในตำนานไวแอ็ทท์ เอิร์พ ผู้ที่กำลังจะพักการเป็นมือกฎหมาย เกษียณตัวเองที่ทูมบ์สโตน ในแอริโซนา แต่ความขัดแย้งของเขากับพวกนอกกฎหมายท้องถิ่นก บีบให้เอิร์พต้องไปขอความช่วยเหลือจากด็อค ฮอลลิเดย์ของดักลาส นักพนันที่กำลังจะตาย ซึ่งนำไปสู่การดวลปืนกับเหล่าร้ายที่ดุเดือดและโดดเด่น นอกจากได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สองรางวัล หนังที่สร้างจากเหตุการณ์จริงเรื่องนี้ ยังเป็นหนึ่งในงานที่สร้างแรงบันดาลใจ และถูกอ้างถึงอยู่บ่อยครั้ง เมื่อพูดถึงหนังแนวนี้

Paths Of Glory (1957)
ในปีเดียวกันกับที่รับบทในหนังตะวันตกที่กลายเป็นงานคลาสสิคอีกเรื่องหนึ่งในโลกภาพยนตร์ เคิร์ค ดักลาสก็ยังมาเป็นผู้นำกองทหารบุกเยอรมันทางตะวันตก ต่อสู้อย่างบ้าเลือดในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยหนังมีศูนย์กลางอยู่ที่กองทหารฝรั่งเศสที่ถูกสั่งโดยนายพลผู้กระหายอำนาจ ให้บุกจู่โจมกองทหารเยอรมัน ถึงแม้ว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่น่าพรั่นพรึงเพียงใดก็ตาม

ดักลาสรับบทเป็นผู้พันแด็กซ์ ที่รับคำสั่งมาด้วยความรู้สึกคัดค้านในใจ แต่ก็ต้องตัดใจเพราะไม่มีทางเลือกอื่น โดยหวังว่าจะสามารถปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ถูกเหยียดหยามว่าเป็นคนขี้ขลาดได้ ผู้กำกับแสตนลีย์ คูบริค ได้ชื่อว่าสามารถสร้างฉากสงครามที่มีลักษณะเฉพาะตัวได้อย่างยอดเยี่ยมและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีใน Dr. Strangelove or: How I Learned to Stop Worrying and Love The Bomb หรือแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากสงครามที่ทำลายความเป็นคนลงไปใน Full Metal Jacket แต่กับ Paths of Glory เขาใช้ตัวเรื่องมาแสดงความเห็นในประเด็นที่ว่า สงครามเป็นการแข่งขันทางอำนาจ ต่อให้เป็นฝ่ายเดียวกันที่อยู่ในสนามเพลาะเดียวกันก็ตาม

Spartacus (1960)
หนึ่งในงานมหากาพย์ที่โดดเด่นและเยี่ยมยอดที่สุด ที่ได้เห็นเคิร์ค ดักลาสร่วมงานกับสแตนลีย์ คูบริคเป็นหนที่สองหลังจากหนังดรามาสงครามโลกครั้งที่ 1 Paths of Glory เมื่อปี 1957 หนังดัดแปลงมาจากนิยายของโฮเวิร์ด ฟาสท์ซึ่งมีที่มาจากเรื่องจริง และเขียนบทโดยโดนัลด์ ทรัมโบ ซึ่งเล่าเรื่องสงครามการต่อสู้ระหว่างเชื้อชาติอันโหดเหี้ยมในโรม 73 ปีก่อนคริสต์ศักราช

ดักลาสรับบทเป็นสปาร์ตาคัส ทาสชาวธราเชียนที่นำการปฏิวัติต่อต้านอาณาจักรโรมัน ที่ปฏิบัติต่อผู้คนชนชาติอื่นๆ ราวกับไม่ใช่มนุษย์ด้วยการให้เป็นคู่แข่งขันกันในเกมกลาดิเอเตอร์ โดยต้องเผชิญหน้ากับนายพลมาร์คัส ลิซินิอุส (เซอร์ลอว์เรนซ์ โอลิเวียร์) ผู้โหดเหี้ยม Spartacus ประสบความสำเร็จได้เป็นหนังยอดเยี่ยมของลูกโลกทองคำ และเป็นหนังทำเงินในบ็อกซ์ ออฟฟิศ รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับซีรีส์ที่ออกอากาศทางช่องสตาร์ซ์ โดยมีฉากที่บรรดาทาสอ้างตัวเป็นสปาร์ตาคัส เพื่อปกป้องเขาจากทหารโรมัน เป็นฉากคลาสสิคในโลกภาพยนตร์

Seven Days In May (1964)
เมื่อมีหนังอย่าง Paths of Glory และ Spartacus อยู่ในลิสท์ หนังอีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ก็คือ Seven Days in May ซึ่งจะทำให้หนังทั้งสามเรื่องกลายเป็นงานแบบไตรภาคเสมือนของเคิร์ค ดักลาส เมื่อต่างก็โฟกัสที่เรื่องของการดิ้นรนต่อสู้ทางอำนาจในสงคราม แต่แทนที่จะเน้นไปที่ช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ หนังเรื่องนี้กลับพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้คนในโลกยุคปัจจุบัน (ตอนนั้นคือยุค 1960s)

ในช่วงที่สงครามเย็นพุ่งสูงภาวะตึงเครียด ประธานาธิบดีไลแมน (เฟรดริค มาร์ช) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ได้รับความนิยมมากนัก ไปตกลงเซ็นสนธิสัญญาลดอาวุธกับสหภาพโซเวียต ทำให้นายพลสก็อทท์ (เบิร์ท แลนคาสเตอร์) ไม่พอใจอย่างมาก ดักลาสรับบทเป็นผู้พัน มาร์ติน ‘จิกก์ส’ เคซีย์กลายเป็นคนที่เปิดโปงแผนการล้มล้างอำนาจของประธานาธิบดี โดยอาศัยความหวาดระแวงว่าพวกรัสเซียจะบุก ซึ่งทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นงานระทึกขวัญการเมืองที่ไร้กาลเวลา

โดย ลุงทอย คอลัมน์ อำลา-อาลัย นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1289 ปักษ์หลัง กุมภาพันธ์ 2563 1289 อำลา-อาลัย
โดย ลุงทอย

 


SHARE THIS
  • 66
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    66
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On