หรือปี 2018 จะเป็นปีที่บ็อกซ์ออฟฟิศได้ลืมตาอ้าปาก

SHARE THIS
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

หลังเจอสภาวะคนดูถดถอยมาหลายปี ในปีนี้บ็อกซ์ ออฟฟิศได้เห็นผู้คนถึง 12.3 ล้านคนตีตั๋วเข้าชม Avengers: Infinity War ในโรงภาพยนตร์แถบอเมริกาเหนือ ช่วงสองสัปดาห์แรกของการเปิดตัว ซึ่งนั่นก็เป็นตัวเลขเดียวกันกับจำนวนตั๋วที่ขายได้ แต่อย่างไรก็ตามหลายๆ คนในจำนวนนี้นั้น ก็คือผู้ชมที่กลับมาดูหนังอีกครั้ง ซึ่งช่วยทำให้หนังของมาร์เวล สตูดิโอส์เรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ทำรายได้สัปดาห์ที่สองมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับห้า ขณะที่ในสัปดาห์เปิดตัว Infinity War กลายเป็นหนังเปิดตัวด้วยรายได้มากที่สุดตลอดกาลอันดับที่สอง นี่คือเรื่องที่น่าจะมองว่าดี และดีขึ้นด้วย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วยอดขายตั๋วของหนังกลับลดลง 56.4% ต่ำกว่า Avengers และ Spider-Man เรื่องแรกรวมไปถึง Jurassic World

แต่หากเทียบกับปี 2017 ผู้ชมในปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 3.3% และมากกว่าสี่ปีก่อนถึงเกือบๆ 10% จากตัวเลขที่เว็บ BoxOfficeMojo.com เก็บเอาไว้ ยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์ในปีนี้ นับถึงวันที่ 6 พฤษภาคมอยู่ที่ 448.9 ล้านใบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันนี้ในแต่ละปี นับจาก 2004 เป็นต้นมา โดยตัวเลขตอนนั้นพุ่งไปถึง 462.1 ล้านใบ แต่หากเทียบกับสองปีก่อนหน้า ตัวเลขผู้ชมของแต่ละปีนับถึงสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมจะทำให้ตาโตได้ยิ่งกว่านี้ โดยในปี 2003 ตั๋วชมภาพยนตร์ขายไปถึง 452.7 ล้านใบ แต่ก็ยังน้อยกว่าปี 2002 ที่ทำไว้ 487.1 ล้านใบ ขณะที่ทุกปีก่อนหน้าย้อนไปจนถึงปี 1980 ล้วนมีตัวเลขที่น้อยกว่านี้

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีหนังออกฉายในตอนนั้นไม่มากนัก รวมไปถึงมีการจัดเก็บข้อมูลที่น้อยกว่าซ้ำ เป็นอย่างน้อย ตัวเลขในปี 1980 ของบ็อกซ์ ออฟฟิศโมโจรายงานว่ามีหนังเข้าฉายแค่ 35 เรื่อง มีคนดูเพียง 180.6 ล้านคน แต่ถ้าเราจะมองกันแค่หนังที่ทำเงินมากสุด 35 เรื่องของปี 2018 จำนวนผู้ชมก็ยังมากกว่าปี 1980 ถึง 2 เท่าอยู่ดี

ในปี 1992 มีหนังแค่ 115 เรื่องออกฉาย และมีผู้ชม 360.9 ล้านคน แต่ถ้าเลือกแค่ 115 เรื่องที่ทำเงินสูงสุดของปีนี้ ที่เพิ่งมีหนังเปิดตัวฉายไปม่ถึงครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ที่ว่ากันว่าน่าจะไปถึง 360 เรื่อง หนังขายตั๋วรวมกันไปแล้วถึง 446.6 ใบ ส่วนปี 2001 มีหนังเพียงแค่ 192 เรื่องที่ออกฉาย และ 192 อันดับแรกของหนังทำเงินสูงสุดปีนี้ ขายตั๋วรวมกันถึง 448.5 ล้านใบ

มีอย่างหนึ่งที่น่าสังเกตก็คือ ในปี 2018 ผู้ชมมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และไม่ได้มาดูแค่หนังบล็อคบัสเตอร์ระดับมหึมาอย่าง Infinity War และ Black Panther แต่ยังมีหนังที่สร้างปรากฏการณ์ในช่วงปลายปี 2017 อย่าง Jumanji: Welcome to the Jungle, The Greatest Showman และแน่นอน Star Wars: The Last Jedi อีกเรื่อง แถมยังมีความสำเร็จแบบสุดเซอร์ไพรส์ของหนังไซ-ไฟ สยองขวัญ A Quiet Place และหนังครอบครัว Peter Rabbit ซึ่งต่างประกาศสร้างภาคสองออกมาแล้วด้วยกันทั้งสองเรื่อง ขณะที่หนังเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ก็เป็นหนังที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ดูเหมือนว่าตัวเลขของคนดูในปีก่อนๆ หน้า น่าจะมากกว่าตัวเลขที่เป็น เพราะกระทั่งในปี 2002 ที่มีผู้เข้าชมภาพยนตร์มากที่สุด หนังทำเงินมากสุดในช่วงเดียวกันนี้ของปีนั้นคือ Ice Age ขายตั๋วได้แค่ 29.1 ล้านใบ ส่วน Black Panther ขายไปถึง 75.7 ล้านใบ และยอดขายตั๋ว 10 ของ Infinity War ก็มากถึง 49.2 ล้านใบ ส่วนอีกสองปีที่มียอดผู้ชมสูงๆ 2003 และ 2004 ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน โดยปี 2004 จะมีตัวเลขมากกว่าปกติจากจำนวนผู้ชมของ The Passion of the Christ ทำให้ดึงคนเข้าโรงหนังได้มากถึง 59.1 ล้านคน ในช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 2 เดือน

มีหนังเพียงเรื่องเดียวที่ฉายในไตรมาสแรกแล้วมียอดคนดูพอๆ กับ Black Panther นั่นก็คือ Titanic ที่เปิดตัวในเดือนธันวาคม 1997 และขายบัตรได้เป็นส่วนใหญ่ในช่วง 2-3 เดือนแรกของปี 1998 โดยมีคนดู 96.8 ล้านคน เจมส์ คาเมรอนยังมี Avatar เป็นหนังฮิตมโหฬารอีกเรื่อง หนังเปิดตัวตอนปลายปี 2009 และมีคนไปชมในเดือนแรกมหาศาล แต่ถึงกระนั้นก็ยังดึงคนเข้าโรงได้เมื่อข้ามมาถึงปี 2010 ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ได้มากถึง 58.4 คน แต่ถ้าย้อนไปถึงปี 1982 หนังRaiders of the Lost Ark สามารถขายบัตรได้ถึง 64.7 ใบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากๆ สำหรับการเปิดหนัที่เปิดฉายก่อนซัมเมอร์ แล้วยังเป็นช่วงเวลาที่วิดีโอเทปเถื่อนที่ทำออกมากันอย่างรวดเร็วระบาด โดย Raiders ไม่ได้ทำเป็นวิดีโอเทป จนกระทั่งอีกหนึ่งปีต่อมา

หากดูการปล่อยหนังในปีก่อนๆ จะเห็นว่าฮอลลีวูดไม่พยายามปล่อยหนังออกฉายก่อนหน้าร้อนเลย จนกระทั่งถึงปี 2007 ซึ่ง 300 ของแซ็ค สไนเดอร์ กลายเป็นหนังฮิตเซอร์ไพรส์ สำหรับภาพยนตร์ที่เปิดตัวในเดือนมีนาคม จากนั้นก็เป็นปี 2012 ที่ The Hunger Games ขึ้นจอและทำได้ดีกว่าสำหรับการเปิดตัวในเดือนมีนาคม เมื่อขายบัตรไปถึง 48.1 ล้านใบ อย่างไรก็ตามหนังAvengers เรื่องแรกก็เป็นคนดึงหน้าร้อนกลับมาที่ต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งจากกรอบเวลาใหม่สามารถเพิ่มผู้ชมเข้าโรงภาพยนตร์ได้อีกถึง 25.5 ล้านคนต่อปี อย่างในปีที่แล้ว Beauty and the Beast ก็ทำสถิติใหม่ด้วยการมีผู้ชมมากถึง 55 ล้านคน

คำถามที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือ จำนวนผู้ชมจะยังอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงสิ้นปีหรือเปล่า? โดยหวังกันว่าปี 2018 น่าจะดีกว่า 2017 เป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะการได้เห็นตัวเลขผู้ชมที่ต่ำที่สุดในรอบเวลาไม่เกิน 20 ปี จากตั๋ว 1.221 พันล้านใบในอเมริกาเหนือเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่า Black Panther และ Infinity War คือหนังที่ทำรายได้ดีที่สุดจนไปถึงสิ้นปี หรืออาจจะมีหนังเรื่องอื่นที่แรงมากกว่าออกมาต่อจากนี้

ในเดือนนี้ (พฤษภาคม) หนังStar Wars ตอนใหม่จะเปิดตัว และที่ต่างไปจากหนังชุดนี้เรื่องอื่นๆ ที่ออกฉายก็คือ Solo: A Star Wars Story จะไม่ใช่หนังที่ฉายข้ามปี แล้วก็มี Deadpool 2 อีกเรื่อง และที่จะตามมาในช่วงหน้าร้อนก็คือ Jurassic World: Fallen Kingdom, Ant-Man and the Wasp (หนังมาร์เวลเรื่องที่สามของปี 2018) และหนังภาคต่อของพิกซาร์ The Incredibles 2 ที่พอพิจารณาดูจำนวนผู้ชมของหนังภาคต่อเหล่านี้อิงจากหนังภาคแรก น่าจะมองไปได้ถึงยอดขายตั๋ว 250 ล้านใบได้เป็นอย่างน้อย นั่นคือสำหรับหนัง 5 เรื่องนี้เท่านั้นนะ

ดูเป็นเรื่องที่ดีขึ้นอย่างมาก เมื่อย้อนไปถึงยอดขายตั๋วที่ดีที่สุดห้าอันดับแรกของหน้าร้อนที่ผ่านมา ที่ทำได้ราวๆ 175 ล้านใบ ส่วนในปีก่อนหน้านั้นอยู่ที่ 200 ล้านใบสำหรับหนังห้าเรื่องแรกของหน้าร้อนที่ทำเงินมากที่สุด แต่บ็อกซ์ออฟฟิศปีนี้ ยังต้องการหนังมากกว่าที่มี เพื่อธุรกิจจะได้เดินไปอย่างเหมาะสม ถึงแม้ดิสนีย์จะมีหนังเรื่องสำคัญ ซึ่งรวมไปถึงหนังของมาร์เวลและภาคต่อของ Star Wars ที่จะช่วยกระตุ้นผู้ชมได้ แต่เรายังคงห่างไกลจากยอดขายตั๋วที่เกิดขึ้นในปี 2002 ด้วยตัวเลข 1.575 พันล้านใบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดทั้งที่อยู่ในยุคของวิดีโอและเคเบิล

ถ้าบ็อกซ์ออฟฟิศมีหนังเรื่องสำคัญๆ มากขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี บ็อกซ์ออฟฟิศก็ต้องการความสมดุลย์สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปีด้วยเช่นกัน มีหนังเรื่องไหนที่ฉายในช่วงหน้าร้อนปกติ ซึ่งพอจะสู้ได้บ้าง? แล้วช่วงฤดูใบไม้ร่วงล่ะ มีแค่หนังภาคต่อของ Fantastic Beasts เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นเหรอที่เป็นของตาย? กุญแจสำคัญก็คือจะต้องมีหนังบล็อคบัสเตอร์ในระดับที่ต้องดูมากกว่านี้ เพื่อที่มั่นใจได้ว่าจะมีผู้ชมมากขึ้น การดึงคนดูเข้าโรงหนังครั้งใหม่ได้มากกว่าที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา มีเรื่องของสังคมออนไลน์และเสียงฮือฮาพวกทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนหนึ่งเพราะเป็นเรื่องความพยายามที่จะเลี่ยงการสปอยล์หนัง และต้องการเป็นคนส่วนใหญ่ที่ได้รู้เรื่องราวของหนังแล้ว นอกจากนี้ยังมีเรื่องความหลากหลาย, การรวมตัวกัน แล้วก็พวกฮีโรหน้าตาใหม่ๆ และฮีโรหน้าเดิมๆ ที่มาอยู่ในเรื่องราวและแนวทางที่คุ้นเคยอีกด้วย

คงไม่มีใครที่อยากอึ้งไปกับตอนจบของ Infinity War ด้วยการรอดูตอนหนังลงแผ่น หรือขึ้นสตรีมมิง คงไม่มีใครที่ทนรอว่าทำไมหนังอย่าง Black Panther และ A Quiet Place ถึงถูกพูดถึงมากมายนักผ่านการชมที่บ้านหรอกนะ พวกเขาอยากเอาเวลาไปรอหนังเรื่องอื่นๆ ที่จะออกฉายดีกว่าไหม

และหวังว่าเป็นอย่างยิ่งว่าบรรดาหนังที่ผู้ชมรอดูของปี 2018 จะไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น บ็อกซ์ออฟฟิศของปี 2018 คงจบลงแต่หัววันแน่นอน

โดย ฉัตรเกล้า จากเรื่อง หรือปี 2018 จะเป็นปีที่บ็อกซ์ออฟฟิศได้ลืมตาอ้าปาก นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1257 ปักษ์แรกมิถุนายน 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On