อนาคตของ The Matrix และอดีตของหนังเรื่องนี้กับเจ็ท ลี

SHARE THIS
  • 36
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    36
    Shares

เคยเป็นข่าวฮือฮาอยู่พักใหญ่ ถึงการกลับมาของหนังไตรภาคในตำนาน The Matrix ที่ไปไกลในระดับที่ว่าได้แซ็ก เพ็นน์ มาเขียนบทให้ แถมเจ้าตัวยังออกมาบอกอีกว่า บทของหนังเรื่องนี้ที่กำลังปั่นอยู่นั้น จะเป็นเรื่องใหม่ เหตุการณ์ใหม่ ที่เกิดขึ้นในโลกของเดอะ เมตริกซ์ ไม่ใช่งานรีบูท แต่กับการมองย้อนกลับไปที่เหลือเวลาอีกแค่ปีเดียวที่หนังต้นฉบับจะอายุครบ 20 ปี (หนัง The Matrix ออกฉายในปี 1999) เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก และอาจจะเติมด้วยคำว่า มายมหาศาล เข้ามาด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่หนังถูกปล่อยออกมาเป็นดีวีดี รูปแบบของการชมภาพยนตร์ในบ้านที่ล้ำมากๆ ในตอนนั้น ส่วนเรื่องการสื่อสารออนไลน์ยังมีแค่แช็ทรูม รวมไปถึงเว็บบอร์ดต่างๆ ไม่ใช่โซเชียล มีเดียอย่างปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือก็ยังเป็นแค่โทรศัพท์มือถือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้หลายๆ คนรู้สึกว่า หนังชุดนี้น่าจะมีการรีบูท เพื่อให้ทันสมัยไปกับเทคโนโลยีที่ก้าวไปเรื่อยๆ ในวันนี้ได้

ถึงกระนั้น กับความคลาสสิคที่มันเป็นในยุคของตัวเอง หลายๆ คนก็บอกว่า ปล่อยหนังชุดนี้ไว้บนหิ้งอย่างที่ควรเป็นนั่นแหละ ดีแล้ว

และหนังที่แซ็ก เพ็นน์ เข้ามารับงานเขียนบท ก็คือหนังคนแสดงเรื่องแรกของหนังชุดนี้ นับตั้งแต่ตัวไตรภาคถึงบทสรุปไปเรียบร้อยตั้งแต่ปี 2003 ด้วย The Matrix Revolutions ที่ตัวเขาย้ำว่าสิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่ทั้งงานรีเมคและรีบูท แถมยังส่งเสียงดังฟังชัดว่า ไม่ควรมีใครไปรีเมคหนังชุดนี้ด้วยซ้ำ รวมถึงเขาเองก็ไม่ได้พยายามทำอย่างนั้น แต่กับการที่หนังมากมายหลายเรื่องที่รีเมค, รีบูทกันอย่างต่อเนื่อง และ The Matrix ก็เป็นอีกเรื่องที่กำลังถูกหยิบมาทำอีกครั้ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแฟนๆ น่าจะคิดว่าหนัง The Matrix เรื่องต่อไปก็คือการเริ่มต้นใหม่ของหนังชุดนี้อีกหน

เพ็นน์ก็ออกมาอธิบายว่า บทของเขาจะอยู่ตรงไหนพร้อมกับบอกเป็นนัยๆ ถึงหนังที่จะออกมาผ่านทวิตเตอร์ตัวเอง

“The Matrix เหรอ, ใช่ผมกำลังเขียนบางอย่าง แต่ไม่ใช่การรีบูท ไม่ใช่การสานต่อ ดู Animatrix, อ่านการ์ตูน แล้วดูว่าพี่น้องวาชาว์สกีทำอะไรไว้” และ “บทที่กำลังพัฒนายังไม่ได้เป็นหนัง ไม่มีการคัดเลือกนักแสดง, ผู้กำกับ, สไตล์ของหนังก็ยังต้องคุยกันอีก ยังไม่มีอะไรให้พูดถึงเลยเพื่อนๆ”

เพ็นน์ยังย้ำต่อด้วยว่า “ยังไม่ต้องมีการเลือกนักแสดงหรือใครก็ตามเข้ามา เพราะยังไม่มีอะไรเลยตอนนี้ แต่ไม่ใช่การรีบูท หรือการทบทวนจินตนาการ (re-imagining) ไม่มีการเอานักแสดงเก่าๆ กลับมาเล่น และตอนนี้กระบวนการทำงานก็ยังไปไม่ถึงไหน ยังต้องมีการตัดสินใจกัน มีห่วงที่ต้องกระโดดลอดอีกหลายอัน แต่อันแรกเนี่ยผมต้องจัดการด้วยตัวเอง”

เพ็นน์พูดออกมาชัดเจนว่า เขาคงไม่สามารถพูดรายละเอียดในสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นพล็อต, นักแสดง หรืออะไรก็ตามนอกเหนือไปจากนี้ในตอนนี้ แต่การที่เขาพูดถึงทั้ง The Animatrix และหนังสือการ์ตูน ก็ถือเป็นการให้เบาะแสสำคัญในตัวเอง เพราะกับ The Animatrix นี่คือหนังรวมอะนิเมะสั้นๆ ที่แต่ละเรื่องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกของเดอะ เมตริกซ์ ในช่วงเวลาและจากมุมมองของตัวละครที่แตกต่างกัน ซึ่งกับหนังสือการ์ตูนก็คล้ายๆ กัน

เพราะฉะนั้นจากข้อความที่เพ็นน์ทวีต เป็นไปได้ว่าเขากำลังเขียนเรื่องราวชุดใหม่ ที่อาจจะเป็นเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องที่ถูกนำมาใส่รวมกันในหนังเรื่องเดียว อย่าง The Animatrix หรืออาจจะวางแผนที่จะทำเป็นหนังชุดต่อเนื่องออกมา โดยหนังเรื่องแรกจะโฟกัสไปที่เรื่องราวหนึ่งในโลกของเดอะ เมตริกซ์ และวางแผนไว้ว่าจะเล่าเรื่องอื่นๆ ตามมาในหนังเรื่องต่อๆ ไป ซึ่งทำให้สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมนักแสดงจากหนังไตรภาคต้นฉบับอย่าง คีอานู รีฟส์ถึงกับออกมาบอกว่า เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการรีบูท The Matrix แล้วถ้าเพ็นน์มีแผนที่จะเล่าเรื่องของตัวละครอื่นๆ ที่ไม่ใช่นีโอ รีฟส์ก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้น้อยมาก หรืออาจจะไม่น่ามีเลยด้วยซ้ำ

ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เพ็นน์เก็บเงียบเอาไว้ คงต้องใช้เวลารอดูกันยาวๆ และอย่าลืมว่าหลังจากมีข่าวหนาหูถึงการสานต่อเรื่องราวของ The Matrix ในช่วงปลายปี 2017 – ต้นปี 2018 มาถึงตอนนี้ ทุกอย่างก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆ หรือหลุดไปอยู่ในโลกของเดอะ เมตริกซ์ ที่ไม่มีใครเสียบปลั้กนำกลับมา ที่บางทีก็อาจจะหลุดหายไปตลอดกาล เหมือนอีกหลายโปรเจ็คท์ที่มีโอกาสได้แค่เพียงเริ่มต้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ในวาระครบรอบ 20 ปี ในปีหน้าคงดีไม่น้อยถ้าบรรดาแฟนๆ ของหนังชุดนี้ จะหยิบหนัง The Matrix ออกมาดูกันอีกครั้ง

ขณะที่อนาคตของหนังชุดนี้ยังไม่แน่นอน และต้องบอกว่ายังมี แต่กับเจ็ท ลี หนึ่งในนักแสดงระดับตำนาน ที่สร้างชื่อมาจากการรับบทแอ็คชันที่เป็นศิลปะการต่อสู้ของจีน มีผลงานทั้งในบ้านเกิดและฮอลลีวูด ที่หนังเรื่องแรกในฮอลลีวูดของเขาก็คือ Lethal Weapon 4 แล้วก็มีงานสร้างชื่ออย่าง Romeo Must Die และเพิ่งถูกเลือกให้รับบทจักรพรรดิในหนัง Mulan ฉบับคนแสดง ความเกี่ยวพันของเขากับ The Matrix คงต้องบอกว่าจบไปแล้ว

โดยย้อนไปในยุคที่ลีกำลังดังระเบิดจากบทแอ็คชัน เขาเคยได้รับข้อเสนอให้รับบทสำคัญในหนังภาคต่อสองเรื่องหลังของ The Matrix – The Matrix Reloaded และ The Matrix Revolution มาแล้ว แต่เขาบอกปัดไป

ลีพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากถูกสื่อถามว่า ทำไมเขาถึงปฏิเสธบทเซราฟในหนังสองเรื่องสุดท้ายของไตรภาค The Matrix ซึ่งเป็นบทที่พี่น้องวาชอว์สกีสร้างขึ้นมาให้เป็นผู้ปกป้องและคุ้มครองเทพยากรณ์ที่รับบทโดย กลอเรีย ฟอสเตอร์ ในหนัง The Matrix สองเรื่องแรก และแมรี อลิซ มาเล่นในหนังเรื่องสุดท้าย The Matrix Revolution หลังจากฟอสเตอร์เสียชีวิต ที่น่าตลกก็คือบทเซราฟในตอนแรกถูกวางไว้เป็นตัวละครหญิง และมีการติดต่อมิเชล โหยวมารับบทแล้ว แต่เธอปฏิเสธเนื่องจากตารางการทำงานไม่ได้ ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพศของตัวละคร และลีคือตัวเลือกใหม่คนแรก หากท้ายที่สุดก็ตกเป็นของคอลลิน เฉา นักแสดงชาวไต้หวัน ซึ่งเคยเล่นประกบกับลีในหนังเรื่อง Fearless เมื่อปี 2006

“สำหรับผม มันเป็นเรื่องการต่อสู้ทางธุรกิจ ผมรู้ว่าพวกอเมริกันอยากให้ผมไปเข้ากล้องราวๆ 3 เดือน แต่ต้องอยู่กับทีมงานรวมทั้งหมด 9 เดือน ซึ่งไอ้ 6 เดือนที่เหลือพวกเขาต้องการบันทึกภาพการเคลื่อนไหวต่างๆ ของผมไว้ในห้องสมุดดิจิตอล แล้วสิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้พวกนี้จะตกเป็นสิทธิ์ของพวกเขา”

ลียังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วงต้นยุค 2000 ตอนที่เขาได้รับข้อเสนอให้รับบทใน The Matrix Reloaded เขากังวลมากๆ ว่าคนทำหนังอเมริกันอาจจะใช้เทคโนโลยีซีจีไอ นำใบหน้าของนักแสดงอีกคน มาซ้อนทับบนใบหน้าของอีกคน เพื่อทำให้กลายเป็นการแสดงของนักแสดงคนแรกได้ ราวกับเขาเล่นฉากต่อสู้ด้วยตัวเอง และลีก็ไม่อยากขายท่วงท่าการต่อสู้ของเขาเพื่อถูกใช้หรือนำไปใช้โดยคนอื่นในอนาคต ทำให้ตัดสินใจปฏิเสธไป “ผมคิดว่า ผมฝึกฝนมาตลอดทั้งชีวิต และเราที่เป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวก็แก่ลงทุกวัน แต่พวกเขาอาจจะเป็นเจ้าของการเคลื่อนไหวของผม ในฐานะทรัพย์สินทางปัญญาไปตลอดกาล เพราะฉะนั้นผมเลยบอกไปว่า ผมคงไม่ทำอะไรแบบนั้น”

สำหรับบางคน ความหวาดระแวงของลีอาจฟังดูแปลกๆ แต่หลังจากมองดูถึงสิ่งที่เทคโนโลยีซีจีไอทำได้ในทุกวันนี้ ความคิดที่ลีมีในช่วงต้นยุค 2000 ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะอย่าลืมว่า เมื่อสองปีก่อนหน้านี้เองบริษัททำสเปเชียล เอ็ฟเฟ็คท์เจ้าใหญ่ ไอแอลเอ็ม หรือ อินดัสเทรียล ไลท์ แอนด์ เมจิก (Industrial Light & Magic) เพิ่งใช้เทคโนโลยีซีจีไอนำใบหน้าของตัวละครแกรนด์ มอฟฟ์ ทาร์กิน และเจ้าหญิงไลอาสมัยสาวๆ กลับมาใช้ในหนัง Rogue One จนกลายเป็นที่ถกเถียงกันในวงการถึงเรื่องความเหมาะสมในการใช้เทคนิคด้านภาพ นำนักแสดงที่จากไปแล้วกลับมาบนจออีกครั้ง

ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เป็นไปในปัจจุบันของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ความกังวลของลีอาจจะกลายเป็นจริง หากตัดสินใจรับบทเซราฟ ซึ่งทำให้การปฏิเสธของเขากลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในตอนท้าย

โดย ฉัตรเกล้า เรื่อง อนาคตของ The Matrix และอดีตของหนังเรื่องนี้กับเจ็ท ลี คอลัมน์ Special Scoop นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1267 ปักษ์แรกพฤศจิกายน 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่


SHARE THIS
  • 36
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    36
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On