อนาคตร้านเพลงออนไลน์ ตลาดเปลี่ยน ธุรกิจเปลี่ยน อีกห้าปีแอปเปิลปิดไอทูนส์ จริงหรือไม่

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ตลาดเพลงในยุคปัจจุบัน หลังเป็นรูปแบบใหม่ของการฟังเพลงมานาน สตรีมมิงกลายเป็นธุรกิจที่เป็น ‘อนาคต’ ของวงการเพลงเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้เล่น ที่มีผู้เล่นรายใหญ่ๆ ถ้าไม่ครบก็เกือบครบ และทำรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี ส่วนรายได้จากดาวน์โหลดก็ตกเอาๆ และเมื่อ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมามีข่าวว่า แอปเปิลมีแผนยกเลิกการขายเพลงแบบดิจิตอลทางไอทูนส์ มิวสิค สโตร์ภายในเวลาอย่างน้อย 2 ปี จนแอปเปิลต้องรีบแก้ข่าวทันควันว่า ไม่เป็นความจริง แต่ก็หยุดคำถามที่ว่า แล้วจะเป็นเมื่อไหร่ล่ะ? เมื่อยอดรายได้ของสตรีมมิงกับดาวน์โหลดสวนกันอย่างที่เห็น ไม่ได้ (อ่านตอนแรกได้ที่ http://bit.ly/29ghmoj และตอนที่สองที่ http://bit.ly/29jzPBD)

มาร์ค มัลลิแกน นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมดนตรีทำนายว่า น่าจะเกิดขึ้นในราว 5 ปีเป็นอย่างน้อย โดยมีองค์ประกอบ อย่าง เรื่องคนฟังเพลง ที่คนดาวน์โหลดยังมีมากอยู่, ตัวแอปเปิล มิวสิคยังแข่งกับเบอร์หนึ่งในตลาดอย่างสปอติฟายไม่ได้ และตัวศิลปินเองก็ไม่ได้โดดไปตลาดสตรีมมิงกันเต็มตัว เต็มที่ และ
4. ตลาดของค่ายเพลงอินดี: ที่หากแอปเปิลเลิกขายดาวน์โหลดเพลงจริงๆ ก็ไม่ต่างไปจากคำสั่งประหารสำหรับค่ายเพลงอินดี ใครก็ตามที่หันไปฟังเพลงสตรีมมิงแล้ว อาจจะคิดว่าการที่แอปเปิลปิดร้านขายเพลงออนไลน์ลง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับค่ายเพลงเล็กๆ หรือค่ายเพลงอินดี รวมไปถึงศิลปินที่ยังทำเงินได้เป็นเรื่องเป็นราวจากการขายดาวน์โหลด มันคือหายนะกันเลยทีเดียว

“มันเปรียบเหมือนคำสั่งประหายสำหรับบรรดาค่ายเพลงเล็กๆ” มัลลิแกนกล่าว “มันเป็นอะไรง่ายๆ แบบนั้นเลย”
รายได้เฉลี่ยสำหรับค่ายเพลงจากการให้บริการสตรีมมิง มัลลิแกนบอกว่าน่าจะตกที่ราวๆ 20 เซ็นท์สต่ออัลบั้ม แต่เมื่อมีการดาวน์โหลดอัลบั้มจากไอทูนส์ ค่ายเพลงจะได้เงินราวๆ 65% และเพื่อให้ได้เงินเท่าๆ กันจากการสตรีมมิง อัลบั้มชุดหนึ่งต้องถูกคลิกฟัง “ประมาณ 130 ครั้ง”

“ถ้าคุณเป็นค่ายเพลงอินดีเล็กๆ กับอัลบั้มสักชุดหนึ่ง บางทีคุณอาจจะอยากขายได้สักราวๆ 20,000 – 30,000 ก็อปปี ซึ่งน่าจะทำให้ได้เงินได้ดีที่สุดราวๆ 1 ใน 4 ของล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย ตอนนี้คุณอาจจะมีเงินสำหรับตัวเองไม่มากนัก แต่ก็หลายหมื่นดอลลาร์” เขากล่าว “เรื่องที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในตอนนี้ก็คือ หลังจากหนึ่งปีคุณจะต้องเดินหน้าต่อด้วยเงินที่ได้รับมา หากเป็นค่ายเพลงยักษ์ๆ คุณก็จะมีเงินสำหรับทำอะไรแบบนั้น แต่ถ้าเป็นค่ายเพลงอินดีเล็กๆ คุณก็ต้องใช้เงินอย่างกระเบียดกระเสียรจากอัลบั้มชุดเดียวที่มี เพื่อต่อชีวิตไปถึงและให้กับอัลบั้มชุดต่อไป”

อดัม ลีแคช รองประธานฝ่ายสื่อและคู่ค้าของสังกัดเม็กซิกัน ซัมเมอร์ในบรูคลีน กลับมองต่าง เขาบอกว่า การเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น สมควรจะ “โอบกอดมันเอาไว้, อย่าไปกลัว” เขายังบอกต่ออีกว่า สังกัดของเขาจะเน้นไปที่การขายแผ่นเสียง ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

“สัญญาณทุกอย่างล้วนชี้ให้เห็นว่า จะมีการปรับรูปแบบการบริโภคในวงการเพลง” ลีแคช กล่าว “พวกเขาเข้าควบคุมสถานการณ์กันง่ายๆ ด้วยการเน้นสรรพกำลังที่มีไปยังสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ อุตสาหกรรมเพลงน่าจะจดจำและทำตาม เพราะเราได้เห็นกันมาแล้ว ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งว่า การหันไปต่อต้านการเปลี่ยนแปลง จะทิ้งเราให้อยู่ในผงธุลี กุญแจสำคัญในตอนนี้ก็คือ เราต้องปรับตัวและให้ประสบการณ์ทางดนตรีที่ดีกว่าเดิมกับลูกค้าของเรา

แต่แม็ทธิว จอห์นสัน ประธานของแฟ็ต พอสซัม เรคอร์ดส์ ค่ายเพลงจากมิสซิสซิปปี ไม่ได้มองแบบนั้น “เออ.. ช่างมันเหอะ วงการเพลงเส็งเคร็ง” คงไม่ต้องบอกว่า จอห์นสันรู้สึกยังไง กับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมดนตรีในอนาคต

ซึ่งจะเป็นจริงได้ขนาดไหนนั้น คงต้องรอดูกัน ไม่เกิน 5 ปี หากเป็นไปตามที่มัลลิแกนว่าเอาไว้
ข้อมูล: Consequence of Sound, Mashable

จากเรื่อง อนาคตของร้านเพลงออนไลน์ ไอทูนส์ มิวสิค สโตร์ (จบ) คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฏล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ 19 พฤษภาคม 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On