อัลบั้มใหม่ของ Chvrches และโชว์แรกของพวกเขาในบ้านเรา

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แค่อัลบั้มแรก The Bones of What You Believe ที่ออกมาเมื่อปี 2013 เชอร์เชส วงทรีโอจากกลาสโกว์ สก็อตแลนด์ที่ประกอบด้วยหนึ่งหญิง ลอเรน เมย์เบอร์รี (ร้องนำ, ซินธิไซเซอร์ และแซมเพลอร์), เอียน คุก (ซินธิไซเซอร์, กีตาร์, เบส, ร้องนำ) และมาร์ติน โอเฮอร์ตี (ซินธิไซเซอร์, แซมเพลอร์ และร้องนำ) ก็กลายเป็นที่รู้จักในหมู่คอเพลงป็อป ที่ต้องการเสียงใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์ มีที่ทางเฉพาะของตัวเอง และแน่นอนนักวิจารณ์ก็ให้ความชื่นชมพวกเขาเช่นกัน

ซึ่งเชอร์เชส โดดเด่นเอามากๆ กับการทำงานในแบบซินธ์-ป็อป ที่ทำให้นึกถึงศิลปินในยุค 80 และเสน่ห์จากเสียงร้องของเมย์เบอร์รี โดยมีเพลงฮิตจากงานชุดนี้ถึง 7เพลงได้แก่ The Mother We Share, Recover, Gun, Lies, We Sink, Under the Tide และ Tether

โดยก่อนหน้าจะก่อร่างสร้างตัวกันเป็นรูปเป็นร่าง พวกเขาทำงาน ฝึกซ้อมกันอย่างหนักกับงานเดโมที่ส่วนใหญ่เขียนโดยโดเฮอร์ตี เมื่อทุกอย่างดูไปด้วยกันได้ดี พวกเขาจึงตกลงร่วมงานกันในปี 2011 และอีกสองปีต่อมา ก็ปล่อยอีพีชุด Recover EP มีเพลงดังๆ อย่าง The Mother We Share และ Recover ซึ่งถูกนำมาใส่ไว้ในอัลบั้มชุดแรก The Bones of What You Believe อย่างที่รู้กัน

และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เชอร์เชสก็ปล่อยอัลบั้มชุดที่สอง Every Open Eye ออกมาให้ได้ฟังกัน และเป็นงานที่แสดงให้เห็นการเติบโตของพวกเขาอย่างชัดเจน เมื่อเพลงในงานชุดนี้มีความเข้มข้น และจริงจังมากขึ้นในเรื่องของงานดนตรี ที่เนื้องานมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม ตัวดนตรีฟังดูใหญ่ขึ้น ที่เพียงแค่เพลงแรก Never Ending Circles ก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างกันแล้ว ขณะที่เสียงร้องของเมย์เบอร์รีก็คม และฟังแข็งแรงมากกว่าที่ได้ยินจาก The Bones of What You Believe โดยที่ยังเยี่ยมในแง่ของการทำเพลงที่ให้โดนใจ ได้ตรงหู ไม่ต่างไปจากงานชุดก่อนหน้า

แน่นอนว่ากับคอเพลงจากยุค 80 ย่อมจะคุ้นเคยกับงานในแบบซินธ์-ป็อปกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงต้นๆ ยุค ที่ผู้คนกำลังเห่อกับเครื่องดนตรีที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ในตอนนั้น อย่าง กลองไฟฟ้า หรือว่าซินธิไซเซอร์ ทำให้วงดนตรีหลายๆ วงนำเอาเครื่องดนตรีเหล่านี้ไปใช้ ซึ่งบางรายก็ทำออกมาได้อย่างกลมกลืนลงตัว

แม้จะเป็นงานเพลงที่รับอิทธิเพลงมาจากศิลปินเมื่อร่วมๆ 2-3 ทศวรรษก่อน แต่เชอร์เชสก็มาพร้อมความเป็นตัวของตัวเอง ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ เสียงร้องของเมย์เบอร์รี ที่ไม่ได้ฟังเย็นเยียบให้ความรู้สึกเป็นเครื่องดนตรีอีกหนึ่งชิ้น แบบงานในยุค 80 เมื่อเต็มไปด้วยพลัง ในแบบที่ร้องเพลงโซล-ป็อปได้สบายๆ

ตัวดนตรีเองก็ มีความดิบในแบบดนตรีร็อคใส่เข้ามาได้อย่างเหมาะเจาะ ชนิดที่ว่า จะชูมือขวา โยกหัว ไปกับเพลงของพวกเขาก็ได้ แต่ถ้าไม่ จะส่ายสะโพกโยกย้ายไปกับจังหวะจะโคนสนุกๆ คึกคักๆ ของพวกเขาก็โอเค และอย่างที่บอกเอาไว้ข้างต้น… งานของพวกเขาใน Every Open Eye เข้มข้น จริงจังมากกว่างานชุดแรกเยอะ ทำให้อารมณ์ในการฟังเต็ม แน่นมากกว่ากัน

ทำให้งานดนตรีของพวกเขาและเธอกลายเป็นงานที่มีความร่วมสมัย เก๋ เท่ เป็นดนตรียุค 2,000 แต่ก็มีอารมณ์เรโทรให้ได้สัมผัสกันแรงๆ

และสำหรับคอเพลงที่อยากสัมผัสกับเชอร์เชส มากกว่าแค่อัลบั้มเพลงที่ออกมาให้ได้ฟังกัน สามารถสัมผัสกับเสียงจริงๆ ตัวเป็นๆ ของพวกเขาได้ในงาน Tiger Jams “Center Stage” วันที่ 3 กันยายนนี้ ที่ไบเทค บางนา ซึ่งเชอร์เชสจะมาเปิดการแสดงครั้งแรกในบ้านเราให้ได้ชมกันกับตา โดยมีศิลปินไทยร่วมให้ความบันเทิงมากมาย เช่น โพลีแค็ท, สมเกียรติ และเจลลี เรคอร์ดส์ ซึ่งบัตรล่วงหน้าราคา 1,000 บาทที่ www.allticketthailand.com และที่หน้างาน 1,500 บาท

จากเรื่อง อัลบั้มใหม่ของ Chvrches และโชว์แรกของพวกเขาในบ้านเรา คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 31 กรกฎาคม 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On