อุ่นเครื่องก่อนชมคอนเสิร์ตตัวเป็นๆ เสียงจริงๆ ของไดอานา ครอลล์ กับอัลบั้ม Wallflower

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สำหรับคอเพลงแจ๊ซซ์ สายนุ่มนวล หรือสายหวาน ชื่อของไดอานา ครอลล์ น่าจะเป็นที่คุ้นเคยอย่างดี ด้วยผลงานเพลงที่ฟังอบอุ่น ละเมียดละไม ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่ใช่แค่นักร้องในแนวทางแจ๊ซซ์ ที่เสียงร้องเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ครอลล์ก็ยังเป็นมือเปียโนที่มีฝีมือคนหนึ่งในวงการเพลง รวมไปถึงเป็นคนทำงานเบื้องหลังที่ได้รับการยอมรับ ไม่ได้จำกัดขอบเขตการทำงานอยู่แค่ในแวดวงของดนตรีแจ๊ซซ์เพียงเท่านั้น เห็นได้จากเครดิทที่เคยเป็นทั้งโปรดิวเซอร์ ให้กับบาร์บรา สไตรแซนด์ และเรียบเรียงเพลงให้พอล แม็คคาร์ทนีย์ รวมไปถึงออกทัวร์ร่วมกับนีล ยัง

กับระยะเวลาการทำงานที่กว่าสองทศวรรษ ครอลล์มีผลงานของตัวเองออกมาถึง 12 ชุด ไม่นับอัลบั้มแสดงสด และคว้ารางวัลแกรมมีถึง 5 รางวัล โดยอัลบั้มชุดใหม่ของเธอก็คือ Wallflower ที่ครอลล์เลือกสรรเพลงโปรดของพ่อ และเพลงจากความทรงจำในวัยเด็กของตัวเอง มาเรียบเรียง มาร้องใหม่ในสไตล์ของเธอ โดยเป็นเพลงป็อปหรือเพลงร็อคที่รู้จักกันดี อย่าง Wallflower ที่เป็นชื่อชุด ก็คือเพลงของบ็อบ ดีแลน, California Dreaming จาก The Mamas and the Papas, Desperado และ I Can’t Tell You Why ของ The Eagles, Sorry Seems To Be The Hardest Word ของเอลตัน จอห์น, Don’t Dream It’s Over เพลงฮิตของ Crowded House หรือ Alone Again (Naturally) จากกิลเบิร์ท โอซุลลิแวน

โดยตัวเพลงทั้งหมดในอัลบั้ม เรียบเรียงและโปรดิวซ์โดย เดวิด ฟอสเตอร์ เจ้าพ่อเพลงฮิต ที่อยู่เบื้องหลังงานเพลงฮิตๆ มากมาย

ทำให้อัลบั้ม Wallflower กลายเป็นงานเพลงป็อป อีซี ลิสนิง ฟังสบายๆ ละเมียดละไม และแน่นอน ไพเราะ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะจับใจหรือไม่ เพราะทุกเพลงก็คือเพลงฮิตที่คุ้นหูกันดี และการเรียบเรียงดนตรีก็เน้นที่การรักษาเมโลดีเดิมเอาไว้ หลายๆ เพลงในอัลบั้มนี้เปรียบได้กับการกลับมามีชีวิตใหม่ ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น Calofornia Dreaming ที่เป็นงานบอสซาโนวานุ่มๆ, Desperado ที่คงโครงสร้างเดิมๆ เอาไว้ แต่ใช้การตีความเพลงใหม่ ผ่านน้ำเสียงของครอลล์ เป็นความแตกต่างจากต้นฉบับ, Superstar กับ Sorry Seems to be the Hardest Words เป็นเพลงบัลลาดซึมลึกมากกว่าที่เคยเป็น แถมบางเพลงก็ได้แขกรับเชิญมาร่วมร้อง เติมเต็มความสมบูรณ์ หรือเป็นสีสันที่จัดจ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล บูเบล หรือ ไบรอัน อดัมส์

งานชุดนี้ที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมีทั้งแบบธรรมดาที่มี 12 เพลง แบบดีลักซ์ 16 เพลงที่เพิ่มเพลง In My Life และเพลงในฉบับแสดงสดของ Wallflower กับ Sorry Seems to be the Hardest Words และเพลงสีสันฉูดฉาดสนุกๆ คึกคัก Yeah Yeah เข้ามา แล้วล่าสุดก็มีงานในฉบับ The Complete Sessions ที่เพิ่มเพลงเข้ามาอีก 4 เพลง อาทิ Heart of Gold ของนีล ยัง, A Case of You ของโจนี มิทเชลล์ รวมเป็น 20 เพลงฟังกันอย่างเต็มอิ่ม

และก็มีข่าวดี สำหรับคนที่อยากสัมผัสกับการแสดงสดๆ ของตัวจริง เสียงจริงๆ ของไดอานา ครอลล์ เพราะเธอจะมาเปิดคอนเสิร์ต Diana Krall Wallflower World Tour, Live in Bangkok 2016 ในบ้านเรา วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์, สยามพารากอน บัตรราคา 5,500 / 4,500 / 3,500 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท ซื้อและสอบถามรายละเอียดได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือที่ www.thaiticketmajor.com

ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นเพลงจากอัลบั้ม Walflower ชุดนี้นี่ละ เพราะฉะนั้นถ้าจะไปซื้อหามาฟังอุ่นเครื่องกันได้ แต่ถ้าไม่ไปและอยากฟังงานเพลงดีๆ ไพเราะ ละเมียดละไม ก็ไม่น่าจะปฏิเสธงานชุดนี้กัน

จากเรื่อง อุ่นเครื่องก่อนชมคอนเสิร์ตตัวเป็นๆ เสียงจริงๆ ของไดอานา ครอลล์ กับอัลบั้ม Wallflower โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.