เกือบ 8 ทศวรรษของแอนิเมชัน Dumbo

SHARE THIS
  • 61
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    61
    Shares

เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้ว่า Dumbo ที่กำลังลงโรงฉายให้ได้ชมกัน มีที่มาจากแอนิเมชัน หรือที่ในยุคก่อนเรียกว่าการ์ตูน คลาสสิคของวอลท์ ดิสนีย์ ที่ออกฉายตั้งแต่ปี 1941 ผ่านการจัดจำหน่ายของอาร์เคโอ เรดิโอ พิคเจอร์ส แล้วก็เป็นแอนิเมชันเรื่องที่สี่ของดิสนีย์ต่อจาก Snow White and Seven Dwarfs, Pinocchio และ Fantasia

แถมยังเป็นหนึ่งในแอนิเมชันเรื่องยาวที่สั้นที่สุดของวอลท์ ดิสนีย์ ซึ่งกว่าจะได้ฉายก็มีปัญหาไม่น้อย เมื่อทางอาร์เคโอไม่พอใจกับความยาวเพียง 64 นาทีของหนัง และอยากให้ทางดิสนีย์สร้างให้ยาวขึ้นอีก หรือไม่ก็ตัดออกให้กลายเป็นแอนิเมชันสั้นไปเลย ไม่เช่นนั้นก็ให้ทางอาร์เคโอ ปล่อยฉายเป็นหนังเกรดบีไปซะ แต่ดิสนีย์ไม่ยอมทำแม้แต่เงื่อนไขเดียว จนอาร์เคโอไม่มีทางเลือกต้องนำหนังออกฉายในฐานะหนังเกรดเอ

โดยภาพยนตร์ที่ได้ชมกันในปีนี้ เป็นผลงานการกำกับของทิม เบอร์ตัน ที่อยู่เบื้องหลังหนังอย่าง Edward Scisorhand งานโรแมนติคที่ว่าด้วยความรักของหญิงสาวกับตัวประหลาด, Batman ฉบับที่ไมเคิล คีตัน รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว, สต็อป-โมชันเรื่องราวความรักของชายหนุ่มกับผีสาว Corpse Bride, Sweeney Todd หนังเพลง โรแมนติค สยองขวัญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานที่มาพร้อมกับงานโปรดัคชัน ดีไซน์ที่มีสไตล์เฉพาะตัว บ้างก็ดูผิดเพี้ยน บ้างก็ดูหม่นมืด บ้างก็ดูเต็มไปด้วยสีสันจัดจ้าน แต่ทั้งหมดก็สรุปได้ว่า เป็นงานที่ไม่ปกติ และผิดธรรมดา โดยตัวเรื่องของ Dumbo ฉบับนี้ จะถูกปรับให้มีความสมจริงมากขึ้น ส่วนเนื้อหาก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนชัดเจน โดยส่วนแรกจะเป็นเรื่องราวที่ไม่ต่างไปจากการเอาหนังต้นฉบับมาทำในแบบตีความใหม่ ส่วนครึ่งหลังก็คือเรื่องราวที่มารับหลังจากเจ้าช้างน้อยดัมโบ กลายเป็นนักแสดงคนดังของคณะละครสัตว์ไปแล้ว ซึ่งไม่ต่างไปจากการเป็นภาคต่อของหนังในครึ่งแรก ที่อาจจะหมายความรวมไปถึงเป็นภาคสองของหนังต้นฉบับด้วยเช่นกัน

ส่วนทำแล้วดีกว่าไหม หรือทำได้เท่าเทียมของเก่าหรือเปล่า คงต้องพิสูจน์กันเอาเอง

แต่ในแง่ของความประทับใจแล้ว อาจจะเป็นเพราะได้สัมผัสมาก่อนก็เป็นได้ ทำให้รู้สึกซาบซึ้ง กับงานต้นฉบับที่มีความยาวเพียงชั่วโมงกับอีกไม่กี่นาทีมากกว่า แม้เนื้อหา ตัวละครนั้น จะเหมือนกับเป็นงานแฟนตาซี ที่บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ในคณะละครสัตว์ ต่างก็ร้องรำทำเพลงกันได้ ส่วนตัวละครที่เป็นมนุษย์นั้น ก็แทบไม่มีบทบาทอะไรเลยด้วยซ้ำ

เรื่องราวของ Dumbo 1941 เป็นฝีมือของ อ็อตโต อิงแลนเดอร์, โจ แกรนท์ และดิค ฮิวเมอร์ ที่มีที่มาจากเรื่อง Dumbo ของเฮเลน เอเบอร์สัน กับฮาโรลด์ เพิร์ล ที่มีเฮเลน เดอร์นีย์ เป็นผู้วาดภาพประกอบอีกที โดยเนื้อหาว่าด้วยชีวิตของช้างน้อยดัมโบ ลูกของแม่จัมโบ ที่เกิดมาพร้อมใบหูที่ใหญ่ผิดปกติ จนตกเป็นตัวประหลาดในสายตาของสัตว์อื่นๆ ในคณะละครสัตว์ ถูกล้อเลียน กลั่นแกล้ง และทำให้แม่จัมโบต้องออกโรงปกป้องก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย และเธอถูกมองว่าเป็นช้างคลั่ง ถูกจับขังในกรงแยกจากลูก และทำให้ดัมโบที่ต้องห่างเหินกับแม่ รู้สึกเปลี่ยวเหงา ยังดีที่มีทิโมธี – เจ้าหนูตัวสีขาวคอยดูแลปลอบใจ พยายามผลักดันเจ้าช้างน้อยหูกางให้ได้แสดงเป็นตัวเอกในคณะละครสัตว์ แต่ก็ไม่สำเร็จ แถมทำให้ดัมโบต้องขึ้นแสดงในฐานะสมาชิกของทีมนักแสดงตลก ที่ตอกย้ำความเป็นตัวประหลาดของดัมโบมากยิ่งขึ้น จนมันรู้สึกแย่หากทิโมธีก็พยายามให้ดัมโบมองโลกในแง่ดี ว่าอย่างน้อยก็ยังเป็นขวัญใจของพวกตัวตลก และได้รับความสนใจจากผู้ชม

แต่เมื่อได้รู้ความจริงว่า หูอันใหญ่โตของดัมโบ สามารถทำงานได้ไม่ต่างปีก พาตัวเองบินไปไหนต่อไหนได้ ทิโมธีจึงพยายามให้ดัมโบใช้ความสามารถที่มีทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวเอกของคณะละครสัตว์

ท้ายที่สุด เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเดาได้ว่าเรื่องราวจะไปจบลงตรงที่ไหน แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้น ภายใต้ความเป็นแอนิเมชันสำหรับครอบครัว ลายเส้นสวยๆ สีสันสดใส มีเพลงเพราะๆ รวมไปถึงบทสรุปแบบแฮปปี เอนดิง Dumbo ไม่ใช่งานที่ใสๆ เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ เมื่อตัวละครนั้นต้องเจอวิบากกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่กว่าที่แม่จัมโบจะได้ลูกช้างน้อยจากนกกระสา ก็ต้องมองสัตว์ตัวอื่นๆ เลี้ยงลูกน้อยตาละห้อย แถมพอได้มาก็เป็นอย่างที่รู้ๆ กัน แล้วก็ต้องแยกจาก แม่ถูกขัง ลูกถูกข่มเหง ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็เป็นเรื่องราวที่น่าหดหู่ไม่เบาเลย

ความสุขอย่างเดียวที่เกิดขึ้นกับดัมโบ ในช่วงเวลาที่กลายเป็นตัวตลกในการแสดง ก็ไม่พ้นตอนที่ความคิดถูกน้ำเมาเข้าครอบงำมองเห็นฝูงช้างมาร้องเล่นเต้นรำให้ดู ซึ่งเป็นความสุขที่ดัมโบได้รับเพียงในช่วงสั้นๆ และอยู่ในสภาพเคลิ้มไปเพราะแอลกอฮอล์ ซึ่งก็ดูเกินไปหน่อยสำหรับการเป็นแอนิเมชันสำหรับครอบครัว ที่เด็กๆ คือกลุ่มเป้าหมาย

ด้วยชีวิตที่ไม่ได้สดใส เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างต่อเนื่อง บวกกับการออกแบบเจ้าช้างน้อยได้น่ารักน่าชัง รวมไปถึงการแสดงออกที่มีเสน่ห์ นอกจากดัมโบจะได้ใจผู้ชมไปอย่างรวดเร็วแล้ว สิ่งที่มันต้องเจอ และได้รับก็ทำให้ผู้ชมอดสะเทือนใจไปด้วยไม่ได้

รวมทั้งยังเป็นตัวแทนของผู้คนมากมาย ที่เกิดมาแตกต่างไปจากคนทั่วๆ ไป จนถูกดูหมิ่นดูแคลน ทั้งๆ ที่พวกเขาเหล่านั้นอาจจะซุกซ่อนความสามารถพิเศษบางอย่างในตัวเอาไว้ เช่นเดียวกับที่ดัมโบเป็น

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ Dumbo จะอยู่ในใจของผู้ชมที่ได้สัมผัสจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งมาตลอด 7 ทศวรรษ ขณะที่ความลำบากที่มันต้องเผชิญ การเป็นตัวประหลาดในสังคม ก็เป็นเรื่องในโลกด้านมืดที่ใช้เป็นคติสอนใจบรรดาเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมให้กับพวกเขาเข้าสู่สังคม ที่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย เหมือนที่คนในครอบครัวเป็น โดยเฉพาะในยุคนี้ ที่เด็กๆ มักจะถูกคุกคามจากเพื่อนๆ เมื่อไม่ยอมเข้ากลุ่ม หรือทำตัวแตกต่าง แปลกแยก

เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวเหล่านี้ยังคงไม่พ้นสมัย สามารถนำมาใช้กับผู้คนทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ตราบที่การตัดสินผู้คนด้วยภาพลักษณ์ยังคงไม่หายไปไหน

ในปี 2017 Dumbo ถูกเลือกโดย หอสมุดของสภาคองเกรสส์ด้วยการขึ้นทะเบียนเป็นภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เก็บรักษาไว้ ในฐานะที่ “มีความโดดเด่นในเรื่องสุนทรียภาพ, วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์”

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง เกือบ 8 ทศวรรษของแอนิเมชัน Dumbo คอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ – HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 1 เมษายน 2562

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 61
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    61
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On