เก็บตกแกรมมี่ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 55

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

รางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ ประกาศผลไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับเช้าตรู่วันจันทร์ที่ 11 ในบ้านเรา โดยรายชื่อของผู้ที่ได้รับรางวัลนั้น คลิกไปดูกันได้ที่ https://www.sadaos.com/grammy2013-winner-lists/

ในบ้านเราก็มีการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลเหมือนกัน ทำให้แฟนเพลงได้ชมการแสดงดีๆ เยี่ยมๆ ของศิลปินระดับโลกมากมาย สำหรับในอเมริกานั้น การถ่ายทอดงานในปีนี้ มีผู้ชมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ปี 1993 เลยทีเดียว แพ้เพียงปีที่แล้ว และที่น่าสนใจก็คือ ยังสร้างสถิติใหม่สำหรับการรับชมผ่านสื่อสังคมออนไลน์

งานครั้งนี้กินเวลา 3 ชั่วโมงครึ่งมีผู้ชมถึง 28.37 ล้านคน โดย 12.9 ล้านคน อยู่ในช่วงอายุ 18-49 ปี เป็นตัวเลขที่ดีที่สุดสำหรับช่วงอายุนี้ นับตั้งแต่ปี 2004 โดยปีที่แล้วตัวเลขต่างๆ นั้นพุ่งพรวดก็เพราะมีการจากไปของวิทนีย์ ฮุสตันก่อนงานไม่กี่ชั่วโมง เป็นตัวกระตุ้น หากนำปีนี้ไปเทียบกับปี 2011 จะพบว่า ผู้ชมครัวเรือนเพิ่มขึ้น 7%, ผู้ชมที่อายุระหว่าง 25-54 เพิ่มขึ้น 4% และช่วงอายุ 18-49 เพ่ิ่ม 1% โดยผู้ชมโดยรวมเพิ่มขึ้น 6%

สำหรับการชมผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น มากกว่า 18.7 ล้านคน เป็นรองแค่ซูเปอร์โบลว์ครั้งล่าสุด ลบสถิติเดิมเมื่อปีที่ผ่านมาด้วยตัวเลขที่มากกว่า 44%

ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับวงการเพลงโดยรวมของเมริกา เพราะการที่ผู้ชมเยอะ ศิลปินก็จะถูกพบเห็นมากขึ้น และส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะบรรดาศิลปินที่ได้รับรางวัลใหญ่ๆ ต่างก็น่าจะทำยอดขายได้มากขึ้น หลังจากที่เป็นศิลปินที่มียอดขายดีมากๆ อยู่แล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

ฟัน. ได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ และเพลง We Are Young ของพวกเขาที่ขายไป 6.2 ล้านก็อปปี้ ก็ได้รับรางวัลเพลงแห่งปี ส่วนเพลง Somebody That I Used to Know ของกอทีเย่ที่ร้องกับคิมบรา ก็คว้ารางวัล เพลงที่ถูกบันทึกเสียงยอดเยี่ยมแห่งปี โดยเพลงนี้ขายไปแล้ว 7 ล้านก็อปปี้ นับตั้งแต่วางจำหน่ายเมื่อมกราคม 2012

กอทีเย่ กับ เนท รอยส์ของวงฟัน. ต่างก็ประหลาดใจในตอนที่ชื่อขอพวกเขาถูกประกาศ โดยกอทีเย่นั้น คิดว่าตัวเองจะกลับบ้านมือเปล่าเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่สามรางวัลอย่างที่เห็น ขณะที่รอยส์ก็มองว่า คนที่น่าจะได้ก็คือ แฟรงค์ โอเชียน หรือไม่ก็ เดอะ ลูมิเนียร์ส

มัมฟอร์ด แอนด์ ซันส์ ได้รางวัลอัลบั้มแห่งปีจาก Babel ซึ่งขายอัลบั้มไปได้ 1.7 ล้าน และน่าจะทำตัวเลขเพิ่มขึ้นได้อีก พวกเขายังคว้ารางวัลมิวสิค วิดีโอมาครองจากเพลง Big Easy Express อีกด้วย

การเฉลี่ย 4 รางวัลใหญ่ไปให้กับศิลปินถึง 3 รายเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยได้เห็นกันในงานแกรมมี่ ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา มีหนเดียวเท่านั้น ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ นั้นคือปี 2005 ที่ผู้ได้รางวัลใหญ่ถูกเฉลี่ยให้กับ กรีน เดย์, ยูทูว์ และจอห์น เลเจนด์

ก่อนหน้าที่รางวัลใหญ่จะถูกประกาศ งานในคืนนี้ตกเป็นของเดอะ แบล็ค คีย์ส ก็ว่าได้ เมื่อพวกเขาคว้ารางวัลไปก่อน 2 รางวัลคือ เพลงร็อคยอดเยี่ยม และ อัลบั้มร็อคยอดเยี่ยม นอกจากนี้แดน ออร์บาค มือกีตาร์-นักร้องนำของวงร็อคจากอาครอน, โอไฮโอวงนี้ ยังได้รางวัล โปรดิวเซอร์แห่งปี มาครอง ซึ่งนอกจากงานของวงแล้ว งานอีกชุดหนึ่งที่เขาไปทำงานให้ Locked Down ของ ดร. จอห์น ก็ได้รางวัลอัลบั้มเพลงบลูส์ยอดเยี่ยม

และนั้นก็ทำให้ออร์บาค มีชื่อรับรางวัลถึง 4 รางวัล ส่วนเพื่อนร่วมวงเดอะ แบล็ค คีย์ส-แพทริค คาร์นีย์, กอทีเย่ และเจย์-ซี กลับบ้านไปกับสามรางวัล

นอกเหนือจากรางวัลเพลงที่ถูกบันทึกเสียงยอดเยี่ยมSomebody That I Used to Know ของกอทีเย่ ยังคว้ารางวัลศิลปินคู่/กลุ่มป็อปยอดเยี่ยม และตัวอัลบั้ม Making Mirrors ก็ได้รางวัลอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟยอดเยี่ยม
“ผมไม่สนเลยนะว่า ตัวเองจะทำเพลงได้แบบนี้อีกหรือเปล่า” กอทีเย่ กล่าวหลังรับรางวัลไปถึง 3 รางวัล จากคว้ารางวัล “ผมคิดแค่ว่า ผมจะเขียนเพลงให้ดีขึ้น และหวังว่าจะเขียนเพลงที่ดีกว่านี้ได้”

เจย์-ซีกลับบ้านไปพร้อมกับ 3 รางวัล สองรางวัลได้จาก N****s in Paris เพลงที่เขาร่วมงานกับ คานเย่ เวสท์ ในสาขาเพลงแร็ป และศิลปินแร็ป ยอดเยี่ยม ส่วนอีกรางวัลได้จากเพลง No Church in the Wild ในสาขาการร่วมงานในเพลงแร็ป/ร้องยอดเยี่ยม ร่วมกับคานเย่ เวสท์, แฟรงค์ โอเชียน กับเดอะ ดรีม

ในรางวัลสำหรับเพลงแต่ละประเภท Uncaged ของ แซ็ค บราวน์ด แบนด์ ได้รางวัลอัลบั้มคันทรี่ยอดเยี่ยม, Stronger ของเคลลี่ คลาร์คสัน ได้รางวัลอัลบั้มเพลงร้องป็อปยอดเยี่ยม, Take Care ของเดรค คว้ารางวัลอัลบั้มแร็ป และ Black Radio จาก โรเบิร์ท กลาสเปอร์ เอ็กซ์เพอริเมนท์ ได้รางวัลอัลบั้มอาร์แอนด์บียอดเยี่ยม

เพลง Blown Away จากแคร์รี่ อันเดอร์วู้ด คว้ามา 2 รางวัล รางวัลแรกจากเพลงคันทรี่ยอดเยี่ยม และศิลปินเดี่ยวคันทรี่ยอดเยี่ยม

เทย์เลอร์ สวิฟท์ที่ได้เล่นเปิดงานด้วยเพลง We Are Never Ever Getting Back Together ซึ่งเป็นการแสดงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก คณะเต้นรำ เซิร์ค ดู โซเล และวรรณกรรมเรื่อง Alice in Wonderland กลับบ้านไปพร้อมกับรางวัลเพลงสำหรับสื่อด้านภาพยอดเยี่ยม Safe and Sound ที่แต่งให้หนัง Hunger Games


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On