เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นักแสดงที่ใครๆ ก็รัก

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Entertainment_2013_Oscars_JenniferLawrenceRudeFinger_Photoอนที่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วยวันเพียงแค่ 20 ปี จาก Winter’s Bone เมื่อปี 2010 เชื่อเถอะว่า หลายคนต้องตั้งคำถามแบบงงๆ ว่า อีหนูหน้าตาสะสวยแบบบ้านๆ รายนี้ อยู่ดีๆ เธอโผล่มาจากไหน ซึ่งผิดกันลิบลับกับการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเดียวกันนี้ ในปีนี้ และสาขาเดิม

ความสำเร็จของ The Hunger Games ทำให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับเดียวกับที่คริสเทน สจวร์ทจากหนังชุด The Twilight Saga เป็น และก็เหนือกว่าด้วยซ้ำ เมื่อมองถึงเรื่องความสำเร็จในเรื่องรางวี่-รางวัลรับประกันฝีมือการแสดงมาประกอบ ซึ่งหากเอาไปเทียบกันแล้วละก็

ลอว์เรนซ์ทิ้งห่างสจวร์ทหลายช่วงถนนเลยทีเดียว

ด้วยวัยเพียง 22 ปี ลอว์เรนซ์ชิงออสการ์แล้วสองหน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับนักแสดงในช่วงวัยเดียวกันกับเธอ และดูจากฝีไม้ลายมือแล้ว เห็นทีตัวเลขไม่น่าจะหยุดอยู่แค่สอง

ลอว์เรนซ์เกิดเมื่อ 15 สิงหาคม 1990 เติบโตมากับพี่ชายสองคนที่หลุยส์วิลล์, เคนตัคกี้ เพียงแค่อายุ 14 ปี เธอก็ได้แสดงละครเวทีท้องถิ่น และตัดสินใจจะเอาดีทางการแสดง ลอว์เรนซ์ให้พ่อกับแม่พาไปนิว ยอร์คเพื่อหาเอเยนต์ แต่ก่อนจะเริ่มทำงานในฮอลลีวู้ด ลอว์เรนซ์ก็ทุ่มเทให้กับการเรียน จนจบไฮสคูลด้วยเกรด 3.9 ก่อนหันหน้ามาที่การแสดงเต็มตัว บทเด่นบทแรกมาถึงเธอในปี 2007 เป็นบทในรายการ The Bill Engvall Show ก่อนจะได้เล่นหนังใหญ่ ที่เพียงแค่เรื่องที่ 4 The Poker House ในปี 2008 ลอว์เรนซ์ก็ได้รางวัล Outstanding Performance Award จากงาน Los Angeles Film Festival เรื่องต่อมา The Burning Plain ที่ออกฉายในปีเดียวกัน เธอก็คว้ารางวัล Marcello Mastroianni Award จากงาน Venice Film Festival มาครอง

ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ เมื่อเทียบกับ Winter’s Bone หนังอินดี้ ในปี 2010 ที่กลายเป็นก้าวใหญ่ๆ ของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เธอได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงบนเวทีสำคัญๆ มากมายจากหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น ลูกโลกทองคำ, Satellite Award, Independent Spirit Award, รางวัลจากสมาคมนักแสดง และ ออสการ์ ซึ่งด้วยวัยเพียง 20 ปีทำให้ลอว์เรนซ์เป็นนักแสดงหญิงอายุน้อยที่สุด ที่เข้าชิงในสาขานี้ในตอนนั้น

-X-Men-First-Class-stills-jennifer-lawrence-22474374-2560-1707จากงานระดับล่ารางวัล ลอว์เรนซ์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในหนังซูเปอร์ฮีโร่ บล็อคบัสเตอร์ X-Men: First Class ในบท ราเวน ดาร์โฮล์ม หรือมิสทีค ที่ทำให้เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เท่ากับที่ได้รับจากบท แคทนิส เอเวอร์ดีน ใน The Hunger Games ที่สร้างจากบทนิยายขายดีของซูซานน์ คอลลินส์ เมื่อปีที่ผ่านมา

แต่นั่นก็ไม่ใช่ความสำเร็จเดียวของลอว์เรนซ์ในปี 2012 เมื่อปลายปีมาถึงเธอกลับมาลงสนามล่ารางวัลอีกครั้ง กับ Silver Linings Playbook หนังโรแมนติค-ดราม่า ที่ทำให้ได้ชิงออสการ์สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมเป็นคำรบสอง แต่ที่ต่างไปจากครั้งแรกก็คือ หนังยังไปได้สวยในเรื่องรายได้ เมื่อมาถึงก่อนงานประกาศผลรางวัลออสการ์ Silver Lining Playbook ทำเงินในอเมริกาข้ามร้อยล้านเหรียญไปเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่การเข้าชิงด้วยวัยเพียง 22 ปี ทำให้ลอว์เรนซ์ทำสถิติเป็นนักแสดงหญิงอายุน้อยที่สุด ที่เข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงถึงสองครั้ง และนิตยสารบันเทิงโรลลิง สโตน ก็ยกให้เธอเป็น นักแสดงหญิงรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของอเมริกา

ที่น่าสนใจก็คือ ท่ามกลางชื่อเสียง ลอว์เรนซ์ไม่มีข่าวคาวออกมาให้ได้ยินเลย “คุณไม่อยากให้เรื่องความสัมพันธ์ของตัวเองตกเป็นข่าวหรอก” เธอให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการวางตัว “แต่ในเวลาเดียวกัน นี่เป็นแค่ทฤษฎีนะ ยิ่งคุณพยายามเก็บมันเป็นความลับมากเท่าไหร่ สื่อทั้งหลายก็ยิ่งพยายามขุดคุ้ยมากเท่านั้น”

และนี่ก็คืองานชิ้นสำคัญที่เปิดตัวเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ให้เป็นที่รู้จัก ในแบบที่ไม่ต้องขุดคุ้ย ผลงานที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่เพียงแค่นักวิจารณ์เท่านั้นที่รักเธอเหมือนนักแสดงอีกหลายๆ คน แต่คนดูก็รักเธอไม่แพ้กัน

WINTER’S BONE [2010]
winters_bone_ver6_xlgหนังอินดี้เรื่องนี้ ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ แดเนียล วูดเรลล์ ที่วางจำหน่ายในปี 2006 ซึ่งตัวเอกของเรื่อง เป็นเด็กสาววัย 17 ชื่อ รี ดอลลี่ เธอต้องดูแลแม่ที่ป่วยทางประสาท กับน้องชายและน้องสาววัย 12 และ 7 ปีตามลำดับ ขณะที่พ่อหายตัวไปอย่างลึกลับ ทั้งๆ ที่อยู่ในระหว่างประกันตัวจากคดีผลิต-ค้ายาเสพติด ที่หนักข้อก็คือ หากพ่อของเธอไม่ไปขึ้นศาลตามกำหนดเวลา บ้านและที่ดินของพวกเธอจะถูกยึด เมื่อพ่อใช้เป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัว ทำให้รีที่วุ่นวายกับการดูแลคนในครอบครัว ต้องออกตามหาพ่อ หรือ “ร่าง” ของพ่อในกรณีที่เสียชีวิตไปแล้วให้พบ เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้หนีหมายศาล เพื่อปกป้องบ้านและทรัพย์สินที่มี

รีต้องเจอกับคนสายเลือดเดียวกัน ที่อยู่ในแวดวงอาชญากรรมเหมือนๆ กัน เพื่อสอบถามความเป็นไปของพ่อ ซึ่งแต่ละคนใช่ว่าจะให้ความร่วมมือด้วยง่ายๆ หรือบางรายก็ไม่คิดที่จะให้ความช่วยเหลืออะไร

หนังเขียนบท-กำกับโดยเดบรา กรานิค ที่แสดงให้เห็นผลพวงของการอยู่ในโลกอาชญากรรม ที่ผลประโยชน์อยู่เหนือสายเลือด ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวต้องห่างเหิน ในขณะเดียวกันก็ยังบอกเล่าถึงผลกระทบจากการสื่อสารแบบปากต่อปาก ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ เช่นที่รีได้รับในตอนท้าย

หนังประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คว้ารางวัลหนังกับบทยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังซันแดนซ์ปี 2010 และทำให้ลอว์เรนซ์ ที่รับบทรี ดอลลี่ แจ้งเกิด การแสดงของเธอได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากบรรดานักวิจารณ์ โดยเฉพาะการแสดงออกที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้หนังยังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปี 2011 ถึง 4 สาขา ซึ่งล้วนเป็นสาขาใหญ่ๆ ทั้งสิ้น ได้แก่ หนังยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากลอว์เรนซ์ แม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่นี่คือ ความสำเร็จแรกในวงการของเธอ

THE HUNGER GAMES [2012]
the-hunger-games-posterหลังควานหาตัวคนมารับบทแคทนิส เอเวอร์ดีน ตัวละครที่เป็นศูนย์กลางในนิยายไตรภาคชุด The Hunger Games ของซูซานน์ คอลลินส์ ที่กำลังจะขึ้นจออยู่นาน ข้อเสนอก็ถูกยื่นไปให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ในเดือนมีนาคม 2011 แต่แทนที่จะตอบรับทันที เธอใช้เวลาถึง 3 วันเพื่อตอบตกลง ด้วยความที่ว่านี่คือนิยายฮิตในระดับเดียวกับ The Twilight Saga และหนังก็เป็นงานทุนสูงที่เธอต้องแบกรับเรื่องไว้เพียงคนเดียว

แต่แล้วผลลัพธ์ก็เป็นที่เกินน่าพอใจ หลังต้องเข้าคอร์สเรียนรู้การแสดงฉากบู๊, ยิงธนู, ปีนต้นไม้, ไต่เขา, ต่อสู้ รวมไปถึงโยคะ หนังเปิดตัวด้วยรายได้สามวัน 152.5 ล้านเหรียญ เป็นหนังที่ไม่ใช่ตอนต่อเปิดตัวสูงที่สุด และเป็นหนังเปิดตัวสูงที่สุดตลอดกาลอันดับ 3 ทำให้ลอว์เรนซ์เป็นซูเปอร์สตาร์เต็มตัว ตัวหนังก็เป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลใน 200 อันดับ เพียงเรื่องเดียว ที่เป็นหนังแอ็คชั่น ที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิง

เหตุการณ์ในหนังเกิดขึ้นในโลก (อเมริกา) อนาคต ที่ถูกแบ่งเขตปกครองเป็น 12 เขต มีแคพิตอลเป็นผู้ปกครอง และในทุกๆ ปี แต่ละเขตต้องส่งตัวแทนเป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง วัย 12 – 18 ปี โดยการจับฉลาก เข้าแข่งเกมล่าชีวิต ซึ่งผู้ชนะก็คือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว แคทนิสเป็นหญิงสาวในเขต 12 ใช้ชีวิตอยู่กับแม่และน้องสาว-พริมโรส แต่เมื่อน้องตกเป็นผู้เข้าแข่งขัน แคทนิสจึงอาสาไปแทน ทิ้งแม่, น้อง และเกล-คนรักเอาไว้ โดยผู้ที่เข้าแข่งร่วมกับเธอคือพีต้า-เด็กหนุ่มที่แอบชอบเธอเป็นทุนเดิม และเธอก็ไปปลุกไฟปฏิวัติให้เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

นอกจากรายได้จะสวย คำวิจารณ์ก็ออกมาในทางบวกเป็นส่วนใหญ่ นี่ไม่ใช่แค่หนังแอ็คชั่น หากยังนำเสนอแง่มุมการเมือง และการเสียดสีสื่อ รายการเรียลิตี้ได้อย่างแสบสันต์ กับตัวลอว์เรนซ์ นอกจากความสามารถด้านการแสดงที่เห็นกันแล้วใน Winter’s Bone สิ่งที่ The Hunger Games เผยให้เห็น ก็คือ รัศมีดารา รวมไปถึงศักยภาพในการเป็นดาราแอ็คชั่น พร้อมยังพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จว่า ตัวเธอสามารถ “อุ้ม” หนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้

SILVER LININGS PLAYBOOK [2012]
silver_linings_playbook_ver3_xlgงานอีกชิ้นในปี 2012 ที่ทำให้ปีนี้กลายเป็นปีทองของลอว์เรนซ์ กับบททิฟฟานี่ สาวม่ายที่กำลังจะหายจากอาการติดเซ็กส์ ในหนังที่เดวิด โอ รัสเซลล์ กำกับและเขียนบทจากนิยายชื่อเดียวกันของแม็ทธิว ควิก ซึ่งเป็นเรื่องราวของ แพท โซลิทาโน ผู้ป่วยทางจิตอารมณ์แปรปรวน ที่ถูกปล่อยมาอยู่บ้าน และได้พบกับทิฟฟานี ม่ายสาวผัวตาย ที่กลายเป็นคนใช้เซ็กส์บำบัดความซึมเศร้า แพทหวังจะให้ทิฟฟานีเป็นศูนย์กลางในการติดต่อกับนิคกี้ภรรยาเก่าของเขา เธอตอบตกลงแต่แพทต้องเป็นคู่เต้นในการแข่งลีลาศกับเธอ และทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

หนังอาจจะดูเหมือนมีเพียงแค่เรื่องราวโรแมนติค แต่ Silver Linings Playbook มีรายละเอียดที่มากไปกว่านั้น โดยเฉพาะเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวของแพท

หนังได้รับการตอบรับจากนักวิจารณ์เป็นอย่างดี และคนดูก็รับเอาหนังเรื่องนี้ไว้ในดวงใจอย่างอบอุ่น เมื่อสามารถทำรายได้ผ่านร้อยล้านเหรียญในอเมริกาไปแล้วเรียบร้อย

ที่น่าขำก็คือว่า ลอว์เรนซ์ ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับบททิฟฟานี่ เช่นเดียวกับที่แบรดลีย์ คูเปอร์ ไม่ใช่ตัวเลือกแรกในบทแพท ก่อนจะเป็นทั้งคู่ ก็คือ ซูอีย์ เดสชาเนล และวินซ์ วอห์น ก่อนที่ฝ่ายชายจะเป็นมาร์ค วอห์ลเบิร์ก และคูเปอร์ในที่สุด ขณะที่ฝ่ายหญิงชื่อต่อมาคือ แอนน์ แฮธาเวย์ แล้วก็เป็นเอลิซาเบธ แบงค์ส, เคิร์สเทน ดันสท์, แองเจลีน่า โจลี่, เบลค ไลฟ์ลี่, รูนีย์ มารา, ราเชล แมคอดัมส์, แอนเดรีย ไรส์โบโรหก์ และโอลิเวีย ไวล์ด

โอ รัสเซลล์ไม่เชื่อว่าลอว์เรนซ์จะเหมาะกับบทนี้ เนื่องจากอายุน้อยเกินไป (21 ปีในระหว่างถ่ายทำ) แต่เมื่อได้เห็นการทดสอบบท เขาก็เปลี่ยนใจ และกับผลงานชิ้นต่อไป American Hustle โอ รัสเซลล์ก็เลือกลอว์เรนซ์ มาประกบกับคูเปอร์อีกหน แต่เสริมด้วยคริสเตียน เบล เพียงเท่านี้ก็น่าจะยืนยันได้แล้วว่า ลอว์เรนซ์เป็นของ “จริง” ขนาดไหน

ในเวทีออสการ์ ไม่ใช่แค่ลอว์เรนซ์เท่านั้นที่มาถึงที่นี่ หนังยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงถึง 8 รางวัล โดยมีรางวัลใหญ่อย่าง บทดัดแปลง, ผู้กำกับ, นักแสดงนำชาย, นักแสดงสมทบหญิง, นักแสดงสมทบชาย และหนังยอดเยี่ยมรวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกนับตั้งแต่ Reds ในปี 1981 ที่ได้เข้าชิงในสาขานักแสดงครบ และเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้เข้าชิงใน 5 สาขาใหญ่ครบ นับตั้งแต่ Million Dollar Baby ในปี 2004

และครั้งนี้ ลอว์เรนซ์ก็ไม่ได้กลับบ้านมือเปล่าเหมือนครั้งแรก เพราะไม่ใช่แค่นักวิจารณ์หรือคนดูที่รักเธอ หากคุณลุงออสการ์ก็ยังหลงเสน่ห์ รักฝีมือของสาวคนนี้เข้าเต็มเปา

จากเรื่อง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นักแสดงที่ใครๆ ก็รัก โดย นพปฎล พลศิลป์ นิตยสาร HIP


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On