เจาะลึกอัลบั้มคลาสสิค Goodbye Yellow Brick Road งานอมตะระดับตำนานของเอลตัน จอห์น

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Goodbye Yellow Brick Road เป็นอัลบั้มชุดที่ 7 ของเอลตัน จอห์น ที่ออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1973 และกลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุด และได้รับความนิยมมากที่สุดของเอลตัน ทั้งๆ ที่ตอนแรก แม้จะถูกมองว่าเป็นงานที่มีเพลงดีๆ อยู่หลายเพลงให้ได้ฟังกัน แต่ภาพรวมของงานก็ดูหลากหลายเกินไป ตัวเพลงกระจัดกระจายทำให้ฟังกระท่อนกระแท่น บางเพลงก็ยาวเกินไป แต่หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนฉันใด ในที่สุด Goodbye Yellow Brick Road ก็ลบล้างคำติติงทั้งหลายจนได้ในที่สุด นี่คืออัลบั้มที่มีเพลงคลาสสิคที่แต่งให้กับ มาริลีน มอนโร Candle in the Wind กับอีกสามซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม Bennie and the Jets, Goodbye Yellow Brick Road และ Saturday Night’s Alright for Fighting

เดือนมกราคม 1973 เอลตัน จอห์นประสบความสำเร็จอย่างสูง ถูกยกย่องราวกับพระเจ้า เมื่ออัลบั้มชุดที่ 6 Don’t Shoot Me I’m Only The Piano Player ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ และขึ้นไปถึงอันดับ 1 ในชาร์ททั้งฝั่งอังกฤษและอเมริกา แถมซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้ม Crocodile Rock ก็กำลังจะกลายเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 เพลงแรกของเขาในอเมริกา

หลังจากใช้เวลาในวงการเพลงมายาวนานกว่าทศวรรษ เอลตัน จอห์น กลายเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัว ซึ่งเขาก็รู้ดีว่า ต้องตีเหล็กในตอนที่ยังร้อนย่อมดีกว่าผ่อนคันเร่ง และเพื่อเป็นการตอกย้ำสถานภาพการเป็นศิลปินระดับอินเตอร์ รวมไปถึงมีสัญญากับเอ็มซีเอ ที่เขาจะต้องออกอัลบั้มให้ได้สองปีชุดค้ำอยู่ เอลตัน จอห์นเริ่มต้นทำงานอัลบั้มขุดใหม่กับเบอร์นี ทอพินคู่หูนักแต่งเพลงประจำตัว โดยในระหว่างการทำงาน เอลตันใช้ชื่ออัลบั้มว่า Vodka and Tonics และ Silent Movies, Talking Picture

เบอร์นี ทอพิน

เบอร์นี ทอพิน

การทำงานของจอห์นและทอพิน ก็ยังคงเป็นเหมือนที่เคยทำ ทั้งคู่จะแยกกันทำงาน ทอพินจะแต่งเนื้อร้อง จากนั้นก็ส่งไปให้จอห์น ที่จะใส่ทำนองให้กับเนื้อหาเหล่านั้น โดยที่ไม่มีการพูดคุยปรึกษากัน ทอพินใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ครึ่ง แต่งเนื้อร้อง ขณะที่จอห์นใช้เวลาน้อยกว่า เมื่อแต่งดนตรีให้กับเพลงส่วนใหญ่ของอัลบั้มเสร็จภายในเวลาแค่ 3 วัน ขณะที่พักอยู่ที่ โรงแรมพิงค์ ฟลาเมงโก ในคิงสตัน, จาไมก้า ในตอนนั้น ทั้งคู่ที่ชอบซาวนด์ในอัลบั้ม Goats Head Soup ของเดอะ โรลลิง สโตนส์ ซึ่งบันทึกเสียงกันที่นี่ ตั้งใจจะทำอัลบั้มชุดนี้ที่จาไมก้าเหมือนกัน โดยยกวงดนตรี และมีกัส ดัดเจียน – โปรดิวเซอร์เดินทางมาด้วย แต่สภาพห้องอัดที่แย่มากๆ ระบบเสียงก็ใช้งานยาก เปียโนที่ใช้บันทึกเสียงก็มีสภาพย่ำแย่ แถมคิงสตันยังเป็นสถานที่จัดมวยรุ่นยักษ์ระหว่างโจ ฟราเซียร์ กับจอร์จ โฟร์แมน อีกต่างหาก ทำให้ในเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความตึงเครียด ความรุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้นอีก เนื่องจากปัญหาสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ เอลตันจึงตัดสินใจยุติการทำงานที่นี่ โดยได้บันทึกเสียงเพลง Saturday Night’s Alright for Fighting แบบหยาบๆ เพียงเพลงเดียว แต่ก็ถูกทิ้งไปในเวลาต่อมา กระบวนการทำงานในห้องบันทึกเสียงเริ่มต้นในอีก 2 สัปดาห์หลังจากนั้นที่ ชาโต เดรูวิลล์ ที่ฝรั่งเศส ซึ่งเอลตันเคยใช้บันทึกเสียงอัลบั้ม Honky Château และ Don’t Shoot Me I’m Only the Piano Player มาก่อน

“สัญญาณแรกที่เราคิดว่า มันน่าจะเป็นเรื่องผิดพลาด ก็คือ ได้ยินคนที่ดูแลห้องอัดพูดว่า ‘คาร์ลตัน เอาไมโครโฟนมา’” ดาวีย์ จอห์นสโตน มือกีตาร์เล่า “เราคิดกัน ‘ตายห่า!!! เอาไมโครโฟนมาเหรอ?’ เราต้องใช้ไมค์ตั้ง 20 ตัวกับชุดกลอง ‘นี่เราอยู่ในดงอะไรเนี่ย’”
“ในห้องอัดไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย” ไนเจล โอลสสัน มือกลองย้ำ “กัสจะเดินดูรอบๆ แล้วระบุว่าต้องการอะไรบ้าง และคำตอบก็คือ ‘ไม่ต้องห่วงเพื่อน พรุ่งนี้ทุกอย่างมาครบ’ แต่พรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง”
“มีลวดหนามล้อมรอบห้องอัด มีทหารถือปืนกล มีคนตะโกนด่าเราตามท้องถนน” ทอพิน เสริม “มันไม่ใช่สถานที่ในแง่บวกเลยสำหรับโลกใบนี้”
“การบันทึกเสียง เป็นเรื่องที่ต้องใช้สมาธิ และเมื่อพวกคุณอยู่ด้วยกันในสถานที่ที่สะดวกสบาย ทำให้มี สิ่งรบกวนน้อยมาก” เดวิด เฮนท์สเชล เอ็นจิเนียร์ที่ดูแลอัลบั้ม Goodbye Yellow Brick Road จนเสร็จเรียบร้อยกล่าว

chateau deruville

ชาโต เดอรูวิลล์

แม้การทำงานจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ก็ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อนว่า จะทำอัลบั้มชุดนี้เป็นงานแผ่นคู่ เอลตัน จอห์น กับทอพินใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์กับการบันทึกเสียงที่ชาโต เดรูวิลล์ อัดเสียงเพลงทั้งหมดไว้ถึง 22 เพลง ก่อนจะถูกเลือกเหลือ 18 เพลง โดย Funeral for a Friend และ Love Lies Bleeding ถูกรวบเป็นเพลงเดียวกันทำให้เหลือแค่ 17 เพลง ซึ่งมากพอจะออกเป็นงานแผ่นคู่ครั้งแรกของจอห์น หลังเสร็จการทำงานในฝรั่งเศสก็ต้องมาใส่เสียงออเคสตร้าเพิ่มเติมที่ห้องบันทึกเสียงไทรเดนท์ ในลอนดอนกันอีกครั้ง

เรื่องราวในเพลงของอัลบั้ม ถ้าจะมีธีม ก็คงเป็นการถวิลหาอดีต ความพึงพอใจในสิ่งที่เรียบง่าย และประสบการณ์ในวัยเยาว์ก่อนที่จะมีชื่อเสียง ซื่งเจ้าของวัยที่ว่า ไม่จำเป็นจะต้องเป็นจอห์น บางทีเขาอาจจะแบ่งปันความปรารถนาของทอพิน ที่มีต่อเสน่ห์ของฮอลลีวู้ดในยุคเก่า โดยมีถนนอิฐสีเหลืองซึ่งนำไปสู่เมืองมรกตจากหนังเรื่อง The Wizard Of Oz ในปี 1939 ที่นำแสดงโดย จูดี้ การ์แลนด์ เป็นตัวแทน อย่างไรก็ตาม กับการที่จอห์นโตมาจากพินเนอร์ แถบชานกรุงลอนดอน กลายเป็นเรื่องที่ไปกันไม่ได้กับเพลงที่เป็นชื่ออัลบั้ม ซึ่งมีเนื้อร้องว่า “I should have stayed on the farm” และ “I’m going back to my plough” สักเท่าไหร่

ขณะที่ Saturday Night’s Alright For Fighting ก็เล่าถึงผับแอสตัน อาร์มส์ในย่านมาร์เก็ท ราเซ่น, ลินคอล์นไชร์ ซึ่งทอพินในตอนหนุ่มๆ มักไปแกร่วอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นเพลง Goodbye Yellow Brick Road ก็น่าจะพูดถึงความสมถะของเขา ในตอนที่ยังเป็นลูกชายชาวนามากกว่า
“ผมไม่คิดว่ามันเกี่ยวกับความผิดหวังกับชื่อเสียง” เขาพูด “ผมคิดว่ามันเป็นยิ่งกว่านั้น มันคือสงครามที่ผมเคยเจอ การเป็นเด็กบ้านนอกที่เดินทางเข้ามาในเมือง เป็นเรื่องราวที่ออกมาจากส่วนลึกๆ เล็กๆ ของผมเองส่วนหนึ่ง แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็มีเรื่องของชื่อเสียงที่ห่อหุ้มเอาไว้ มันเป็นชีวิตแบบร็อคแอนด์โรลล์ เป็นสิ่งที่ถูกกระเทาะออกมาหรือเปล่า? เป็นไปได้ว่าไม่”

elton john working

จอห์น ระหว่างทำงานในห้องอัดเสียงกับเฮนท์สเชล

ส่วนเพลง Funeral for a Friend/Love Lies Bleeding ที่มีความยาวถึง 11 นาทีกว่า กับเพลง Candle in the Wind ที่แต่งให้กับมาริลีน มอนโร และ Grey Seal ก่อนหน้านี้เคยเป็นเพลงหน้าบี ของซิงเกิ้ลเพลง Rock n’ Roll Madonna เมื่อปี 1970 มาก่อน และถูกนำมาบันทึกเสียงใหม่อีกครั้งสำหรับงานชุดนี้

Harmony เพลงสุดท้ายของอัลบั้ม ถูกวางไว้ให้เป็นซิ้งเกิ้ลที่ 4 ของอัลบั้ม แต่ก็ไม่ได้ปล่อยออกมา เนื่องจากตัวอัลบั้ม และซิงเกิ้ลก่อนๆ ค้างอยู่ในชาร์ทนานมาก การตัดเพลงนี้ออกมาจะใกล้เกินไปกับการปล่อยซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้ม Caribou ที่กำลังจะออกวางจำหน่าย แต่เพลงนี้ก็กลายเป็นซิงเกิ้ลหน้าบีของซิงเกิ้ล Bennie and the Jets ฉบับที่ออกในอเมริกา และกลายเป็นเพลงฮิตตามสถานีวิทยุที่นั่น

Goodbye Yellow Brick Road มีการนำมาทำรีมาสเตอร์ออกมาหลายต่อหลายครั้ง โดยการทำเป็นซีดีในครั้งแรกๆ นั้น ทำเป็นซีดีแผ่นคู่ เหมือนกับตอนที่ออกเป็นแผ่นเสียง แต่มาในปี 1992 กับ 1995 ที่มีการทำรีมาสเตอร์ เพลงทั้งหมดก็ถูกรวบมาอยู่ในซีดีแผ่นเดียว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำได้ตามปกติ เพราะตัวอัลบั้มนั้นมีความยาวไม่ถึง 80 นาทีอยู่แล้ว ขณะที่ซีดีฉบับครบรอบ 30 ปี จะเป็นซีดี ในแพ็คเกจดิจิแพ็ค บุ็คเล้ทใช้อาร์ทเวิร์คของอัลบั้มฉบับดั้งเดิม รวมไปถึงมีไลเนอร์ โน้ตของกัส ดัดเจียนเพิ่มเข้ามา

ในอเมริกา Goodbye Yellow Brick Road สามารถทำยอดขายระดับแผ่นเสียงทองคำได้ในเดือนตุลาคม 1973 และเมื่อถึงเดือนสิงหาคม 1998 ก็ทำยอดขายได้แผ่นเสียงทองคำขาวถึง 7 แผ่น

ปี 2003 อัลบั้ม Goodbye Yellow Brick Road ได้รับการจารึกให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มของหอประกาศเกียรติคุณของแกรมมี่ รวมไปถึงอยู่ในอันดับที่ 91 จากการจัดอันดับ 500 สุดยอดอัลบั้มตลอดกาลของนิตยสารโรลลิง สโตน สำหรับยอดขายจวบจนถึงทุกวันนี้ทำไปได้ถึง 31 ล้านก็อปปี้

Goodbye Yellow Brick Road ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ทอัลบั้มของอเมริกาถึง 8 สัปดาห์ ในปี 1973 และแน่นอนว่าต้องขึ้นอันดับในในอังกฤษด้วยเช่นกัน ส่วนเพลงที่เป็นชื่ออัลบั้มก็ขึ้นถึงอันดับ 6 ในอเมริกา และอันดับ2 ในบ้านเกิดของเอลตัน จอห์น

“มันเป็นความมหัศจรรย์” เอลตัน จอห์น พูดถึง Goodbye Yellow Brick Road ในอีก 30 ปีต่อมา “ช่วงเวลานั้นในชีวิตของผม ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีทางกลับมาอีกครั้ง คุณพยายามตามหามัน และพูดกับตัวเองว่า ‘โอ… มันเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดที่ได้ทำ’ แต่ไม่มีทางที่จะมีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้นอีกแล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสุดๆ”

เช่นเดียวกับวัยเยาว์ ที่ไม่มีทางหวนกลับคืนมาอีกแล้วในชีวิต

Elton_John_-_Goodbye_Yellow_Brick_RoadALBUM PROFILE
อัลบั้ม: Goodbye Yellow Brick Road ศิลปิน: เอลตัน จอห์น แนวเพลง: ร็อค, แกลม ร็อค ออกจำหน่าย: 5 ตุลาคม 1973 บันทึกเสียง: พฤษภาคม 1973 ที่ ชาโต เดรูวิลล์, ฝรั่งเศส ไทรเดนท์ สตูดิโอ, ลอนดอน ความยาวของอัลบั้ม: 76: 20 สังกัด: เมอร์คิวรี่ เรคอร์ดส์ โปรดิวเซอร์: กัส ดัดเจียน

จากเรื่อง ถนนอิฐสีเหลืองสู่วัยเยาว์ของ เอลตัน จอห์น และเบอร์นี ทอพิน โดย ลุงทอย คอลัมน์ CLASSIC ALBUM นิตยสาร Hip เชียงใหม่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.