เดอะ วอยซ์ เมืองไทย ปี 2 เทปแรก ไม่แรงแต่ไม่เนือย

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เดอะ วอยซ์ เมืองไทย ฤดูฉายแรก ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งในเรื่องของความนิยม และการนำมิติใหม่ๆ เข้ามาสู่รายการประกวดร้องเพลง ที่ไม่ได้มีแค่กรรมการ, ผู้ตัดสิน หรือผู้แสดงความคิดเห็น แต่ยังมีเทรนเนอร์และโค้ช ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในคนๆ เดียวกัน

ขณะที่บรรดาผู้เข้าประกวด ที่ได้ผ่านเข้ารอบ ได้เห็นหน้าเห็นตากันในรายการ ก็ทำให้ได้ทึ่ง กับความรู้สึกที่ว่า แล้วบรรดารายการประกวดร้องเพลงทั้งหลายในประเทศนี้ พวกเขาเหล่านี้ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเดอะ วอยซ์ ไปอยู่ที่ไหนมา หรือ… รายการสารพัดที่มีนั้น ใช้ติ่งเล็บข้างไหนในการเลือกสรรผู้เข้ารอบการแข่งขัน “ร้องเพลง”

ส่วนการแข่งขันที่เปิดให้มีการ “แบทเทิล” ที่นอกจากคู่แข่งขันจะต้องสู้กันแล้ว ก็ต้องให้ผู้ชมทางบ้าน “สนุก” ไปกับการแบทเทิลอีกด้วย ทำให้รายการมีลูกเล่นที่แตกต่าง และแปลกตาไปจากรายการอื่นๆ

เมื่อรูปแบบของรายการ กับความสามารถของผู้เข้าแข่งขัน ผสมผสานกันได้อย่างกลมกล่อม เหยาะด้วยความสดของรายการในปีแรก เดอะ วอยซ์ เมืองไทย เลยประสบความสำเร็จ สร้างชื่ออยู่เหนือหลายๆ รายการที่มาก่อนได้อย่างที่เห็น ทั้งๆ ที่มีเวลาออกอากาศเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพียงสัปดาห์ละ 1 วัน

กับวันแรกของเดอะ วอยซ์ เมืองไทย ปีที่ 2 แม้จะปรับเปลี่ยนโฉมรายการบางส่วน มีพิธีกรเพิ่มขึ้นมา แต่ก็ต้องยอมรับว่า สิ่งหนึ่งที่หายไปในปีนี้แน่ๆ ก็คือ “ความสด” ซึ่งทีมงานจะต้องหาสิ่งทดแทนให้ได้ ไม่เช่นนั้น รายการก็อาจจะเดินหน้าไปแบบหนืดๆ เป็นรายการขาประจำ ไม่ต่างไปจากรายการประกวดต่างๆ ก่อนหน้านี้

อย่างการคัดสรรผู้เข้าแข่งขันมานำเสนอในแต่ละเทปที่ออกอากาศ จากเทปแรก ในแง่แคเร็คเตอร์ หรือลักษณะเฉพาะตัว ถือว่าทำได้น่าสนใจ แต่ละคนต่างมีปูมหลังที่มีแรงดึงดูดในตัว แต่ปัญหาก็คือ การร้องเพลง รวมไปถึงตัวเพลงที่นำมาร้อง ยังไม่ “ว้าว!” มากพอ แน่นอนว่าทุกคนร้องดี กระทั่งคนที่ไม่ถูกเลือกก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่โทนอารมณ์ของเพลง ล้วนอยู่ในระนาบเดียวกัน ทำให้รายการดูนิ่งๆ ถ้าไม่มี Lady Marmalade ของสาวอินเดียมาตบท้าย ผู้เข้าแข่งขันในรายการวันแรกก็อยู่ในข่าย เพลงเพราะ แต่ขาดฮุค โดนใจ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารายการจะมาเรื่อยๆ อย่างหนึ่งที่ฉูดฉาด จัดจ้าน ลื่นไหล ทำให้รายการ “สนุก” และแตกต่างจากรายการอื่นๆ ก็คือ โค้ชทั้งสี่คน ที่ปีนี้รับส่งมุขกันกระจาย แต่ลงตัว เหมาะเจาะ ไม่ล้นจนน่ารำคาญ แล้วก็ไม่มีลามปามจนน่าเกลียด ถือเป็นเสน่ห์สำคัญในรอบนี้ ที่จะดึงคนดูให้อยู่กับรายการไปจนถึงรอบแบทเทิล ที่การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้น และเป็นรอบที่โค้ชจะต้องเติมความสามารถในเรื่องของการจับคู่แข่งขัน ที่จะทำให้การประกวดตื่นเต้น และสนุกสนานเข้ามา รวมทั้งได้เห็น “กึ๋น” ของโค้ชและผู้ช่วย ก่อนจะไปถึงรอบท้ายๆ

บางทีในรอบต่อไป กฏ กติกา ที่ใช้เลือกสรรผู้เข้ารอบก็อาจจะมีปรับเปลี่ยน เพื่อสร้างทั้งความประหลาดใจ รวมทั้งยกระดับการแข่งขัน รายการ ให้สนุกตื่นเต้นกว่าเดิม เหมือนที่เดอะ วอยซ์ในอเมริกาทำก็เป็นได้ เอาไว้ถึงรอบหน้า ค่อยมาดูกันต่อว่า เดอะ วอยซ์ เมืองไทยปี 2 จะยังทรงตัวได้ดีอยู่เปล่า

แต่จากเทปแรกที่ได้ดูไป ซึ่งใช้ตัดสินรายการไปจนจบไม่ได้ ถึงจะไม่ “ว้าว” แต่ก็ยังดูเอารื่นรมย์ได้อยู่ ไม่วูบ แต่ก็ไม่วาบละเอ้า…

จากเรื่อง มอง เดอะ วอยซ์ เมืองไทย ปี 2 เทปแรก ไม่แรงแต่ไม่เนือย โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 12 กันยายน 2556


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On