เพราะอะไร Frozen จึงกลายเป็นงานฮิตถล่มทลายในญี่ปุ่น ประเทศอะนิเมะ อ่านได้ในบทความพิเศษเรื่องนี้

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

นับตั้งแต่เปิดตัว มาถึงวันนี้ แอนิเมชัน Frozen ของวอลท์ ดิสนีย์ ทำเงินไปแล้วถึง 1 ใน 4 ของพันล้านเหรียญเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น โดยยังไม่มีทั้งบลู-เรย์, ดีวีดี หรือว่า วิดีโอออนดีมานด์ออกวางขาย และในที่สุดแอนิเมชันเรื่องนี้ก็จบการทุบสถิติต่างๆ ลงหลังจากฉายมานานถึง 19 สัปดาห์ แม้จะเป็นงานที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก รวมไปถึงคว้ารางวัลออสการ์ แต่ไม่มีตลาดนอกอเมริกาที่ไหน ที่ให้การต้อนรับแอนนาและเอลซา ได้อย่างที่ญี่ปุ่น

tumblr_n06xdhCf9d1tol3jbo1_500Frozen เปิดตัวในญี่ปุ่นวันที่ 14 มีนาคม โดยใช้ชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า Anna to Yuki no Jou (หรือ Anna and the Snow Queen) ซึ่งเป็นชื่อเรื่องนิทานของฮานส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ที่เป็นที่มาแบบหลวมๆ ของแอนิเมชันเรื่องนี้ หนังอยู่ในอันดับ 1 หนังทำเงินของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 16 สัปดาห์ นับจากนั้นจนกระทั่งมาถึงต้นเดือนกรกฎาคม ทำเงินไปทั้งหมด 248 ล้านเหรียญ ( 25.2 พันล้านเยน) กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลในญี่ปุ่น รองจาก Titanic และ Spirited Away ของฮายาโอะ มิยาซากิ

ญี่ปุ่นรักทั้งแอนิเมชัน และดิสนีย์ นั่นคือสิ่งที่ใครๆ ก็รู้ โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ท มีผู้เข้าชมแล้วถึงกว่า 550 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดบริการเมื่อปี 1983 ซึ่งมากเป็นสี่เท่าของประชากรในประเทศนี้ Frozen เองก็ได้รับการคาดหมายว่าจะทำได้ดี แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า มันจะกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมแบบที่เห็น ทางวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ ประจำญี่ปุ่นวางกำหนดปล่อยดีวีดี, บลู-เรย์ และวิดีโอออนดีมานด์ของหนังเอาไว้ในวันที่ 16 กรกฎาคม โดยคาดว่าหนังน่าจะลาโรงไปแล้วเรียบร้อยหลังจากนั้น

องค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยหนุนส่งความสำเร็จของ Frozen ก็คือ การเลือกคนมาพากย์และร้องเพลง แอนนากับเอลซาให้เสียงโดย ซายากะ คานดะกับทาคาโกะ มัทซึ สองนักร้อง-นักแสดงเจ้าของผลงานที่ได้รับการชื่นชมโดยทั่วไป วิดีโอเพลง Let It Go ของมัทซึ ที่ถูกโพสท์ขึ้นไปบนยูทูบ 2 เวอร์ชัน มีคนคลิกชมมากกว่า 95 ล้านครั้ง และตัวเพลงเองก็ได้ยินกันทั่วบ้านทั่วเมือง ทุกซอกทุกมุมอยู่เป็นเดือนๆ ส่วนตัวอัลบั้มซาวนด์แทร็คแบบ 2 ภาษาก็ติดท็อปเทนอัลบั้มขายดีตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยล่าสุดยังติดอยู่ในอันดับ 2 ของชาร์ท

Ari no Mama de ซึ่งแปลแบบคร่าวๆ ว่า “just as it is” และเป็นการถอดความภาษาญี่ปุ่นของ วลีที่ว่า Let It Go ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม และธีมพลังหญิงที่ต้องการความเป็นอิสระ ก็เป็นเสน่ห์ส่วนหนึ่งของหนัง สำหรับสังคมแห่งความปรองดรอง ที่กำลังเริ่มต้นจัดการกับความเป็นชาตินิยมอย่างรุนแรง การวางแผนการตลาดของดิสนีย์ในญี่ปุ่นนั้น ทีแรกเน้นไปที่กลุ่มหญิงสาวและเด็กผู้หญิง กับการที่มีตัวละครนำเป็นหญิงคู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก รวมไปถึงมีความเป็นหนังเพลงในตัว จากกลุ่มเป้าหมาย Frozen เริ่มดึงความสนใจได้มากขึ้น หนังได้คนดูที่ขอบเขตอายุกว้างกว่าเดิม ได้ผู้ชมที่เข้าโรงภาพยนตร์นานๆ ครั้งมาดู และมีคนที่ดูซ้ำเป็นจำนวนมาก

“ฉันไปดูก็เพราะทุกคนต่างก็พูดถึงหนังเรื่องนี้ และนักวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์ทุกคน ก็พากันเขียนถึง” ทามิโก มิซูเนะ หญิงชราวัย 83 ปีกล่าว “ธีมของหนังเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เล่าได้อย่างแข็งแรง ภาพแอนิเมชันนั้นน่าทึ่ง เพลงก็เพราะ วลีที่ว่า Ari no Mama de (Let It Go) มันจับเข้าไปในจินตนาการของผู้คน เกือบจะทุกคนที่ฉันรู้จัก ต่างก็มองเห็นมัน”

“ผมไม่เข้าโรงหนังมา 3 ปีแล้ว จนมาถึง Frozen เมื่อเดือนมีนาคมนี่แหละ แล้วไม่แน่ใจด้วยว่า หนังเรื่องสุดท้ายที่ไปดูในโรงน่ะ มันเรื่องอะไร” โยชิโฮ มูรามัตซึ นักศึกษานิเวศวิทยา วัย 19 ปีจาก คานากาวะ ทางตอนใต้ของโตเกียว เผย “สาเหตุหลักที่ผมไปดูก็เพราะแฟนผมอยากไป แต่ทุกๆ คนในมหาวิทยาลัยก็ไปดูหนังเรื่องนี้กันทั้งนั้น”

ไม่ว่าจะเป็นเพราะจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะโดยบังเอิญ หรือการวางกำหนดฉายที่ชาญฉลาดก็ตาม กับการที่หนัง 3 มิติฉบับภาษาญี่ปุ่น เข้าโรงช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์ทองในเดือนพฤษภาคมพอดี นั่นหมายความว่า คนดูไม่ต้องเลือกว่าจะดูแบบ 3 มิติมีบรรยายภาษาญี่ปุ่น หรือ 2 มิติเสียงญี่ปุ่น แล้วยังช่วยเพิ่มจำนวนคนดูซ้ำให้มากขึ้นอีกด้วย อย่าง เคอิทาโร ไซโตะ ผู้จัดการบริษัทเอเยนซี โฆษณาในญี่ปุ่น ที่พาลูกชายวัย 4 ขวบเข้าไปดูทั้งฉบับเสียงอังกฤษ และฉบับ 3 มิติ เสียงญี่ปุ่น

“ลูกชายผมไม่เข้าใจคำบรรยายในฉบับเสียงอังกฤษ เราก็เลยต้องไปดูฉบับเสียงญี่ปุ่นอีกรอบ” เขาเล่า “ถึงจะเป็นอย่างนั้น เราก็ซื้อซีดีให้เขานะ ตอนนี้เขาร้องเพลงได้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่นเลยนะ”

โยซึเกะ นักศึกษาเภสัชกรในโตเกียว ไปดู Frozen ถึง 2 รอบ โดยเป็นเสียงภาษาอังกฤษ 2 มิติทั้งสองครั้ง

“ผมชอบคริสเตน เบลล์ และมันก็เป็นเหมือนหนังเพลง เพราะงั้นผมถึงอยากดูในโรง ผมไปดูที่โรงทีซีเอ็กซ์ (TCX) ในนิฮอนบาชิ ซึ่งระบบเสียงดีมาก” โยซึเกะ เผย “แต่เป็นรอบที่สี่สำหรับผู้หญิงจากห้องทดลองที่ผมไปดูด้วย เธอร้องเพลงในหนังได้ทุกเพลง”

ความสำเร็จของ Frozen กลายเป็นการตอบโต้สภาวะที่ต้องต่อสู้อย่างหนักของฮอลลีวูดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสำหรับตลาดญี่ปุ่น ในปี 2012 หนังนำเข้าทำรายได้แค่ 34.3% ของรายได้หนังทั้งหมด ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1965 พอมาถึงปี 2013 แม้จะเพิ่มขึ้นเป็น 39.4% แต่ก็ไม่มาก และกับปีนี้ น่าจะแข็งแรงกว่าเดิม หลักๆ เลยก็ต้องขอบคุณ แอนนา และเอลซา

ความนิยมมหาศาลที่เกิดขึ้นกับ Frozen อาจจะสร้างประโยชน์ให้กับฮอลลีวูด และโดยเฉพาะกับดิสนีย์ เพราะในตอนนี้ Frozen ที่อยู่บนคอนสูงตระหง่านกำลังถูกเคาะโดยหนังบ้านเดียวกันเรื่อง Maleficent

(แปล-เรียบเรียงจากบทความใน The Hollywood Reporter ของ เกวิน เจ. แบลร์ (Gavin J. Blair)


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.