เพลงปาฏิหาริย์ กับงานของมาร์วิน เกย์ What’s going on ความจริงเป็นสิ่งไม่ขาย?

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

จากเรื่อง Talk to me, So you can see…What’s going on ความจริงเป็นสิ่งไม่ขาย? คอลัมน์ The Miracle Songs (เพลงปาฏิหาริย์) โดย เผ่าจ้าว กำลังใจดี

Exif JPEGหนึ่งในเพลงทรงพลังที่มักจะถูกนำมาใช้งานเคียงข้างกับการพยายามนำเสนอความจริง (หรืออย่างน้อยคนที่นำเสนอนั้นก็เชื่อว่ามันเป็นความจริง) อยู่เสมอ แต่อย่าเข้าใจผิดว่ามันจะเป็นเพลงร็อคอันฮึกเหิมซึ่งพร้อมจะขับเคลื่อนมวลชน และไม่ใช่แม้กระทั่งเพลงโฟล์คที่ขับขานเรื่องราวแบบเปลือยๆ ออกมา หากแต่มันเป็นเพลงโซล-อาร์แอนด์บี ที่นุ่มนวลสวยงาม ใครจะไปเชื่อว่าในความอ่อนหวานเศร้าสร้อยของดนตรีโซลนั้นจะถ่ายทอดความจริงที่ทรงพลังยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดได้ แต่มันก็เป็นไปได้ถ้าหากเพลงนั้นคือ “What’s Going On” เพลงคลาสสิคในปี 1971 ของศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งเพลงโซล- มาร์วิน เกย์

เพราะอะไรเพลงอ่อนช้อยอย่าง “What’s Going On” จึงกลายเป็นเพลงมหัศจรรย์ที่มีบทบาทสำคัญของโลก คำตอบคือเพราะเหตุการณ์สำคัญที่นำมาซึ่งความขัดแย้งต่างๆ บนโลกใบนี้นั้นล้วนมีองค์ประกอบที่เหมือนกันคือมีคู่กรณีหรืออาจเรียกว่าคู่ขัดแย้ง และไม่ว่าความขัดแย้งนั้นจะเกิดจากอะไรก็ตาม อาจเป็นแค่น้ำผึ้งหยดเดียวจากรังผึ้งหรือใหญ่โตระดับจรวดขีปนาวุธ คู่ขัดแย้งก็ล้วนเชื่อว่าฝ่ายของตัวมีความจริง (ไม่ว่ามันจะจริงจริงไหม จริงเท่าไหร่ หรือจริงในทัศนะของใคร) และพยายามนำเสนอความจริงนั้นออกมา ตอนนั้นเอง “What’s Going On” จะแสดงตัวตนออกมา แต่ไม่ใช่เพื่อบอกว่าความจริงคืออะไรหรอก ที่มันทำก็คือการพยายามร้องขอความเข้าใจและฟังความจริงจากฝ่ายร้องขอบ้างเท่านั้น

ย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของเพลงนี้ เรื่องราวของมันเองก็ไม่ต่างอะไรจากเรื่องราวของคนที่ใช้มัน กล่าวคือ “What’s Going On” ต่อสู้เพื่อตัวเองในฐานะเพลงโซล อาร์แอนด์บี ที่มีนัยยะเกี่ยวกับสังคมและการเมือง ซึ่งในตอนนั้นเพลงที่พูดเรื่องราวแบบนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากตราแผ่นเสียง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงโซล อาร์แอนด์บี ที่ถูกวางสถานะเพลงจรรโลงจิตใจ เป็นมิตรทางรูหูบนหน้าปัดวิทยุนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะพูดเรื่องหนักๆ (ยกเว้นว่ามันกำลังพูดถึงความรักของคนอ้วน!) แต่มาร์วิน เกย์และ “What’s Going On” ก็ต่อสู้เพื่อวงการเพลงโซลในอันที่จะร้องขอสิทธิ์ในการเล่าเรื่องรับใช้สังคมบ้างเช่นเดียวกับเพลงแบบอื่นๆ บางทีการที่เขาได้รับยกย่องว่าเป็นราชาแห่งวงการเพลงโซล ก็อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้มากกว่าการมีเพลงฮิต หรือมีเพลงเพราะมากกว่าใคร

แต่เกย์ ก็ยังไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด “What’s Going On” ที่แท้จริง เพราะบุพการีของมันจริงๆ คือ โรนัลโด “โอบี” เบนสัน หนึ่งในสมาชิกวงประสานเสียง The Four Tops ในปี 1970 ขณะที่เบนสันเสร็จสิ้นการทัวร์ร่วมกับวง The Four Tops เขาจับความรู้สึกผิดหวังต่อท่าทีของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อการประท้วงต่อต้านการเข้าร่วมสงครามเวียดนามของคนหนุ่มสาวอเมริกัน เขาผิดหวังที่ประเทศของเขาเดินหน้าใฝ่หาสงครามโดยไม่ฟังเสียงเรียกร้องของคนในประเทศ ความคิดทั้งหมดนี้จุดประกายความคิดให้เขาเขียนเพลงนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะท่อนที่ว่า “Picket lines, picket signs” นั้นเบนสันตั้งใจวิพากษ์ปฏิกิริยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีต่อผู้ประท้วงโดยตรงronaldo benson

เมื่อเขียนเสร็จเขานำเพลงนี้ไปให้เพื่อนร่วมวงฟัง สมาชิกที่เหลือส่ายหัวทันทีเพราะรู้ดีว่าโมทาวน์ตราแผ่นเสียงต้นสังกัดนั้นไม่เห็นดีเห็นงามกับเพลงที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์แน่ๆ และแฟนๆ ของวงก็คงต้องการเพลงที่จับอารมณ์รักๆ ใคร่ๆ อย่างที่เคยมามากกว่า “What’s Going On” มีแต่จะทำให้พวกเขาสูญเสียแฟนเพลงไป

หนึ่งปีให้หลังเบนสัน ได้มาพบกับเกย์ ผู้กำลังผิดหวังในชีวิต ทั้งอาชีพศิลปินที่เขาเพิ่งสูญเสียแทมมี่ ทาร์เรล เพื่อนรักที่ร่วมงานกับเขาในฐานะในศิลปินคู่ การจากไปของทาร์เรลทำให้เกย์ไม่อยากร้องเพลงอีกต่อไป แถมพอเบนเข็มไปเล่นอเมริกันฟุตบอลเป็นอาชีพ เขาก็สอบตกในการคัดตัว ในวัย 31 ปี มาร์วิน เกย์สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เขาไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งได้พบกับเบนสัน จนกระทั่งได้พบกับ “What’s Going On”

เกย์ประทับใจในพลังของเพลงที่เบนสันเขียนเอาไว้ แม้จะเป็นเพียงโครงร่างที่ยังไม่สมบูรณ์ เขาจึงอาสาช่วยเบนสัน และนักดนตรีอีกคนชื่ออัล คลีฟแลนด์ทำเพลงนี้จนสมบูรณ์ ตอนแรกเกย์คิดว่าเพลงนี้น่าจะให้วง The Originals ขับร้อง แต่เบนสันและคลีฟแลนด์ยืนยันเสียงแข็งว่าคนเดียวที่จะร้องเพลงนี้ได้ก็คือตัวเขาเอง- มาร์วิน เกย์

เมื่อเกย์ตกลงใจว่าจะเป็นคนร้องบันทึกเสียง “What’s Going On” เขาก็ตั้งใจว่านับต่อจากนี้ เขาจะไม่ร้องเพลงอย่างที่คนอื่นอยากให้ร้อง จะไม่เป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เป็นเหมือนในอดีต “What’s Going On” จะเป็นแรงผลักดันให้เขาเป็นเพียงสิ่งเดียวนั่นคือ “ตัวของตัวเอง”

“What’s Going On” และเกย์มีปัญหาทันทีกับการเกิดใหม่ทางอาชีพศิลปิน เมื่อแบร์รี่ กอร์ดี้ และสโมคกี้ โรบินสัน หนึ่งในสองผู้บริหารโมทาวน์คัดค้านและให้เหตุผลว่าเพลงนี้ไม่ขายและอันตรายเกินไป แต่เกย์ก็ประกาศว่าเขาจะไม่ออกอัลบั้ม ไม่ทำอะไรอีกเลยถ้าเขาไม่ได้บันทึกเสียง “What’s Going On” และนำมันมาเป็นชื่ออัลบั้มสำคัญของโลกอีกชุดหนึ่งนั่นคืออัลบั้ม “What’s Going On” ในปี 1971

marvin gayeเพลงที่ร่ำร้องถึงความจริงที่หลายคนคิดว่าไม่ขายเอาเสียเลยของเกย์นี้ ในที่สุดก็ทำให้ผู้บริหารโมทาวน์หลายคนคิดผิด เพราะมันประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งความสำเร็จเชิงขยายที่กลายเป็นเพลงฮิตทั่วอเมริกาก่อนจะกลายเป็นเพลงฮิตในอีกหลายๆ ประเทศ และความสำเร็จเชิงลึกที่มันขับเคลื่อนสังคมให้ตั้งคำถามถึงท่าทีของประเทศมหาอำนาจที่มีต่อสงครามเวียดนาม จน “What’s Going On” จะกลายเป็นซาวนด์แทร็กประกอบการต่อต้านสงครามเวียดนามอย่างเป็นทางการไปโดยปริยาย

ที่สำคัญ “What’s Going On” พาเกย์ และโมทาวน์กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง เกย์ในฐานะราชาเพลงโซล และโมทาวน์ในฐานะตักศิลาของวงการเพลงโซลและอาร์แอนด์บีสำคัญของโลกมาจนปัจจุบันนี้

ความจริงที่ “What’s Going On” ร่ำร้องออกมาจึงทำหน้าที่สมบูรณ์ของมันเอง กล่าวคือมันขายความเรียกร้องต่อการแสวงหาความจริงของคนที่ต้องการ มันทำให้คนที่เชื่อความจริงอีกด้านต้องหยุดคิด

ว่าที่แท้จริงมันเกิดอะไรขึ้น เหมือนที่เกย์ร้องเอาไว้

“What’s Going On”

Download_on_iTunes_Badge_TH_110x40_1115

 

WHAT’S GOING ON
Mother, mother
There’s too many of you crying
Brother, brother, brother
There’s far too many of you dying
You know we’ve got to find a way
To bring some lovin’ here today
Father, father
We don’t need to escalate
You see, war is not the answer
For only love can conquer hate
You know we’ve got to find a way
To bring some lovin’ here today
Picket lines and picket signs
Don’t punish me with brutality
Talk to me, so you can see
Oh, what’s going on
What’s going on
Ya, what’s going on
Ah, what’s going on
In the mean time
Right on, baby
Right on, Right on
Father, father, everybody thinks we’re wrong
Oh, but who are they to judge us
Simply because our hair is long
Oh, you know we’ve got to find a way
To bring some understanding here today
Oh, Picket lines and picket signs
Don’t punish me with brutality
Talk to me
So you can see
What’s going on
Ya, what’s going on
Tell me what’s going on
I’ll tell you what’s going on – Uh
Right on baby
Right on baby


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.