เพลงปาฏิหาริย์ หอมกลิ่นวัยรุ่น กรุ่นไอ Nevermind จากเนอร์วานา

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

จากเรื่อง Oh well whatever nevermind. หอมกลิ่นวัยรุ่น โดย เผ่าจ้าว กำลังใจดี คอลัมน์ The Miracle Songs (เพลงปาฏิหาริย์)
*อ่านแล้วชอบอย่าลืมกด Like อ่านแล้วถูกใจอย่าลืมกด Share ด้วยนะคะ

nirvanaนอกจากกลิ่นโรลออนใต้วงแขน บอดี้สเปรย์ที่ฉีดพรมทั่วร่าง หรือแม้แต่น้ำหอมที่แตะหลังใบหู คำถามคือกลิ่นของวัยรุ่นควรเป็นแบบไหน อะไรคือลมหายใจของวัยรุ่น

ในโลกของเพลงป็อบ มีศิลปินและวงดนตรีมากมายพยายามทำเพลงที่ให้คำจำกัดความและอธิบายความเป็นวัยรุ่นในแต่ละยุคสมัย ไม่ใช่แค่ในฐานะที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เป็นกำลังซื้อของวงการเพลงโดยตรงเท่านั้น หากยังเป็นการพยายามทำความเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมในแต่ละช่วงเวลา เพราะวัยรุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้เป็นดัชนีชี้วัดสภาพสังคมได้ดีที่สุด วัยรุ่นจึงดำรงบทบาทและความสำคัญนี้ตลอดมาและจะตลอดไป

The Beatles, The Rolling Stones หรือแม้แต่บ็อบ ดีแลน ล้วนเคยทำเพลงที่ให้อรรถาธิบายชีวิตวัยรุ่นในยุคสมัยของพวกตน พวกเขาให้คำจำกัดความกลิ่นวัยรุ่นในยุครอยต่อ 60-70’S ด้วยการถามถึงเสรีภาพและความรัก การปฏิเสธสงครามที่มหาอำนาจอย่างอเมริกากำลังทำกับเวียดนามอย่างแข็งขันในขณะนั้น พวกเขาเรียกยุคสมัยของตนเองว่าเป็นยุคของ ‘บุปผาชน’

ผ่านยุคสงครามเวียดนาม สันติภาพ (และกลิ่นหญ้าไหม้บางชนิด) โลกในยุค 80’S ช่างสงบ (แต่ไม่เงียบ) และโรแมนติค เทคโนโลยีก้าวล้ำนำไกลจนนำเพลงดิสโกมาถึงยุคทองในช่วงนี้ เช่นเดียวกับเพลงซินธิไซเซอร์ป๊อบแบบนิวโรแมนติกของเกาะอังกฤษ

แล้ววัยรุ่นในยุค 90’s ซึ่งมีคำจำกัดความว่าเป็น ‘Generation X’ วัยรุ่นในยุคสมัยที่ว่ากันว่าว้าเหว่และหดหู่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เล่า อะไรคือสารัตถะของเรา     คำตอบคือไม่มี เด็กยุค 90’s ไม่รู้ว่าจะไปไหน ค้นหาอะไรหรือต่อสู้เพื่ออะไร

Smells like teen spiritเพราะความว่างเปล่าในทุกอย่างของเด็ก ‘Generation X’ นี้เอง เพลงแห่งยุคสมัยของเราจึงเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก “Smells Like Teen Spirit” เพลงป็อบ-พังค์ จากวงที่ว่ากันว่าเป็นราชาแห่งวงการกรันจ์-ร็อคผู้ให้กำเนิดซาวนด์แบบซีแอตเติ้ล Nirvana

“Smells Like Teen Spirit” เป็นซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้ม “Nevermind” อัลบั้มที่สองของวงซึ่งเป็นอัลบั้มแห่งประวัติศาสตร์ของวงการเพลง อัลบั้มที่ทำให้โลกทั้งโลกรู้จัก Nirvana และ เคิร์ท โคเบน มือกีตาร์, นักร้องนำและแกนนำของวง ในฐานะราชาแห่งร็อคคนใหม่ (และน่าจะเป็นคนสุดท้ายมาจนทุกวันนี้)

และในฐานะกระบอกเสียงของวัยรุ่น ‘Generation X’ ผู้ยืนอยู่บนชายขอบแห่งความเปล่าเปลี่ยวทั่วโลก

จุดเริ่มต้นของ “Smells Like Teen Spirit” เกิดขึ้นในปี 1991 เมื่อถึงเวลาอีกเพียงแค่สอง-สามสัปดาห์ก็จะถึงกำหนดที่ Nirvana ต้องบันทึกเสียงอัลบั้มใหม่ (“Nevermind”) อันเป็นอัลบั้มแรกกับตราแผ่นเสียงเมเจอร์ (ก่อนหน้านี้ออกอัลบั้มแรก “Bleach” กับตราแผ่นเสียงอิสระ) และเคิร์ท โคเบนก็ได้เพลงนี้ขึ้นมา เขากล่าวกับนิตยสาร Rolling Stone ในภายหลังว่าเขาอยากทำเพลงแบบวง The Pixies (วงอันเดอร์กราวนด์พั้งก์ในยุคปลาย 80’s) ที่เขาชื่นชอบ “ผมต้องการเขียนเพลงป็อบชั้นเยี่ยมแบบ The Pixies ให้ได้สักเพลง ผมยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงของพวกเขา (เดอะ พิกซีส์) ผมก็รู้สึกได้ว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา ผมอยู่ในวงนี้ได้ หรืออย่างน้อยก็อยู่ในวงที่เล่นเพลงของพวกเขาได้ ผมมีความคิดที่จะทำเพลงที่เอะอะ กระแทกกระทั้นและทรงพลังเหมือนพวกเขา”

หลังจากนั้นเขาก็นำเพลงที่แต่งยังไม่สมบูรณ์นี้ (มีแค่ริฟฟ์และท่อนคอรัสสอง-สามท่อน) มาเล่นให้คริส โนโวเซลิค (เบส) และเดฟ กรอห์ล (กลอง) สองสมาชิกของวงฟัง คริส คิดว่าเพลงนี้มัน ‘น่าขัน’ แต่เคิร์ทก็ยังดันทุรังเล่นเพลงนี้ให้เพื่อนๆ ฟังซ้ำไปซ้ำมาอยู่ร่วมชั่วโมงครึ่ง คริส โนโวเซลิคให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ในปี 2001 ว่า “หลังจากที่ เคิร์ค เล่นริฟฟ์ซ้ำไปซ้ำมา ผมก็นึกขึ้นได้ว่า เดี๋ยวนะ ทำไมเราไม่ทำให้จังหวะมันช้าลง ผมก็เลยลองเล่นท่อนเนื้อร้องดู และเดฟก็ตีกลองให้จังหวะ หลังจากนั้นเพลงนี้มันก็สำเร็จจนได้“

หลังจากนั้นเคิร์ทก็นำเพลงนี้มาเขียนเนื้อร้องโดยเขานำชื่อเพลง “Smells Like Teen Spirit” นี้มาจากข้อความที่แคทลีน เฮนน่า นักร้องนำวงพังค์ร็อคหญิง Bikini Kill พ่นสีสเปรย์บนกำแพงว่า “Kurt Smells Like Teen Spirit”

มีการตีความอย่างกว้างขวางถึงที่มาของเพลง บ้างก็ว่าแคทลีน พ่นข้อความนี้เพราะเห็นว่าเคิร์ตนั้นหัวดื้อ ไม่สนใจโลก ไม่แยแสใคร และมีแต่ความหมกมุ่นและโศกเศร้า ในขณะที่บางกลุ่มก็บอกว่าข้อความนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่ากลิ่นน้ำหอมยี่ห้อ “Teen Spirit” ที่แฟนสาวของเคิร์ต โคเบนใช้และกลิ่นนั้นก็ติดตัวเขามาตลอดโดยที่เขาไม่รู้ตัว (จนกระทั่งซิงเกิลนี้ออกวางจำหน่ายไปหลายเดือนเขาจึงรู้เรื่องนี้)

หนึ่งในการตีความที่น่าสนใจที่สุดเป็นของ ไมเคิล อาซเซอร์ราด นักวิจารณ์ของ Rolling Stone ซึ่งบอกว่าเพลงนี้เป็นตัวแทนของคนที่มีแต่ความสงสัยว่า ‘ทำไมและทำไม’ ไม่ใช่แค่เคิร์ท แต่ไมเคิลหมายถึงเด็กวัยรุ่นในยุค 90’s ทุกคน เพราะหากพิจารณาจากเนื้อเพลงอย่างเดียวแล้วจะพบว่า “Smells Like Teen Spirit” เต็มไปด้วยเนื้อร้องที่สับสน และขัดแย้งกันในตัวเอง ที่สำคัญมันเกรี้ยวกราดต่อโลก ไมเคิลบอกว่า เคิร์ทนั้นเกรี้ยวกราดเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาสับสนเรื่องอะไร และมีเป้าหมายอะไรในชีวิต

nevermindตัวเพลงประสบความสำเร็จอย่างสูงจนเกินกว่าที่ใครคาดคิดไว้ ขายได้ระดับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ เป็นซิงเกิลฮิตทั่วโลก พาอัลบั้ม “Nevermind” และวง เนอร์วานา ยึดครองโลกดนตรีอย่างยิ่งใหญ่ สร้างประวัติศาสตร์มากมายและเป็นหนึ่งในเพลงยอดเยี่ยมของทุกสถาบัน ไม่ว่าจะจัดกี่ครั้ง กี่หน

ปี 1994 เคิร์ท โคเบน กระทำอัตวินิบาตกรรมจากการแบกรับความสำเร็จที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหว เขาจากไปพร้อมกับตำนานเสียงเพลงแห่งความโกรธเกรี้ยวและสับสน ปิดฉากการเป็นกระบอกเสียงของวัยรุ่นผู้ว้าเหว่ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ระงมของเด็ก “Generation X” ในยุคนั้น

ถึงแม้จะไม่พบคำตอบว่าเราเกิดมาทำไม อย่างน้อยที่สุดเด็กวัยรุ่น 90’s ก็ไม่อกแตกตาย เพราะ “Smells Like Teen Sprit” ทำหน้าที่ร้องตะโกนถามหาตัวตนของเราแทนเรา

Download_on_iTunes_Badge_TH_110x40_1115

 

 

SMELLS LIKE TEEN SPIRIT
Load up on guns, Bring your friends
It’s fun to lose and to pretend
She’s overborne and self-assured
Oh no, I know a dirty word
Hello, hello, hello, hello, how low?
Hello, hello, hello, hello, how low?
Hello, hello, hello, hello, how low?
Hello, hello, hello ,hello
With the Lights out it’s less dangerous
Here we are now entertain us
I feel stupid and contagious
Here we are now entertain us
A mullato an albino
A mosquito my libido yay
I’m worse at what I do best
And for this gift I feel blessed
Our little group has always been
And always will until the end
And I forget just why I taste
Oh yeah I guess it makes me smile
I found it hard it’s hard to find
Oh well whatever nevermind
Hello, hello, hello, hello, how low?
Hello, hello, hello, hello, how low?
Hello, hello, hello, hello, how low?
Hello, hello, hello, hello
With the Lights out it’s less dangerous
Here we are now entertain us
I feel stupid and contagious
Here we are now entertain us
A mullato an albino
A mosquito my libido
A denial


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.