เรื่องจริงของสงครามบนสนามแข่งของ Ford v Ferrari ว่าด้วย ฟอร์ดและเลอมังส์ 24 ชั่วโมง

SHARE THIS
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares

นอกจากจะนำเสนอภาพการทำงานและชีวิตของแคร์โรลล์ เชลบี และเคน ไมลส์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับฟอร์ดได้สำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขันเลอ มังส์ 24 ชั่วโมง ให้ผู้ผลิตรถยนต์อเมริกันรายนี้เป็นครั้งแรก หนัง Ford V Ferrari ยังให้ภาพการทำงานของฟอร์ด รวมไปถึงการแข่งขันเลอมังส์ 24 ชั่วโมงไปพร้อมๆ กัน

 

และนี่คือเรื่องราวจริงๆ ที่เกิดขึ้นของฟอร์ดและการแข่งขันเลอมังส์ 24 ชั่วโมง ในช่วงเวลาเดียวกับที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์ ซึ่งบางเรื่องอาจไม่ใช่ที่เห็นในหนัง

เลอมังส์ 24 ชั่วโมง และฉากแข่งรถ
การแข่งขันเลอมังส์ 24 ชั่วโมงจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1923 ที่เมืองเลอมังส์ในฝรั่งเศส ที่แตกต่างไปจากการแข่งขันอื่นๆ ก็เพราะแทนที่จะกำหนดระยะทางแน่นอน ให้รถที่ลงแข่งทำเวลาน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ แต่กลับให้รถที่สามารถวิ่งได้ระยะทางมากที่สุดในเวลา 24 ชั่วโมงเป็นผู้ชนะ และความท้าทายก็คือ สร้างรถที่สามารถวิ่งทำความเร็วได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เฮนรี ฟอร์ด ที่สอง ตังจริง

ซึ่งในหนัง Ford V Ferrari มีหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง ซึ่งบางอย่างก็เกิดขึ้นจริง บางอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่เห็นในจอ โดยเหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปตามความเป็นจริง ก็คือ การปรากฏตัวของเอ็นโซ เฟอร์รารีที่สนามแข่ง “เรื่องหลอกลวงที่สุดในหนังก็คือ การที่เฟอร์รารีมาที่เลอมังส์” เจมส์ แมนโกลด์ผู้กำกับบอก “ผมยืนกรานที่จะใส่เขาไปในฉากนี้ ผมทนไม่ไหวกับการตัดภาพไปหาเด็กๆ กับแม่ แล้วก็เฟอร์รารีที่คุยโทรศัพท์หรือฟังวิทยุอยู่ ผมทำแบบนั้นไม่ได้ ขอโทษด้วยนะประวัติศาสตร์!” แต่สำหรับฟอร์ด เขาไปที่เลอมังส์อย่างที่เห็นในหนังจริงๆ

สำหรับฉากขับรถแข่งทั้งหลายในเรื่อง เป็นการขับจริงๆ 100% โดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์มาสร้างภาพ ยกเว้นภาพของผู้ชม เนื่องจากจำนวนผู้ชมมหาศาล เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกิดภาพจริงๆ ขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้น ในหนังยังทั้งละเลยการแข่งขันในบางสนาม ทั้งสร้างการแข่งขันขึ้นมาใหม่ “มีการแข่งขันมากกว่านี้ ที่เราน่าจะเกาะติด” แมนโกลด์กล่าว “การโตมากับการดูหนังกีฬา ผมไม่อยากตัดต่อภาพการแข่ง 7-8 สนาม ซึ่งตรงข้ามกับการนำเสนอไปจริงๆ เลยสนามเดียว” แมนโกลด์พูดถึงการทิ้งการแข่งขันที่สำคัญๆ ในช่วงแรกไป เพราะอยากมีเวลาให้กับการนำเสนอความคิดเกี่ยวกับเรื่องการแข่งขัน 24 ชั่วโมง และมันเป็นเรื่องยากสำหรับรถและคนขนาดไหนอย่างถูกต้อง “ทางเดียวที่จะสื่อสารเรื่องเหล่านั้นออกมาได้ก็คือ อย่านำเสนอฉากแข่งรถ 24 ชั่วโมง ด้วยเวลา 11 นาที เรากำลังทำหนัง Saving Private Ryan แบบย้อนกลับ มีดรามาให้ดูกัน 90 นาที แล้วก็ไปสู่สงคราม ฉากแข่งรถมันกินเวลารวมกันเกือบๆ ชั่วโมง จมกันไปเลย”

และบางการแข่งขันก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลย เพราะถ้าศึกษาถึงความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ เราจะรู้ว่า การแข่งที่วิลโลว์ สปริงส์ เรซเวย์ ในแคลิฟอร์เนีย ไม่มีจริง มันถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงพัฒนาการทั้งในแง่บุคคลและความสัมพันธ์ของหัวหน้าทีมแข่งรถ – แคร์โรลล์ เชลบี และคนขับรถแข่ง – เคน ไมลส์” แต่ที่น่าเสียดายก็คือฉากการแข่งเลอมังส์ 24 ชั่วโมง ไม่มีรถตัวจริงที่เคยถูกใช้งานให้เห็นเลย “รถที่วิ่งในสนามและยังใช้งานได้ มูลค่าเป็นล้านๆ เลยนะ แล้วก็มีค่าเกินกว่าจะเอามาใช้ในหนัง เลยต้องใช้รถที่สร้างเลียนแบบอย่างถูกต้องแทน อย่าง รถฟอร์ด จีที40 ที่เข้าอันดับ 1 ในหนังคือซูเปอร์เพอร์ฟอร์แมนซ์ จีที40 มาร์คทูว์ Mk II ที่ทำเลียนแบบขึ้นมา โดยยืมมาจากวิลเลียม เดียรี นักสะสมรถเชลบี มันเป็นรถที่ก็อปปีรถต้นฉบับมาแบบเป๊ะๆ ทั้งนอกทั้งใน”

สำหรับชัยชนะของฟอร์ดในเลอมังส์ 24 ชั่วโมงเมื่อปี 1966 ก็เป็นชัยชนะจากระบบเบรคอย่างที่เห็นกันจริงๆ “โดยรวมๆ ก็เป็นเช่นนั้น วิศวกรของฟอร์ด – ฟิล เรมิงตัน (รับบทโดย เรย์ แม็คคินนอน) เป็นคนคิดระบบเบรคที่ทำให้ทีมงานในพิทเปลี่ยนผ้าเบรคและจานเบรค ระหว่างเปลี่ยนตัวคนขับได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่าเบรคจะไม่ต้องทำงานจนเกินขีดจำกัดของมัน และในหนังก็แสดงให้เห็นด้วยว่า ทีมอื่นๆ โวยวายว่าฟาล์ว อ้างว่าฟอร์ดเอาเปรียบ แต่ไม่มีกฎห้ามเรื่องนี้

รถฟอร์ดดาหน้าเข้าเส้นชัยในเลอมังส์ 24 ชั่วโมงเมื่อปี 1966

ที่หลายๆ คนยังคาใจก็คงไม่พ้นตอนเข้าเส้นชัย ที่ในหนังรถฟอร์ดทั้งสามคันเข้าพร้อมๆ กัน ซึ่งจากคลิปและภาพถ่าย ก็ถือว่าใกล้เคียงความจริง โดยไมลส์ที่ขับนำมาตลอดผ่อนคันเร่งลงเมื่อใกล้เส้นชัย เพื่อให้รถทั้งสามคันเข้าเส้นชัยพร้อมกัน เชื่อว่าเป็นไปตามคำสั่งของฟอร์ด แต่บรูซ แม็คลาเรนกลับเร่งแซงไมลส์ขึ้นมา จนรถของเขาเหนือรถของไมลส์เล็กน้อย และไม่ได้เรียงเท่ากันแบบในหนัง แต่ไมลส์ไม่ได้เป็นแชมป์จริงเพราะกฏในการแข่งขันระบุไว้ว่าจะมอบรางวัลให้กับรถที่สตาร์ทไกลที่สุด แม็คลาเรนเลยได้แชมป์ ไมลส์เข้าที่สอง และคริส อามอนเป็นที่สาม ทำให้ ไมลส์พลาดโอกาสคว้าแชมป์ซีบริง, เดย์โทนา และเลอมังส์ในปีเดียวกัน ส่วนเชลบีก็ยอมรับว่า เกี่ยวข้องกับการสั่งให้รถฟอร์ดเข้าเส้นชัยด้วยกัน และทำให้เขาเสียใจไปทั้งชีวิต เพราะกลายเป็นการปล้นชัยชนะจากไมลส์

เรื่องของฟอร์ด

ลีโอ บีบี ตัวจริง

ตอนต้นยุค ’60s ความรักการแข่งรถ ทำให้เฮนรี ฟอร์ดที่สองตัดสินใจว่าบริษัทของเขาน่าจะทำรถแข่ง แล้วในทางการตลาดก็เป็นการกระตุ้นยอดขายที่ลดลงเพราะมีคู่แข่งอย่างจีเอ็ม ฟอร์ดเลยหาทางดึงดูดคนซื้อรุ่นหนุ่มรุ่นสาว ปัญหาก็คือพวกเขาไม่มีทีมรถแข่ง เฮนรีสองตัดสินใจในปี 1963 ว่า ทางลัดก็คือซื้อเฟอร์รารี เขาส่งทีมงานไปที่โมเดนา ในอิตาลี เจรจากับเอ็นโซ เฟอร์รารีอยู่หลายเดือน ซึ่งไม่ได้เผ็ดร้อนอย่างในหนัง หลังเสนอเงินให้ถึง 10 ล้านเหรียญเอ็นโซตกลง แต่เพราะเงื่อนไขที่ว่าฟอร์ดเป็นคนตัดสินใจในเรื่องทีมรถแข่ง ทำให้เขาล้มการเจรจา หากไม่ได้ใช้ต่อรองราคากับเฟียท เพราะกว่าเฟียทจะซื้อเฟอร์รารีก็ต้นปี 1969 หลังฟอร์ดชนะเลอมังส์หนแรกด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องที่เฮนรีโกรธและหาทางเอาคืนกับเฟอร์รารี ถึงขั้นลงเงินทำทีมรถแข่งเพื่อเอาชนะคู่แข่งนั้น เป็นเรื่องจริง เช่นเดียวกับปัญหาของรถฟอร์ดจีที40 ซึ่งลงแข่งเลอมังส์ 24 ชั่วโมงในปี 1964 และ 1965 แล้วก็ไปไม่ถึงเส้นชัยทั้งสองปี แม้จะเร็วจริง แต่ระบบเกียร์ก็มีปัญหา, วงแหวนลูกสูบก็พัง จากเบรคหน้าก็ร้อนจนไหม้และหยุดทำงาน โครงสร้างแบบเอโรไดนามิค ก็ทำให้รถกลายเป็นพาหนะอันตราย เพราะที่ความเร็วเกิน 200 ไมล์ต่อชั่วโมง รถจะลอยและพลิกหมุนได้

โดยกว่าจะพัฒนาจนสมบูรณ์แบบก็ต้องใช้ทีมและผู้คนมากมาย ไม่ได้มีแค่เชลบีและไมลส์กับทีมอีกไม่กี่คน แต่ยังมีพนักงานของฟอร์ดและคนที่ถูกจ้างเข้ามาอีกหลายรายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ทันเวลาที่กระชั้นชิดมากๆ โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานของฟอร์ดที่เดียร์บอน ในมิชิแกน ซึ่งถูกเรียกว่า เดอะ กลาสส์ เฮาส์

จอช ลูคัส ผู้รับบทลีโอ บีบี ใน Ford V Ferrari

หากที่เป็นเรื่องแต่งซึ่งหวังผลในทางดรามาจนเกินจริงไปหน่อย ก็คือ เรื่องของหัวหน้าทีมรถแข่งของฟอร์ด – ลีโอ บีบี ที่ในหนังรับบทโดย จอช ลูคัส ซึ่งไม่ต่างไปจากตัวร้ายของเรื่อง แม้เฮนรีมอบตำแหน่งให้กับบีบี พร้อมเขียนโน้ทว่า “You better win” บนนามบัตรก่อนส่งให้บีบี จะเป็นเรื่องจริง แต่ก็เกิดขึ้นก่อนหน้าการแข่งเลอมังส์ 24 ชั่วโมงหลายสัปดาห์ และบีบีก็เก็บนามบัตรนี้ไว้ในกระเป๋าสตางค์ตลอดชีวิต โดยเขาไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งกับเชลบีและไมลส์อย่างเช่นที่หนังนำเสนออีกต่างหาก
สำหรับตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ หากไม่นับเรื่องการให้ข้อมูลต่างๆ ในการค้นคว้าที่เก็บเอาไว้ บริษัทฟอร์ดก็ไม่มีส่วนร่วมในงานสร้างใดๆ เลย โดยตัวหนังมีที่มาจากหนังสือเรื่อง Go Like Hell: Ford, Ferrari and Their Battle for Speed and Glory at Le Mans ของเอ.เจ. เบม เมื่อปี 2009

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง เรื่องจริงของสงครามบนสนามแข่งของ Ford v Ferrari ว่าด้วย ฟอร์ดและเลอมังส์ 24 ชั่วโมง คอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ – HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 15 ธันวาคม 2562


SHARE THIS
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On