เรื่องที่ลึกแต่ไม่ลับ ของ Pet Sounds อัลบั้มคลาสสิคแห่งวงการเพลงจาก The Beach Boys

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการนำเอาอัลบั้ม Pet Sounds หนึ่งในงานคลาสสิคของวงการเพลง มาออกใหม่ มีเพลงให้ฟังกันทั้งในแบบโมโน และสเตอรีโอ ซึ่งสามารถซื้อหามาฟังกันได้ทั่วไป

pet sounds - the beach Boys

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับงานชุดนี้ นี่คืองานเพลงที่เปลี่ยนแปลงภาพรวมของวงการเพลงป็อปไปตลอดกาล และแม้จะมีลักษณะของการเป็นงานส่วนตัวของไบรอัน วิลสัน แต่เนื้องานก็มีความซับซ้อนอย่างละเมียดละไม และมีการเรียบเรียงดนตรีที่แปลกๆ ซึ่งยกระดับเพลงความยาว 3 นาที ที่เข้ากันได้ดีกับการเปิดทางวิทยุ ให้กลายเป็นงานศิลปะ เรื่องราวของการทำอัลบั้ม Pet Sounds ก็ถือว่าเป็นมหากาพย์ ที่ถูกเล่าขานมายาวนานในวงการเพลง ตั้งแต่ปี 1966 ที่อัลบั้มออกวางจำหน่าย แต่จะมีอะไรบ้าง นิค กรีน แห่งเว็บไซต์ mentalfloss.com ย่อยเอามาให้ได้อ่านกันแล้ว

เริ่มกันที่จุดเริ่มต้น อัลบั้ม Pet Sounds คืองานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอัลบั้ม Rubber Soul ของ The Beatles “Rubber Soul ทำให้ผมทึ่งมาก” ไบรอัน วิลสันกล่าว “ตอนที่ได้ฟังครั้งแรก ผมบอกกับเพื่อนๆ เลยว่า ‘นั่นละ นั่นคือทุกอย่าง นั่นคือทุกอย่างเลยละเพื่อน’ และ ‘ผมจะทำอัลบั้มเจ๋งๆ ออกมา เพราะงานชุดนั้นท่าทายผมมากๆ’ ผมโคตรชอบอัลบั้มนั้นเลย ผมชื่นชมมันจริงๆ”

และเมื่อถึงขั้นตอนของการทำงาน Pet Sounds ก็เริ่มต้นด้วยความหวั่นวิตก ในเดือนธันวาคม 1964 ขณะบินไปฮุสตัน เพื่อเริ่มทัวร์เดอะ บีช บอยส์ ไบรอัน วิลสันเกิดล้มลงตรงทางเดินในเครื่องบิน แล้วก็เกิดสะอึกสะอื้นขึ้นมา ทำให้เขาต้องกลับไปที่แคลิฟอร์เนีย เพื่อพักฟื้นเมื่ออาการดีขึ้น เขาก็รู้ตัวว่า ตัวเองไม่สามารถออกทัวร์ได้นานๆ จากนั้นก็เรียกประชุมวง ก่อนจะบอกว่า “ฟังนะ ผมคงจะต้องยุติการออกทัวร์ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยเช่นกัน เพราะผมกำลังจะแต่งเพลงดีๆ ให้กับพวกคุณ”

ตลอดปี 1965 ขณะที่สมาชิกของวงออกทัวร์ วิลสันแยกมาทำงานใหม่เต็มตัส เขาเรียบเรียง, แต่งเพลง และโปรดิวซ์อัลบั้ม รวมไปถึงเป็นคนควบคุมวงของทีมนักดนตรีในสตูดิโอที่เจ๋งที่สุดขอแอลเอ ที่รู้จักกันในนามว่า The Wrecking Crew เพื่อเล่นเพลงต่างๆ วิลสันสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน โดนในตอนนั้นเขาอายุแค่ 23 ปีเท่านั้นเอง

พอบรรดาสมาชิกคนอื่นๆ ของวงกลับมาจากการทัวร์ในต่างประเทศ ไบรอันก็ให้พวกเขาเข้ามาลงเสียงร้องให้กับดนตรีที่ทำไว้แล้วเรียบร้อย โดยใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์เต็มๆ กับการอัดเสียงร้องของเพลง Wouldn’t it be Nice ไบรอันที่เรียกร้องศักยภาพจากทางวงเยอะมาก ถึงกับถูกไมค์ เลิฟ ตั้งฉายาว่า “หูสุนัข” (Dog Ears) เพราะว่าเขาได้ยินในสิ่งที่คนเราไม่ได้ยิน เลิฟยังเล่าเรื่องตลกอีกว่า พวกเขาต้องบันทึกเสียงใหม่อีกเทค ในกรณีที่สมาชิกบางคนเกิด “ความคิดที่ไม่ดี” ขณะร้อง ซึ่งไบรอันจะเป็นคนเลือกเองว่าจะเอาเทคไหน ซึ่งหลายๆ คนบอกว่า บางทีนี่อาจจะไม่ใช่เรื่องตลก

ในตอนนั้น วิลสันได้เขียนเพลงบรรเลงเอาไว้เพลงหนึ่ง โดยตั้งใจจะใช้กับหนัง James Bond โดยตั้งชื่อว่า Run James Run ซึ่งต่อมากลายเป็นเพลงชื่อ Pet Sounds

ขณะที่การเรียบเรียงดนตรีในงานชุดนี้ของวิลสัน ก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน และประณีต ละเอียดสุดๆ อะไรที่ดูหยาบๆ สามารถกลายเป็นความเยี่ยมยอดได้ด้วยเทคนิคการทำงาน จนนักวิจารณ์ดนตรีหลายต่อหลายคนให้การยกย่อง โดยเฉพาะจิม ฟูซิลลี

ระหว่างการทำงาน เมอร์รี วิลสัน พ่อจอมคุกคามของไบรอันที่ยังเป็นผู้จัดการวงอีกด้วย ถูกเขี่ยทิ้งออกจากชีวิตการทำงานดนตรีของลูกชาย หลังจากเมาแล้วไปพูดจาโวกเวกโวยวายในห้องอัด ระหว่างการบันทึกเสียงเพลง Help Me, Rhonda แต่ถึงกระนั้นเขายังมีอิทธิพลกับทางแคพิตอล เรคอร์ดส์ เมื่อขอให้ทางต้นสังกัดเร่งสปีดเสียงร้องของไบรอันในเพลง Caroline, No เพื่อให้ฟังสูงกว่าเดิม อย่างที่เขาชอบ
(มีต่อพรุ่งนี้)

จากเรื่อง เรื่องที่ลึกแต่ไม่ลับ ของ Pet Sounds อัลบั้มคลาสสิคแห่งวงการเพลงจาก The Beach Boys โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 21 กรกฎาคม 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.