เรื่องราวความเป็นมากว่าจะได้ท่องจักรวาล ตะลุยอวกาศไปกับคริสโตเฟอร์ โนแลน และ INTERSTELLAR

interstellar-christopher-nolan-matthew-mcconaughey-sliceพาผู้ชมเดินทางไปกับอัศวินรัตติกาลกับมนุษย์ค้างคาวในหนังชุด The Dark Knight Trilogy ปีนี้คริสโตเฟอร์ โนแลน จะพาผู้ชมเดินทางออกนอกโลก โดยมีแม็ทธิว แม็คคอนาเฮย์เป็นคนนำทาง ในหนังดรามา-อวกาศ กับภารกิจครั้งสุดสำคัญเพื่อหา “โลกใหม่”

ที่โรงถ่ายโซนี่ พิคเจอร์ส สตูดิโอ ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเนรมิตให้กลายเป็นถ้ำค้างคาวมาแล้ว ยานอวกาศลำเบ้อเร่อเบ้อร่าหนักราวๆ 12 ตัว และสูงถึง 10 ฟุตจากพื้น ตั้งตระหง่านอยู่บนลูกสูบที่จัดเรียงตัวกันอย่างซับซ้อน ด้วยขนาดราวรถบรรทุกขนาดใหญ่ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เอียงตัวดูคล้ายๆ กับเป็นส่วนที่ดีที่สุดระหว่างรถทัมเบลอร์จาก The Dark Knight, สโนว์สปีดเดอร์จาก Empire Strikes Back, กระสวยอวกาศ และรถโลตัส เอสปรีท์ที่ดำน้ำได้จากหนังเจมส์ บอนด์ The Spy Who Loved Me และที่จุดสูงสุดของกาบด้านข้าง ก็คือกล้องไอแมกซ์

กัปตันของยานอวกาศลำนี้ที่ชื่อว่า แรงเจอร์ เป็นหนุ่มผมทองที่ยืนห่างออกไปไม่กี่เมตรทางด้านขวา สวมแจ็คเก็ท, เสื้อกั้ก และเชิร์ทสีฟ้า ข้างๆ เขาเป็นผู้กำกับภาพคนใหม่ ลูกครึ่งดัทช์-สวีดิช ฮอยท์ ฟาน ฮอยเทมา เจ้าของผมยาว, ไว้เครา, สวมชุดคลุมสีดำสนิท

“มันน่าทึ่งใช่ไหมล่ะ?” เอ็มมา โธมัส ผู้อำนวยการสร้างและครึ่งหนึ่งของโนแลนกล่าว ขณะที่มองดูสามีบังคับเจ้าแรงเจอร์ให้ขยับไปมา “คริสเหมือนเด็กผู้ชายที่ได้ของเล่น” โธมัสพูดพร้อมกับส่ายศรีษะ “เขาสนุกกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้เอามากๆ”

maxresdefault-2“เราเพิ่งถ่ายฉากเล็กๆ น้อยๆ ที่จะจับเข้าไปใส่ในหลายๆ จุดให้เต็มเอาไว้เยอะมาก” โนแลนพูดขึ้นหลังเสร็จงาน ขนาดที่ใหญ่โตของยานอวกาศ ดูเหมือนว่ามันน่าจะเป็นของเล่นขนาดยักษ์ของโนแลน ที่เกินกว่าจะใช้คำว่า เล็กๆ น้อยๆ “มันจะทำให้คุณรู้สึกถึงพลัง” โนแลนย้ำ พร้อมจ้องมองไปที่แรงเจอร์ ซึ่งขนาดของมันถ้าไม่ใหญ่เท่าของจริงละก็ คงประมาณ 80% และเมื่อถูกบอกเล่าว่า นี่เป็นสิ่งที่หลายๆ คนไม่เคยเห็นมาก่อนในกองถ่ายภาพยนตร์ “นั่นล่ะ” โนแลนพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “ต้องเป็นแบบนั้น เพราะว่าไม่เคยมีการทำอะไรแบบนี้มาก่อนไงล่ะ!”

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ข่าวลือสุดฮิตเกี่ยวกับโนแลนก็คือ เขาจะกำกับหนังบอนด์ตอนต่อไป แต่เขาก็ไปทำ Inception แทน จากนั้นข่าวลือยอดฮิตของเขาต่อมาก็คือ เขาเข้าชื่อเป็นผู้กำกับหนัง Star Wars ซึ่งหลายๆ คนคงรู้ว่า มันไม่มีทางเกิดขึ้น คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้ชายที่ชอบทำงานแบบผู้กำกับรุ่นเก่า ที่นิยมทำเทคนิคสดหน้ากล้องและในกล้อง จะไปทำหนังที่มีทั้งยานอวกาศ และหุ่นยนต์นี่นะ? แล้วเขาก็ทำ Interstellar

แต่นี่ไม่ใช่โปรเจ็คท์ของโนแลน หากเป็นงานที่เริ่มเมื่อ 8 ปีก่อนที่พาราเมาท์ ภายใต้การนำทางของผู้อำนวยการสร้างระดับตำนานอย่าง ลินดา ออบท์ส หลังจากนักทฤษฎีฟิสิกส์ คิป ธอร์น ซึ่งเธอเคยทำงานด้วย สมัยทำหนัง Contact เมื่อปี 1997 ให้โรเบิร์ท เซเมคคิส มีคอนเส็ปท์คร่าวๆ ที่มีที่มาจากทฤษฎีการ ‘ทะยานข้ามช่องว่างของเวลา’ ของเขา ความคิดนี้ถูกสานต่อโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่จ้างโจนาธาน ‘โจนาห์’ โนแลน น้องชายของคริสโตเฟอร์และผู้เขียนบทร่วมของ Memento, The Prestige และ The Dark Knight Trilogy มาจัดการโครงร่างของธอร์นกลายเป็นการเล่าเรื่องที่ดูน่าตื่นเต้น เพื่อที่เขาจะกำกับ แต่ขณะที่โจนาห์คร่ำเคร่งอยู่กับบทหนังเรื่องนี้ ที่กินเวลาถึง 4 ปี พี่ชายสายเลือดเดียวกันของเขา ก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง “น้องผมเป็นคนที่ระวังมาก” คริสโตเฟอร์เผย “แต่เรามักจะใช้กันและกันเป็นตัวแสดงความคิดเห็นเสมอ เพราะงั้นผมเลยรู้สึกว่าไอ้งานที่เขาทำน่ะ มันไปได้ด้วยดี” และเมื่อสปีลเบิร์กวางมือ หันไปหาโปรเจ็คท์อื่น โนแลนอยู่ในตำแหน่งที่ดีมากๆ สำหรับการโฉบมาอยู่ในมือ ด้วยความกระตือรือร้นที่อยากจะผสมผสานความคิดของ ออบท์ส/ ธอร์น/ สปีลเบิร์ก/ โจนาห์ เข้ากับความคิดที่รวมกันได้ของตัวเขาเอง

interstellar_movie-wideพาราเมาท์ตอบรับการเสนอตัวของเขาเต็มที่ และต้องมีการพูดถึงความสำคัญของโนแลน และเรื่องทางธุรกิจ ซึ่งวอร์เนอร์ที่เป็นบ้านของโนแลน จะต้องให้น้ำหนักและมีการแลกเปลี่ยนกัน โดยพาราเมาท์จะได้สิทธิ์ร่วมสร้าง South Park ฉบับหนังใหญ่, ได้สร้างหนัง Friday 13th และสินทรัพย์ระดับเกรดเอของวอร์เนอร์ เพื่อที่วอร์เนอร์จะได้มีเอี่ยวกับ Interstellar โดยพาราเมาท์จะได้จัดจำหน่ายในอเมริกา และวอร์เนอร์ได้สิทธิ์ในตลาดต่างประเทศ

“ผมต้องทำบทหนังนิยายวิทยาศาสตร์สองเรื่อง” โนแลนอธิบาย “เป็นบทพิเศษที่ผมไม่เคยโชว์ให้ใครเห็น” เขาเอาบทของน้องชายมา “และเขียนใหม่ โดยมีที่มาจากกลุ่มความคิดใหม่ เพื่อจะพามันไปอยู่ในจุดที่ถูกต้องสำหรับความตั้งใจดั้งเดิมของเขา แต่ก็ยังสะท้อนสิ่งที่ผมอยากจะทำมานาน” สิ่งนั้นคืออะไร ผู้กำกับคนเก่งไม่ยอมบอก “ผมไม่คิดว่าผมสามารถบอกได้” เขาพูดพร้อมแสดงท่าทีขอโทษ “เพราะทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากให้คนดูรู้ ก่อนที่พวกเขาจะได้ชมภาพยนตร์ แต่ไม่ใช่ว่าหนังมันจะเต็มไปด้วยจุดพลิกผันไปมา หรือความน่าประหลาดใจ มันเป็นการผูกเรื่องที่คลาสสิคมากๆ แต่องค์ประกอบในการเล่าเรื่องมันก็สด ช่วยปรับปรุงตัวหนังไปด้วย”

อย่างน้อยเขาก็ยอมเผยว่า ชั่วโมงแรกของหนัง เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในโลกอนาคตอันใกล้ ทรัพยากรต่างๆ กำลังจะหมดสิ้น และกับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ดีเพรสชันถล่มอเมริกาที่เรียกว่า the Dust Bow ในปี 1930s “ซึ่งกลายมาเป็นเรื่องราวดั้งเดิมของโจนาห์” คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากทีมนักวิทยาศาสตร์และนักบินอวกาศ คูเปอร์ (แม็ทธิว แม็คคอนาเฮย์) มุ่งหน้าไปในอวกาศ ผ่านรูหนอนที่เป็นเส้นทางลัดของแกแล็กซี เพื่อหาบ้านใหม่ให้มนุษยชาติ เรื่องราวแทบจะเป็นการเขียนใหม่ ถึงแม้ความคิดของโจนาห์ และธอร์นยังคงมีอยู่ก็ตาม

maxresdefault-1ถึงไม่ยอมลงลึกในรายละเอียด แต่โนแลนก็มีความสุขที่ได้เล่าถึงการเดินทางในอวกาศของเขาเอง “มันไม่ใช่หนังแอ็คชันแท้ๆ และไม่ใช่หนังระทึกขวัญแบบตรงๆ” เขากล่าว “ผมอยากจะทำให้มันออกมาเหมือนกับหนังหวังสร้างปรากฏการณ์แบบที่ผมโตมาด้วยตั้งแต่เด็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานของสปีลเบิร์ก ผมไม่อยากพูดถึงเขามากนัก เพราะเขาเคยเป็นผู้กำกับของโปรเจ็คท์นี้มาก่อนผม และไม่อยากกลับไปถึงตรงนั้นอีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มีจิตวิญญาณที่ย่ิงใหญ่ในหนังอย่าง Close Encounter of the Third Kind และ Jaws ซึ่งผมพยายามที่จะจับมันให้ได้ เพราะผมไม่เคยเห็นมันมานานแล้ว “ผมเข้าใจว่า เจ.เจ. เอบรามส์ ก็แสดงการยกย่องสิ่งนี้เอาไว้ใน Super 8 ด้วย แต่มันเป็นการยกย่องที่ตรงไปตรงมา ชัดเจนมากๆ เราพยายามทำ หนังอะไรแบบนั้นจะเป็นยังไงในยุคนี้? ไม่ใช่เป็นหนังย้อนยุคอย่างเจ.เจ. ทำ แต่เป็นเหตุการณ์ในยุคนี้ มันเป็นความท้าทายที่น่าสนใจ” โนแลน เสริม “เมื่อคุณบอกว่า คุณกำลังทำหนังครอบครัว พวกคำหยาบทั้งหลายต้องมีเพียงนัยยะ ต้องนุ่มนวลลงด้วยการทำอะไรบางอย่าง แต่ตอนที่ผมเป็นเด็กๆ มีหนังครอบครัวพวกนี้ ที่อยู่ในความรู้สึกดีๆ เป็นงานที่มีความท้าทาย, แหลมคม และดูล้ำ มีสิ่งต่างๆ ในแบบที่หนังฟอร์มยักษ์มี ผมอยากนำสิ่งเหล่านั้นกลับมา”

ในโรงถ่ายก็เต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้นึกถึงวัยเด็ก ที่เติบโตมากับการชมการปล่อยกระสวยอวกาศผ่านจอโทรทัศน์ และหนังอย่าง The Black Hole ของดิสนีย์ หรือ 2001 ของสแตนลีย์ คูบริค ถ้าขนาดของสิ่งของต่างๆ ทำให้ต้องอ้าปากค้างยามได้เห็น ด้านในของแรงเจอร์ก็ตื่นตาไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงจำศีลดูคล้ายโลงศพที่ทำจากเหล็ก, เก้าอี้ที่หมุนได้ 360 องศา รวมไปถึงหนึ่งในสองของหุ่นยนต์ที่ชื่อ เคส (อีกตัวหนึ่งชื่อ ทาร์ส), ก้อนหินขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีจอติดอยู่ที่ครึ่งบน แล้วก็ยังมียานแม่ของปฏิบัติการ ลาซารัส ที่ชื่อว่า ดิ เอนดูแรนซ์

aweewe-820x420“ในหนัง มันใช้เวลาถึง 20 ปีในการสร้างดิ เอนดูแรนซ์ขึ้นมา” นาธาน ครอว์ลีย์ ผู้ออกแบบงานสร้างกล่าว “มันเป็นการผสมผสานของเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน คุณอยากได้พวกของที่เป็นอนาล็อกรวมไปถึงดิจิตอล, อยากมีระบบแบ็ค-อัพและสวิทช์ต่างๆ ที่จับต้องได้ มันดูเหมือนเป็นเรือดำน้ำในอวกาศ ทุกตารางนิ้วของพื้นที่จะถูกใช้งาน, ทุกอย่างมีเป้าหมาย เราต้องการให้มันมีพื้นฐานตามแบบสถานีอวกาศนานาชาติของนาซา” และตัวแทนสถาบันอวกาศของอเมริกาได้ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดการทำงาน เพื่อความแน่ใจว่าฉากพิเศษเกี่ยวกับดาวเคราะห์จะมีความสมจริง ซึ่ง “ช่วยให้เราสร้างอันตรายต่างๆ ขึ้นมาได้ เราไม่ควรอยู่ในอวกาศ เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น” ครอว์ลีย์ อธิบาย “เรื่องราวของหนังคือ การที่เราต้องทิ้งสรวงสวรรค์ เพราะเราทำลายมัน และต้องเดินทางไปในอวกาศด้วยไอ้กระป๋องดีบุกเล็กๆ เนี่ย ซึ่งไม่ใช่การเดินทางแบบ ‘ทะยานระดับ 9, คุณซูลู’ ในทางตรงกันข้าม เราแค่กดปุ่ม แล้วหนังก็จบลงใน 10 นาที มันเป็นการฟันฝ่าอุปสรรค และแก้ไขปัญหาขณะที่คุณเดินหน้าไป”

ปัญหาบางอย่างอาจแก้ไขได้โดยไม่ต้องใช้อะไรไฮ-เทคมาก นอกจากตะกั่วและกระดาษ ตลอดการถ่ายทำที่กินเวลา 19 สัปดาห์ โนแลนพยายามหลีกเลี่ยงการขึงจอกรีนสกรีน และทำในสิ่งที่ดูโบราณแทน

“ปริมาณการใช้สเปเชียล เอ็ฟเฟ็คท์ไม่ได้มากไปกว่าใน The Dark Knight Rises หรือ Inception” พอล แฟรงคลิน ที่ทำหน้าที่ดูแลงานเทคนิคพิเศษกล่าว “แต่จินตนาการที่เราสร้างขึ้นมา มันท้าทายมากๆ เลยทำให้ต้องพยายามมากขึ้นในเรื่องเทคนิค และเราก็สร้างอะไรขึ้นมาใหม่ๆ ได้ในทุกวัน” หนึ่งในความประหลาดใจที่เกิดขึ้นก็คือ วิธีการที่ทีมงานของเขาสร้างภาพของรูหนอนและปรากฏการณ์ต่างๆ ในจักรวาล ด้วยสิ่งที่ได้จากการวิเคราะห์ของธอร์น รวมไปถึงด้วยเสียงที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาใช้ในการ ถ่ายทำ “สิ่งที่เราทำก็คือสร้างเนื้อหาขึ้นมา ในโรงถ่ายเราจะใช้จอโปรเจคเตอร์ที่ทันสมัย เพื่อฉายภาพจากจินตนาการที่เราสร้างขึ้นเป็นฉากหลัง เพื่อนักแสดงจะได้มีสิ่งที่มองและโต้ตอบกับมัน เมื่อคุณบอกว่า ‘นั่นไง หลุมดำอยู่ที่นอกหน้าต่างนั่น’ พวกเขาก็จะมองไปนอกหน้าต่าง แล้วมีภาพของหลุมดำให้เห็นบนจอ แทนที่จะเป็นแค่จอสีเขียวๆ ขนาดใหญ่”

o-INTERSTELLAR-TRAILER-facebookโนแลนพูดถึงการทำงานแบบนี้ว่า เป็นการ “ใช้จอภาพแบบโบราณๆ นิดหน่อย” ซึ่งคล้ายๆ กับที่สแตนลีย์ คูบริค และดักลาส ทรัมบูลล์ใช้ใน 2001: Space Odyssey หรือริชาร์ด ดอนเนอร์ใช้ใน Superman ผู้กำกับภาพฟาน ฮอยเทมา (จาก Let the Right One in และ Her ซึ่งทำงานกับโนแลนหนแรก เพราะขาประจำอย่าง วอลลี ฟิสเตอร์ ติดกำกับหนัง Transcendent) เสริมด้วยว่า พวกเขา “นำเทคนิคนั้นกลับมาใช้ใหม่ บวกกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย สำหรับคริสกับผมมันอย่างกับการฟื้นคืนชีพของพระเยซู การฉายภาพบนจอมันทรงพลังเอามากๆ แล้วคุณสามารถฉายสิ่งที่ต้องการลงไป เพื่อสร้างภาพจริงๆ ขึ้นมาในการถ่ายทำได้” ฟาน ฮอยเทมายังปรับกล้องไอแมกซ์ เพื่อจะหิ้วไปไหนมาไหนได้สำหรับการถ่ายทำฉากภายใน “มันหนักนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร” และกับการทำงานโดยใช้จอโปรเจ็คเตอร์ “โดยพื้นฐานแล้วเหมือนคุณอยู่ในฉาก กำลังถ่ายทำ และที่ด้านนอกก็มีของจริงๆ ให้คุณได้เห็นและเชื่อ”

กระบวนการทำงานแบบนี้ ฟังเหมือนการทำงานในหนัง Gravity ของอัลฟองโซ คัวรอง แต่แฟรงคลินยืนยันว่า แตกต่าง “ทิม เวบเบอร์ (คนดูแลเรื่องเทคนิคพิเศษ) กับคัวรอง สร้างภาพที่ด้านหน้าเพื่อออกแบบการถ่ายทำ แล้วก็ปรับแต่งด้วยการใช้แสง” เขากล่าว “แต่เท่าที่เรารู้  หลังการถ่ายทำพวกเขาจะสร้างภาพแทนภาพที่ถูกใช้เป็นฉากหลังตอนถ่ายทำ แต่เราสร้างภาพที่เสร็จเรียบร้อยหน้ากล้องเลย” ตัวโนแลนเอง ยังไม่ได้ดู Gravity “เพราะผมอยู่ระหว่างการถ่ายทำพอดี ตอนที่มันออกฉาย ผมเคยพูดเรื่องนี้กับอัลฟองโซ ตอนไปทานมื้อค่ำกันหลังคืนประกาศรางวัลออสการ์ และเขาก็เข้าใจ”

-ef118340-ea83-469a-bf9e-58800b56e569“เป็นเรื่องสนุกนะเพื่อน” แม็ทธิว แม็คคอนาเฮย์ สรุปถึงประสบการณ์การทำงานในหนังท่องอวกาศเรื่องนี้ของโนแลน “ผมอายุ 44 แล้วได้เล่นเป็นผู้ชายคนนี้, เป็นนักบินอวกาศ, เป็นกัปตันของของเล่นขนาดเท่าของจริง” แม็คคอนาเฮย์จะมีเพื่อนร่วมจออย่าง แอนน์ แฮธาเวย์ (อามีเลีย แบรนด์ – นักชีววิทยา), เวส เบนท์ลีย์, เดวิด กยาซี และ บิลล์ เออร์วิน ที่ตัวตนในหนังจะเป็นหุ่นยนต์ และเป็นคนให้เสียทาร์ส

ในทุกๆ ฉากของยานอวกาศ โนแลนจะ “ถ่ายทำเหมือนหนังสารคดี ที่ผมสามารถตัดได้สัก15 รูปแบบแตกต่างกัน เราแค่จัดการฉากนั้นไปจนจบ และถ่ายสิ่งต่างๆ ด้วยการใช้กล้องมือถือ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่กำลังจะหลุดจากวงโคจรของโลก หรือตอนผ่านเข้าไปในรูหนอน หรือไปที่โลกซึ่งมีความแตกต่าง นักแสดงจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างเพื่อแสดงปฏิกริยาโต้ตอบ พวกเขามีของที่สมจริง ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา”

“คนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ พวกเขาจะ ‘โอ… มันต้องใช้กรีนสกรีนเยอะมากๆ’” แม็คคอนาเฮย์พูด ก่อนที่จะตบท้ายว่า “ไม่มีไอ้จอกรีนสกรีน สีเขียวๆ นั่นเลย”

และความสมจริงแบบนี้นั้น เราจะได้เห็นกันเต็มๆ ตาบนจอภาพยนตร์

จากเรื่อง ท่องจักรวาล ตะลุยอวกาศไปกับคริสโตเฟอร์ โนแลน และ INTERSTELLAR โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1171 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557

ให้กำลังใจด้วยการคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่

 

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On