เรื่องเล่าชาวร็อค จริงหรือเปล่าที่เขาว่ากันว่า Nirvana ฆ่าศิลปินร็อคผมยาว

SHARE THIS
  • 366
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    366
    Shares

ในเรื่องเล่าขานถึงตำนานของ Nirvana วงดนตรีของเคิร์ท โคเบน, คริส โนโวเซลิค และเดฟ โกรห์ล มักต้องการให้วงถูกมองว่า สร้างความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นกับรสนิยมในการฟังเพลง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มีความหมายสักเท่าไหร่ นอกจากการย้ำกันบ่อยๆ ว่าอัลบัม Nevermind น็อคอัลบัม Dangerous ของไมเคิล แจ็คสันหล่นจากอันดับหนึ่งของชาร์ทอัลบัม ราวกับอัลบัมชุดนี้ไม่มียอดขายเกิดขึ้นเลยจนถึงวันที่เคิร์ท โคเบนกับเพื่อนพ้องปรากฏตัว นั่นคือสิ่งที่ชัค เอ็ดดีแห่ง Spin.com แสดงความเห็นเอาไว้

โดยเขายังบอกอีกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล่าเกี่ยวกับเนอร์วานาเรื่องเดียว ที่ถูกเล่าต่อๆ กันมา ยังมีอีกเรื่องที่บอกว่าเนอร์วานาและดนตรีกรันจ์โดยรวมๆ เป็นผู้ที่กวาดหนุ่มๆ ที่ไว้ผมยาวสลวยหรือฟูฟ่องสะพายกีตาร์สีชมพูและร้องเพลงบัลลาด ออกไปจากโลกในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

แต่หากมองย้อนกลับไป ในตอนที่ Nevermind ขึ้นเถลิงบัลลังก์ในเดือนตุลาคม 1991 วงแฮร์แบนด์หรือแฮร์เมทัลตามแต่จะเรียกขานกัน ล้วนหายหน้าหายตาไปเรียบร้อยแล้ว

วงแกลมผมยาวหยิกหยองเช็ดมาสคาราและพยายามเผยด้านที่จริงจังก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ เห็นได้จากอัลบัม Heartbreak Station ของ Cinderella ในปี 1990 ที่เป็นอัลบัมบลูส์-ร็อคแท้ๆ, Slave tho the Grind ของ Skid Row ที่ออกมาในเดือนมิถุนายน 1991 ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว ด้วยการขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทโดยไม่มีซิงเกิลฮิต

บรรดาวงฮาร์ดร็อคที่ทำเพลงโจ๊ะๆ ออกมาจะว่าไปแล้วค่อยๆ ทะยอยหายหน้าหายตาไปตั้งแต่ Guns N’ Roses และ the Cult สร้างชื่อโด่งดังขึ้นมาในช่วงปี ’88 รวมไปถึงตอนที่อัลบัมแรกของ Black Crowes ขึ้นถึงอันดับ 4 ในปี 1990

ตอนเปลี่ยนทศวรรษ กระทั่งวงเมทัลที่แจ้งเกิดสำเร็จก็ยังมาพร้อมกับความโดดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่าง Living Colour วงร็อคผิวดำจากแมนฮัททันนำโดยมือกีตาร์ที่อัดแน่นไปด้วยอิทธิพลของดนตรีแจ๊ซซ์, วงร็อคหัวโล้นจากฮุสตัน King’s X นำโดยมือเบสเกย์ผิวดำและเคร่งศาสนา – ดัก พินนิค, หนุ่มๆ ซาวซานฟรานซิสโกที่เคยเล่นดนตรีโพรเกรสสีฟก็หันมาทำวงแร็ป-พังค์ Faith No More

ที่ชัดเจนยิ่งกว่านั้นก็คือ การเกิดขึ้นของทศวรรษแห่งลอลลาพาลูซา (Lollapalooza) ที่นำโดยวงดนตรีชาวแอลเอ. รุ่นใหม่ที่ค่อยๆ สร้างชื่อขึ้นมา อย่าง Jane’s Addiction ที่อัลบัม Ritual de lo Habitual ของพวกเขาติดท็อปเทนในชาร์ทเมื่อปี 1990

โดยหนึ่งในเพลงร็อคสุดฮิต ปีก่อนหน้าการมาถึงของ “Smells Like Teen Spirit” ก็เป็นเพลงของวงดนตรีที่มาจากซีแอทเทิลเช่นเดียวกับเนอร์วานา “Silent Lucidity” จาก Queensryche ที่เหมือนงานตัดแปะของ Pink Floyd ในแบบที่คิดถึงความสำเร็จไว้ก่อน ด้วยการพุ่งเป้าไปที่แฟนเพลงความรู้น้อย มากกว่าจะทำคอนเส็ปท์อัลบัมที่ว่าด้วยเทคโนโลยี, ทฤษฎีต่างๆ

แล้วอะไรละ ที่เปลี่ยนแปลงหลังการมาถึงของเนอร์วานา? บางที… อาจจะเป็นทรงผม แล้วภายในเวลาสองปีต่อจากนั้นทั้งสถานีวิทยุและเอ็มทีวีก็อัดแน่นไปด้วยวงดนตรีใหม่ ที่ปรับโฉมไปจากเดิมอย่าง Collective Soul, Candlebox, Live และ Silverchair จากนั้นสิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้ว เนอร์วานาไม่ได้ทำอะไรกับวงแฮร์แบนด์หรือแฮร์เมทัลเลย พวกเขาตายไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ ควีนส์ไรช์ ออกมา

ชัค เอ็ดดี สรุปไว้ว่าอย่างนั้น

โดย นพปฎล พลศิลป์ จากเรื่อง เรื่องเล่าชาวร็อค จริงหรือเปล่าที่เขาว่ากันว่า Nirvana ฆ่าศิลปินร็อคผมยาว คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 12 มีนาคม 2563

 


SHARE THIS
  • 366
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    366
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On