ไม่ใช่นะอย่าเพิ่งเชื่อ อะไรบ้างที่ผิด ในหนัง Bohemian Rhapsody (2)

SHARE THIS
  • 45
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    45
    Shares

เพื่ออรรถรสของภาพยนตร์ เรื่องจริงหลายๆ เรื่องที่ขึ้นจอ เลยต้องมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมเพื่อความบันเทิง และความเหมาะสมบางอย่าง และกับ Bohemian Rhapsodyหนังเรื่องราวของวง Queen และเฟร็ดดี เมอร์คิวรี ก็ไม่ต่างกัน นี่คือเรื่องราวที่ในหนังกับเรื่องจริงที่ไม่เหมือนกัน (อ่านตอนแรกได้ที่นี่ > http://bit.ly/2TAgO1M)

จิม บีช (ซ้าย), แมรี ออสติน (กลาง) และเฟร็ดดี เมอร์คิวรี

จิม บีชและจอห์น รีด: ในหนังจิม ‘ไมอามี’ บีช มาเป็นผู้จัดการวง แทนจอห์น รีดที่ทำงานนี้มาตั้งแต่ตอนควีนทำอัลบัม A Night at the Opera โดยมีเอลตัน จอห์นเป็นศิลปินในการดูแลอีกคน หลังรีดทำตัวไม่เหมาะสมด้วยการเสนอให้เมอร์คิวรีคว้าเงินก้อนใหญ่จากการทำอัลบัมเดี่ยว ทำให้เฟร็ดดีเตะเขาออกจากรถลิมูซีน ซึ่งต่างไปจากเรื่องจริง เพราะรีดยุ่งกับจัดการกับเอลตัน จอห์นที่กำลังรุ่งสุดๆ จนดูแลควีนไม่ไหว เขาแยกทางกับวงด้วยดี ได้เงินชดเชยอย่างงามในปี 1977 ปล่อยให้บีชที่ก่อนหน้าเป็นทนายของวงมารับหน้าที่แทนและมีส่วนสำคัญกับวงมาถึงทุกวันนี้ “เรามีความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีกับจอห์น” โรเจอร์ เทย์เลอร์พูดไว้ในหนังสารคดี Days of Our Lives เมื่อปี 2011 “เขาโคตรใจร้อน แล้วก็คล่องมากๆ แต่พวกเราก็เหมือนกัน เลยไม่มีใครกลัวเขา”

วงแตกเพราะอัลบัมเดี่ยวของเฟร็ดดี: หนังบอกว่าจอห์น รีดแนะนำให้เฟร็ดดีทำอัลบัมเดี่ยว เพื่อรับเงินก้อนโต แต่เรื่องจริงคือ ไม่มีใครรู้ว่ารีดแนะนำจริงหรือไม่ แต่สมาชิกของควีนทำงานเดี่ยวกันทุกคน แถมไม่มีใครได้เงินก้อนโตเลย ยิ่งไปกว่านั้นหลังอัลบัม Hot Space ในปี 1982 พวกเขาตกลงกันว่าจะพักวง โดยเมย์มีโปรเจ็คท์ Star Fleet Project, ส่วนเทย์เลอร์ ก็ทำงานชุด Strange Frontier ที่จะออกในปี 1984 แถมยังเคยออกซิงเกิลเดี่ยว “I Wanna Testify” ตั้งแต่ปี 1977 รวมทั้งมีอัลบัมเดี่ยว Fun in Space ออกมาตอนเมษายน 1981 ที่สมาชิกในวงสนับสนุนเต็มที่ ถึงขนาดให้เขาออกอัลบัมไล่ๆ กับที่อัลบัม Greatest Hits ของวงจำหน่าย

จอห์น รีด (ขวา) กับเฟร็ดดี เมอร์คิวรี

อัลบัมเดี่ยวของเฟร็ดดี Mr. Bad Guy ที่ออกในปี 1985 เป็นงานเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสมาชิกวงควีน แต่ก็ไม่ได้ทำให้วงแตก จริงๆ แล้วควีนเพิ่งจบทัวร์ด้วยซ้ำตอน Mr. Bad Guy ออกขาย โดยเป็นทัวร์สนับสนุนอัลบัม The Works ที่ออกในปี 1983 ซึ่งพวกเขากลับมาทำงานร่วมกันอีก และเป็นอัลบัมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรอบหลายๆ ปีของวง รวมทั้งทำให้การแสดงในไลฟ์ เอดของควีนเป็นโชว์ที่เด็ดที่สุด เพราะเพิ่งออกทัวร์เล่นเพลงฮิตๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องน้ำเน่าอย่าง “การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของวง” หรือเพราะการป่วยเป็นโรคเอดส์ของเฟร็ดดี ที่ทุกความเป็นไปได้ ล้วนบอกว่ากว่าจะรู้ก็จนปี 1987

ส่วนเรื่องที่เมอร์คิวรีมาคุยกับวง ชวนขึ้นเวทีไลฟ์ เอด พร้อมตกลงว่าเครดิตในการแต่งเพลงทุกเพลงของวงในอนาคตจะหารสี่เท่าๆ กัน กว่าจะเกิดขึ้นจริงก็อัลบัม The Miracle ในปี 1989 “มันแยกทางกันมาตลอดแหละ!” เมย์พูดในปี 2017 “พวกเราทุกคนทิ้งวงไปด้วยเหตุผลบางอย่าง และไม่ใช่แค่หนเดียว ตลอดการทำงานเลย แต่เราก็กลับมาเสมอๆ”

เมอร์คิวรีกับโรคเอดส์: หนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนใจที่สุดของหนัง คือตอนที่เฟร็ดดีรู้ว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีหลังไปพบแพทย์ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าควีนจะขึ้นเล่นในไลฟ์ เอดเมื่อปี 1985 และหลังจากควีนซ้อมเพื่อขึ้นเล่นงานนี้ได้แค่วันเดียว เมอร์คิวรีก็กล้าจะบอกเรื่องนี้กับเพื่อนๆ ที่ทุกคนพอรู้ก็เข้ามาโอบกอดรอบๆ ตัวเขา แต่เรื่องจริงที่เล่ากันมาซึ่งมีทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เมอร์คิวรีติดเชื้อเอชไอวีหลังจากไลฟ์ เอดหรือจะให้เป๊ะก็คือหลัง Magic tour ในปี 1986 โดยเพื่อนๆ ไม่รู้เรื่องนี้เลยจนปี 1987 หรือ 1988 “ทันทีที่รู้ว่าเฟร็ดดีป่วย” เมย์บอกกับนิตยสารโมโจในปี 1999 “เรารวมกลุ่มกันรอบๆ ตัวเขาเหมือนเป็นเปลือกหอย เราโกหกกับทุกๆ คน กระทั่งครอบครัวพวกเราเอง เพราะเขาไม่อยากให้โลกรุกล้ำเข้ามาในการต่อสู้ของเขา เขาเคยบอกว่า ‘ผมไม่อยากให้ใครๆ ซื้ออัลบัมของเราเพราะความสงสาร’ เราทุกคนเลยปิดเรื่องนี้ไว้” แม้จะถูกนักข่าวบางรายไล่ล่า แต่เมอร์คิวรีก็ไม่เคยเปิดเผยเรื่องการป่วยของเขาจนกระทั่งวันที่ 23 พฤศจิกายน 1991 หนึ่งวันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

เฟร็ดดีกับหนุ่มๆ: รสนิยมทางเพศของเฟร็ดดีใน Bohemian Rhapsody ถูกกล่าวถึงไว้เยอะ แต่ก็พอจะสรุปได้ว่า หนังนำเสนอให้เขาเป็นนักโทษผู้เปล่าเปลี่ยวของพอล เพรนเตอร์ ผู้จัดการส่วนตัว ที่พาเฟร็ดดีถลำลึกไปสู่โลกของยาเสพติดและรักร่วมเพศมากขึ้น

แต่ความจริงที่เกิดขึ้น เฟร็ดดีมีคนจัดหาของมาให้มากมายหลายคน และเขาเป็นคนที่จัดปาร์ตีไม่ใช่เพรนเตอร์ กระทั่งเอลตัน จอห์นยังตะลึงกับพลังอันเหลือเฟือของเฟร็ดดี กับการใช้โคเคน, ยาเสพติดต่างๆ แล้วก็มีเซ็กส์ ที่ส่วนใหญ่กับผู้ชายแต่ก็มีผู้หญิงบ้าง ส่วนเพื่อนร่วมวงก็ไปปาร์ตีของเขาด้วย กระทั่งกับคนที่แต่งงานแล้ว อย่าง ไบรอัน เมย์ก็ไปตกหลุมรักเงียบๆ กับผู้หญิงที่ชื่อพีชเชส หลังปาร์ตีสวาทในนิว ออร์ลีนส์ “เฟร็ดดีเป็นคนออกหน้าเพื่อบังพวกเขา ความระแวดระวังถูกทิ้งไปกับความบ้าคลั่งอย่างกับพายุเฮอริเคน” เลสลีย์-แอนน์ โจนส์ เขียนเอาไว้ใน Bohemian Rhapsody: The Definitive Biography of Freddie Mercury

เฟร็ดดียังมีเพื่อนสนิทอีกหลายคน และแทบทั้งหมดไม่ได้ปรากฏตัวในหนัง อย่าง ผู้ช่วยส่วนตัวและสไตลิสท์ผู้ภักดี ปีเตอร์ ฟรีสโตน เจ้าของชื่อในร่างกะเทยว่า ฟีบี เวลาอยู่กับเฟร็ดดี ซึ่งไม่ต่างไปจากคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ เขา เราสามารถสัมผัสถึงเพื่อนๆ ของเฟร็ดดีได้ในวิดีโอ “Living On My Own” เพลงฮิตของเขาอีกเพลง ที่ถ่ายทำกันในงานวันเกิดอายุ 39 ปีของเจ้าตัว

(อ่านตอนจบที่นี่ > http://bit.ly/2KtGtVw)

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ไม่ใช่นะอย่าเพิ่งเชื่อ อะไรบ้างที่ผิด ในหนัง Bohemian Rhapsody คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 45
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    45
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On