10 ผู้กำกับที่เกลียดหนังของตัวเองเข้าไส้

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ในกลุ่มของผู้กำกับที่เลื่องชื่อลือนาม นอกจากงานที่พวกเขาปลาบปลื้มชื่นชมแล้ว ก็ต้องมีหนังบางเรื่อง ที่ไม่ใช่ลูกคนโปรด และก็มีบางเรื่องที่หนักข้อถึงกับเป็นลูกชัง อย่างล่าสุด เควนติน ทารานติโน ก็ออกมาบอกด้วยตัวเองว่า เขาผิดหวังกับหนัง Grindhouse ที่เขาทำเมื่อปี 2007 กับโรเบิร์ท รอดริเกวซ โดยย้ำให้ช้ำในเล่นๆ ว่า หนังเรื่องนี้เป็น “ความผิดพลาด” และคนดู “ไม่สนใจ” ในตัวหนัง ซึ่งนี่ไม่ใช่หนแรกที่ทารานติโน เซ็งกับงานที่ตัวเองทำ จำได้ไหม เขาเคยขอถอนชื่อของตัวเองจากหนัง Natural Born Killers หลังผิดหวังกับสิ่งที่โอลิเวอร์ สโตนทำกับหนังที่เขาเขียนบท และเขาก็ไม่ใช่คนแรกเช่นกัน ที่รู้สึกอะไรแบบนี้ และวันนี้จะหยิบ 10 หนังของผู้กำกับ 10 คนที่เจ้าตัวทำออกมาแล้วรู้สึกป่วนจิตเหลือเกินที่ได้ชม จากการรวบรวมของเว็บไซต์ NME มาให้ได้อ่านกัน

American History X: ตอนที่หนังดรามาเกี่ยวกับพวกนีโอ-นาซี ที่มีเอ็ดเวิร์ด นอร์ตันแสดงนำเรื่องนี้ เปิดตัวในปี 2008 พร้อมกับได้รับคำวิจารณ์อย่างท่วมท้น ผู้กำกับโทนี เคย์ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของหนังแล้ว เพราะเขาไม่เห็นด้วยการการตัดต่อในฉบับสุดท้าย ที่ทางนิว ไลน์ ผู้จัดจำหน่ายเป็นคนจัดการเอง แล้วพยายามเอาชื่อของตัวเองออกจากเครดิทซ้ำ โดยบอกเป็นนัยๆ ว่า ทิศทางของหนังนั้น มันน่าจะออกมาเป็นงานหน่อมแหน้มในแบบการ์ตูนเด็กๆ เรื่อง Humpty Dumpty

Alien 3: เดวิด ฟินเชอร์ คือผู้กำกับเจ้าของงานภาพยนตร์คลาสสิคยุคใหม่ อย่าง The Social Network, Fight Club และ Gone Girl
แต่เขาเคยขัดแย้งอย่างหนักกับสตูดิโอฟ็อกซ์ ขณะทำหนังภาคต่อที่น่าผิดหวังเรื่องนี้ “ไม่มีใครเกลียดมันมากเท่าผมหรอก มาถึงวันนี้ ไม่มีใครเกลียดมันไปมากกว่าผมอีกแล้ว” เขาพูดเอาไว้ในปี 2009

The Underneath: ในปี 1995 สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ กลับมาร่วมงานกับ ปีเตอร์ กัลลาเกอร์ นักแสดงจากหนัง Sex, Lies And Videotape ของเขา เพื่อเอาหนังฟิล์มนัวร์ เก่าคลาสสิคที่แทบจะถูกลืมจากปี 1949 โดยสมบูรณ์แบบ มาเล่าใหม่ แต่การร่วมงานกันหนที่สองของทั้งคู่ ให้ผลลัพธ์ที่เทียบกับหนแรกไม่ติด ตัวโซเดอร์เบิร์กห์เอง ถึงกับยอมรับในตอนนั้นเลยว่า “หัวใจของเขาไม่ได้อยู่กับหนัง” และ ตีตราหนังเรื่องนี้ว่า เป็น “ความวุ่นวาย” และ “ตายสนิทตั้งแต่เริ่มทำ”

Fear And Desire: หนังดรามาต่อต้านสงครามจากปี 1953 เรื่องนี้ คือหนังใหญ่เรื่องแรกของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง สแตนลีย์ คูบริค ที่ยังเป็นหนึ่งในหนังที่หาชมยากของเขา กระทั่งคูบริคเองยังพูดจาเหน็บแหนมหนังตัวเองอย่างเจ็บแสบ โดยเฉพาะการตราหน้าว่า Fear And Desire เป็นอะไรที่ “ไร้ค่าอย่างแท้จริง” ซึ่งทำให้เขานึกถึง “ภาพวาดของเด็กๆ บนตู้เย็น”

Woman Wanted: คีเฟอร์ ซุเธอร์แลนด์ โคตรจะไม่แฮปปีกับงานกำกับของตัวเองในปี 1999 อย่างที่สุด ถึงขนาดขอให้สตูดิโอใช้ชื่อผู้กำกับว่า อลัน สมิธี ซึ่งเป็นนามแฝงที่ใช้กันในฮอลลีวูดตั้งแต่งปี 1968 สำหรับผู้กำกับที่ไม่อยากจะเป็นเจ้าของหนังของตัวเอง ที่บังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ ไอ้นามแฝงแสนฉาวชื่อนี้ ดันไม่มีการใช้ต่อหลังจากหนัง Woman Wanted ออกฉาย ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นที่จดจำว่า เป็นหนังของผู้กำกับอลัน สมิธี เรื่องสุดท้าย

Hannah And Her Sisters: ถึงแม้หนังเบาสมองจากปี 1986 เรื่องนี้ จะเป็นที่รู้กันว่า เป็นหนึ่งในงานชั้นดีของผู้กำกับวูดี อัลเลน แถมยังทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์บทดั้งเดิมยอดเยี่ยมมาครอง แต่ผู้เขียนบท/ผู้กำกับอย่างเขา กลับไม่ค่อยใส่ใจอะไรกับมันนัก “Hannah And Her Sisters เป็นหนังที่ผมรู้สึกว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมาก” เขากล่าวในเวลาต่อมา โดยย้ำว่า ตอนจบแบบมองโลกในแง่ดีที่ดูสมเหตุสมผลของหนัง เป็น “ส่วนที่ทำลายตัวเขา”

Dune: เดวิด ลีนช์ ตอบตกลงทำหนังไซ-ไฟ ที่ดัดแปลงจากนิยายมหากาพย์เรื่องดังของแฟรงค์ เฮอร์เบิร์ทเรื่องนี้ ก็เพื่อที่เขาจะได้ควบคุมการทำงานทุกอย่างในหนังเรื่องต่อไป และผลลัพธ์ของ Blue Velvet เมื่อออกฉายในปี 1986 ก็คือการได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในงานคลาสสิคยุคใหม่ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองโดนก้าวก่ายการทำงานจากสตูดิโอมากเกินเหตุ ทำให้ลีนช์ดึงตัวเองออกห่างๆ จาก Dune ก่อนที่หนังจะออกฉาย ตามด้วยการขอร้องในเวลาต่อมาว่า ให้เอาชื่อของเขาออกจากหนังในขณะที่อยู่ในช่วงกำลังตัดต่อ

Batman & Robin: จอร์จ คลูนีย์ ถึงกับต้องกล่าวขอโทษกับแฟน สำหรับหนังมนุษย์ค้างคาวฉบับนี้จากปี 1997 กระทั่งผู้กำกับโจล ชูมาเกอร์ ก็พูดถึงงานชิ้นนี้ด้วยอาการสังเวชใจ และยอมรับออกมาตรงๆ ว่า อิจฉาหนัง Batman ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่เยี่ยมกว่า สมจริงสมจังกว่า “ผมอยากทำหนัง The Dark Knight ใจจะขาด” ชูมาเกอร์ กล่าวในปี 2011 “แต่สตูดิโอ ไม่ต้องการให้ทำแบบนั้น และมันก็เป็นเงินของพวกเขา แล้วพวกเขาก็ยังเป็นนายผมอีก”

Accidental Love: เดวิด โอรัสเซลล์ เริ่มต้นทำหนังเบาสมองที่ดูย้วยๆ เรื่องนี้ในปี 2008 ก่อนหน้าที่เขาจะไปจับงานอย่าง The Fighter แต่ก็ปล่อยมือจากโปรเจ็คท์นี้ในอีก 2 ปีต่อมา หลังจากมีปัญหาเรื่องงบจนทำให้งานสร้างล่าช้า ในที่สุด Accidental Love ก็ออกฉายได้สำเร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 โดยที่รัสเซลล์ไม่ยอมเป็นเจ้าของหนัง และขอให้ใช้ชื่อผู้กำกับเป็นนามแฝง ชื่อ สตีเฟน กรีน แทน

Fantastic Four: ล่าสุดแบบหมาดๆ ผู้กำกับ จอช แทรงค์ ประกาศล้างมือจากหนังเรื่องนี้ ที่กลายเป็นงานคว่ำสนิทในซัมเมอร์ 2015 ก่อนหนังจะออกฉายไม่นาน “หนึ่งปีก่อน ผมมีวิสัยทัศน์ที่แสนมหัศจรรย์สำหรับหนังเรื่องนี้ และมันน่าจะได้รับคำวิจารณ์ที่ดี บางทีพวกคุณคงไม่มีโอกาสได้เห็นมันหรอก นั่นละความจริง” เขาทวีตข้อความขึ้นมา หลังหนังเปิดตัวได้ไม่นาน ซึ่งตอกย้ำข่าวลือที่ว่า เขากับฟ็อกซ์ล้มเหลวไม่เป็นท่า ในการทำงานกันอย่างตรงไปตรงมาระหว่างการถ่ายทำ

จากเรื่อง 10 ผู้กำกับที่เกลียดหนังของตัวเองที่สุด โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1191 ปักษ์แรกกันยายน 2558

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On