20 ที่สุดของหนังดนตรีร็อค (จบ)

SHARE THIS
  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1
    Share

ในประวัติศาสตร์ของดนตรีร็อคที่ยาวนานกว่าห้าทศวรรษ มีภาพยนตร์มากมายหลายเรื่องที่บอกเรื่องราวโดยใช้ดนตรีร็อคเป็นสื่อ กลายเป็นหนังเพลงร็อค ที่มีทั้งเรื่องราวให้ได้ชม มีเพลงให้ได้ฟัง โดยเทอร์รี สตอนตัน แห่งเว็บไซต์ Classic Rock ได้เลือกหนังเพลงร็อคที่ดีที่สุดเอาไว้ทั้งหมด 20 เรื่อง ซึ่งก็มีหนังอย่าง The Girl Can’t Help It (1956), Jailhouse Rock (1957), Privilege (1967), Beyond The Valley Of The Dolls (1970), Phantom Of The Paradise (1974), Stardust (1974), Flame (1975), The Rutles: All You Need Is Cash (1978), Breaking Glass (1980) และ Ladies And Gentlemen, The Fabulous Stains (1982) เป็นสิบเรื่องแรกที่ถูกเลือกมา และนี่คืออีกสิบเรื่องที่เหลือ

This Is Spinal Tap (1984): ความพยายามบุกอเมริกาของวงร็อคจากเกาะอังกฤษที่คร่ำประสบการณ์ ซึ่งเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของวงเพื่อที่จะให้หลุดพ้นจากการเป็นวงดนตรีที่ไม่มีใครรู้จัก

The Commitments (1991): “พูดออกมาดังๆ ฉันเป็นคนดำและภูมิใจกับมัน” เมื่อศิลปินในสังกัดเพลงสแต็กซ์ และโมทาวน์ ซึ่งมีแต่คนดำ ถูกจับไปจัดวางใหม่กลายเป็นคนขาวชนชั้นแรงงานในดับลิน นี่คือผลงานชั้นเยี่ยมของอลัน พาร์เกอร์ ที่เล่าเรื่องจากนิยายของร็อดดี ดอยล์ ได้อย่างน่าประทับใจ

Bob Roberts (1992): เมื่อนักร้องเพลงโฟล์ค ขวาจัด อนุรักษ์นิยม ก้าวลงสนามเลือกตั้งสมาชิกสภา ขายความเป็นพวกอนุรักษ์นิยม และคุณค่าของศาสนา ผ่านกีตาร์โปร่ง ด้วยความชัดเจน และความเข้าใจมวลชนอย่างชัดแจ้ง

Singles (1992): เรื่องราวของคนวัยยี่สิบในซีแอตเติลที่ตกหลุมรักและเลิกรา ซึ่งมาพร้อมกับดนตรีประกอบที่เป็นเพลงกรันจ์ แม็ทท์ ดิลลอนกับบทนำที่เหมาะเหม็งกับตัวเอง แล้วก็ยังเต็มไปด้วยดารารับเชิญที่เป็นสมาชิกของวงดนตรีอย่าง Pearl Jam, Alice In Chains และ Soundgarden

Airheads (1994): เมื่อวงเมทัลชื่อ The Lone Rangers ที่สภาพย่ำแย่สุดขีด พยายามหาทางให้เพลงของตัวเองถูกเปิดทางสถานีวิทยุให้ได้ และวิธีการของพวกเขาก็คือ จับตัวดีเจและเจ้าหน้าที่แผนกอื่นๆ ของสถานีเป็นตัวประกัน ซึ่งนั่นมันใช่วิธีที่ถูกต้องเหรอ?

That Thing You Do! (1996): หนังที่ใช้เพลงดังในเรื่องเป็นชื่อเรื่องนี้ มีอะไรมากมายกว่าการเป็นเรื่องของวงดนตรีวงหนึ่ง ที่ชื่อว่า The Wonders ซึ่งพยายามหาทางพาเพลงของตัวเองขึ้นไปถึงอันดับ 1 ในชาร์ท นี่คือผลงานการเขียนบทและกำกับของทอม แฮงค์ส ที่ยังเขียนเพลงในหนังอีกต่างหาก

Velvet Goldmine (1998): การขุดค้นเรื่องราวของร็อคสตาร์ชาวสีม่วง ที่ไม่ยอมพบปะสุงสิงกับใคร ที่มีแค่ร่องรอยให้ตามหา ของนักข่าวรายหนึ่ง ที่การสัมภาษณ์ผู้คนในแต่ละครั้ง ก็พาไปสะกิดใจเรื่องราวที่กลายเป็นที่ถกเถียงของศิลปินอย่าง ไบรอัน สเลด, เดวิด โบวี และอิกกี ป็อป ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง

Almost Famous (2000): ผู้กำกับ-เขียนบทจาก Singles คาเมรอน โครว์ นำเอาอดีตของตัวเอง ที่เคยเป็นเด็กวัยรุ่นไร้ประสบการณ์ แต่อยากเป็นนักเขียน ซึ่งบังเอิญไปได้งานจากนิตยสารฉบับหนึ่งให้เกาะติดการออกทัวร์ของวงร็อคผมยาว Stillwater ที่กำลังถูกจับตามอง

Hedwig And The Angry Inch (2001): หนังเพลงที่ว่าด้วยและเป็นของร็อคสตาร์ข้ามเพศที่ถูกมองข้าม ที่เปรียบได้กับซาวนด์แทร็คสำหรับการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน โดยตัวเพลงเองเห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลมหาศาลจากภาพลักษณ์แบบสองเพศในยุค 70 ของศิลปินอย่างเดวิด โบวี และลู รีด

Rock Star (2001): มาร์ค วอห์ลเบิร์ก รับบทเป็นนักร้องนำในวงเลียนแบบ ที่ถูกเรียกให้ไปทำหน้าที่นักร้องนำ แทนนักร้องนำตัวจริงในวงจริงๆ ที่เป็นไอดอลของเขา หนังมีที่มาจากเรื่องจริงของ ทิม ‘ริปเปอร์’ โอเวนส์ ที่มีโอกาสได้ร้องนำในวง Judas Priest แทนร็อบ ฮัลฟอร์ด

จากเรื่อง 20 ที่สุดของหนังดนตรีร็อค (จบ) คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1
    Share

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On