5 การแสดงเจ๋งๆ จากศิลปินในตำนานบนเวทีพักครึ่งของซูเปอร์ โบว์ล

SHARE THIS
  • 62
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    62
    Shares

แม้เกมการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล คือหัวใจของซูเปอร์ โบว์ล แต่ก็คงจะไม่สมบูรณ์แบบหากขาดการแสดงในช่วงพักครึ่ง ที่สุดแสนอลังการงานสร้าง และเป็นการแสดงของศิลปินระดับท็อป ที่มีเวลาเอาผู้ชมให้อยู่กันเพียงสั้นๆ ซึ่งหลายๆ ครั้งก็มาพร้อมกับความอื้อฉาว เช่น เมื่อคราวที่ชุดของเจเน็ท แจ็คสัน เผยสิ่งที่ไม่ควรปรากฏให้เห็นทางโทรทัศน์ออกมาในปี 2004 โดยศิลปินที่มาเล่นในงานนี้ มีทั้งศิลปินร็อคระดับคลาสสิค อย่าง บรูซ สปริงสทีน หรือว่าพอล แม็คคาร์ทนีย์ และศิลปินป็อปรุ่นใหม่ๆ อย่างที่เห็นกันในช่วงหลังๆ ซึ่งโชว์ดูน่าตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด

และหลังจาก Maroon 5 จบการแสดงในปีนี้พร้อมกับเสียงกระหน่ำซัมเมอร์ เซลขนาดหนัก เรามาดูกันว่า การแสดงที่ดีๆ ในช่วงพักครึ่งที่ผ่านๆ มา ของศิลปินระดับตำนาน คัดมาสัก 5 รายจะมีใครบ้าง จาก ultimateclassicrock.com

Tom Petty and the Heartbreakers (ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 42 – 2008): โดยปกติแล้ว ทอม เพ็ตตีเป็นคนที่ห่วงเรื่องของเพลงที่จะเล่น มากกว่าเรื่องที่ว่าจะเอาอะไรไปใส่ในการแสดง เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจถ้าการแสดงของเขาในปีนี้ จะด้อยเรื่องแสงสีเสียง การออกแบบเวทีต่างๆ ไปบ้าง แล้วอย่าลืมว่าเขาเป็นศิลปินแบบเดียวกับบ็อบ ดีแลน ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านไปปีแล้วปีเล่า ก็ทำให้เห็นชัดเจนมากขึ้นว่า นอกจากเรื่องของการร้องเพลงที่ไปในทางเดียวกันแล้ว การแสดงของเขาโดยรวมๆ ก็ไม่ต่างกัน ขณะที่แฟนๆ กรูกันไปที่เวที ซึ่งออกแบบได้อย่างมีเสน่ห์มากๆ เพ็ตตีเริ่มต้นการแสดงด้วยเพลงฮิต “American Girl” ก่อนที่ฉากหลังจะกลายเป็นทะเลแสงสีเหลืองในเพลง “I Won’t Back Down” แล้วก็ตามด้วย “Free Fallin'” ซึ่งเปิดโอกาสให้ไมค์ แคมป์เบลล์ มือกีตาร์ของวงได้โชว์ของเต็มที่

The Rolling Stones (ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งที่ 40 -2006): สนุกไปกับดดอะ โรลลิง สโตนส์กันแบบเพลงต่อเพลง ที่มิค แจกเกอร์เริ่มต้นกระหน่ำใส่ผู้ชมตั้งแต่เดินออกมาจากประตูด้วย “Start Me Up” แล้วก็วิ่งพล่านไปทั่วบนเวที ที่ออกแบบเป็นรูปลิ้น สัญลักษณ์อันโด่งดังเป็นตำนานของวง ตามด้วยเซอร์ไพรส์เมื่อตรงกลางของลิ้นสีแดงสด ที่มีผ้าสีเดียวกันคลุมเอาไว้ถูกเปิดออก เผยให้เห็นแฟนเพลงที่อยู่ข้างใน

หินกลิ้งปรากฏตัวบนเวทีด้วยลีลา และท่าทางที่ผู้ชมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จากบรรดาสมาชิกอย่าง มือกีตาร์ คีธ ริชาร์ดส์ และรอน วูด แล้วก็มีชาร์ลี วัตต์ส ทำหน้าที่เหมือนที่เคยเป็น จัดการนำการทำงานของสมาชิกทุกคนมารวมกัน พวกเขายังหยิบเพลงใหม่ (ในตอนนั้น) “Rough Justice” มาเล่นได้ในช่วงเวลาที่สมเหตุสมผล แม้เอาเข้าจริงๆ แล้วพวกเขาน่าจะเลือกเพลงฮิตๆ ของวงมาเล่นมากกว่า แต่ในที่สุดผู้ชมทุกคนก็ให้อภัย เมื่อแจกเกอร์บอกว่า “ผมรู้ว่าเพลงนี้คือเพลงที่พวกเราควรจะเล่นในซูเปอร์ โบว์ล และทุกอย่างก็มาถึงเวลาที่คุณรอคอย” ก่อนที่เพลง “(I Can’t Get No) Satisfaction” จะดังขึ้น และแจกเกอร์ก็เดินร้องเล่นเต้นรำไปทั่วเวที ที่ไม่มีใครลืมภาพนี้ลงได้เลย

บรูซ สปริงสทีน (ซูเปอร์โบว์ลครั้งที่ 43 ปี 2009): โชว์แมนเต็มขั้นอย่าง จัดเต็มสุดๆ ด้วยเวทียาวร้อยหลา และออราเฉพาะตัว ที่เริ่มต้นด้วยการแนะนำวงแบ็คอัพตลอดกาลของเขา the E Street Band ด้วยความภาคภูมิใจ และการได้ชมการแสดงในครั้งนี้ที่เริ่มด้วยเพลง “Tenth Avenue Freeze-Out” อีกครั้งก็ทำให้หลายๆ คนอดรำลึกถึงคลาเรนซ์ เคลมอนส์ ผู้จากไปไม่ได้ การเลือก “Born To Run” มาเล่นก็เหมาะสมสุดๆ ส่วน “Working On A Dream” ก็เปิดให้ทีมนักร้องประสานเสียงและผู้ชมมีส่วนร่วมกับเพลงอย่างเต็มที่ การเรียกมือกีตาร์ลิตเติล สตีเวน มาร้องคู่ด้วยในเพลง “Glory Days” ก็ทำให้พลังในการแสดงพุ่งถึงขีดสุด ซึ่งก็ต้องรวมไปถึงมุขเรียกกรรมการมาร่วมแสดง ทั้งหมดทำให้โชว์พักครึ่งหนนี้ เต็มไปด้วยพลังตั้งแต่ต้นจนจบ

ปรินซ์ (ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 41 ปี 2007): แม้จะต้องหาชมแบบจิ๊กซอว์ หลายๆ คลิปมาต่อกัน แต่ถ้าได้ดู จะรู้ว่าไม่มีอะไรที่ให้อารมณ์แบบคลาสสิก ร็อคได้มากกว่านี้อีกแล้ว การแสดงเริ่มต้นด้วยคลิปเพลง “We Will Rock You” จาก Queen ศิลปินที่เคยรู้จักกันในนามของศิลปินที่เคยรู้จักในชื่อว่า ปรินซ์ ได้ใจผู้ชมไว้ในกำมืออย่างรวดเร็ว เมื่อมือกีตาร์ที่หลายๆ คนมองข้ามอย่างเขานำเข้าสู่เพลง “Lets Go Crazy” ขณะเดินวางท่าทั่วเวทีราวกับไม่รู้สึกถึงพื้นที่เปียกปอนด้วยสายฝนที่ปรอยลงมา “Baby I’m a Star” ได้แรงเสริมจากวงโยธวาทิตที่บรรเลงได้สุดฟังค์ แล้วก็ตามด้วย “Proud Mary” ของ Creedence Clearwater Revival จากนั้นก็เป็นการคารวะจิมิ เฮนดริกซ์ และบ็อบ ดีแลน เมื่อเขาเลือก “All Along The Watchtower” มาเล่น ทำให้การที่เพลงนี้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็น “Best of You” ของ the Foo Fighters อาจจะทำให้บางคนรู้สึกปวดร้าว สายฝนที่กระหน่ำลงมาอาจจะทำให้หลายๆ คนรู้สึกไม่สบายตัว แต่ถ้าชุ่มโชกไปพร้อมกับเพลง “Purple Rain” มันก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้แน่นอน

พอล แม็คคาร์ทนีย์ (ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 39 ปี 2005): แม็คคาร์ทนีย์ มาพร้อมกับมาดที่ดูดีและเลือกเพลงที่แฟนๆ คาดหวังว่าจะได้ยินจาก The Beatle ที่มีอัลบัม Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band ออกมาในตอนที่ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งแรกเริ่มต้นในปี 1967 การใช้จอภาพมาทำเป็นรันเวย์ทั้งสี่ฝั่ง ทำให้แม็คคาร์ทนีย์ราวกับศิลปินแบบวัน-แมน โชว์ ที่ยืนอยู่เพียงลำพังบนแผ่นเกมขนาดใหญ่บึ้ม ที่มีแสงวูบวาบ มุมมองในการชมโดยรวมๆ บางทีอาจจะดูยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับผู้ชมที่อยู่บนชั้นบนๆ แต่กับผู้ชมที่อยู่ติดเวที การได้ชมเขาเล่นเปียโนในเพลง “Live and Let Die” ฉบับมหัศจรรย์ ก็น่าตื่นเต้นสุดๆ ชนิดที่ที่มือของผู้ชมทุกคน ถึงกันชูขึ้นไปในอากาศ ขณะที่พลุลูกแล้วลูกเล่าถูกปล่อยออกมา ก่อนที่แม็คคาร์ทนีย์จะเชิญชวนให้ผู้ชม ร่วมกันร้องเพลง “Hey Jude” กับเขาอย่างใกล้ชิด เป็นเพลงปิดท้าย

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง 5 การแสดงเจ๋งๆ จากศิลปินในตำนานบนเวทีพักครึ่งของซูเปอร์ โบว์ล คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2562


 


SHARE THIS
  • 62
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    62
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On