BAD งานตอกย้ำความสำเร็จด้วยความสำเร็จของไมเคิล แจ็คสัน

SHARE THIS
  • 242
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    242
    Shares

ความสำเร็จของอัลบั้ม Thriller ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในโลก เป็นเรื่องที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสานต่อด้วยความสำเร็จ แต่ไมเคิล แจ็คสัน ปล่อยอัลบั้ม Bad ในอีก 5 ปีต่อมาก ด้วยกรรมวิธีแบบเดียวกับที่เคยใช้กับ Thriller เอากระบวนการของอัลบั้มชุดก่อนเป็นฐาน ขยับขยายเนื้องานให้กว้างขึ้นเล็กน้อย แต่ก็มองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งที่เห็นก็คือ แจ็คสันเดินเข้ามาลึกขึ้นในโลกของฮาร์ด ร็อค, มีความซาบซึ้งในแบบงานสำหรับผู้ใหญ่ร่วมสมัยมากขึ้น และลึกกว่าเดิมในทางของเพลงเต้นรำ

ผลลัพธ์ก็คือ อัลบั้มชุดแรกในประวัติศาสตร์ที่มีมีซิงเกิ้ลจากอัลบั้มขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทต่อเนื่องกัน 5 เพลง เริ่มจาก I Just Can’t Stop Loving You, Bad, The Way You Make Me Feel, Man in the Mirror และ Dirty Diana ตัวอัลบั้มขายได้ถึง 30 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก เฉพาะอเมริกา Bad ขายไปได้ถึง 8 ล้านก็อปปี้ กับตัวเลขนี้หลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นความสำเร็จ แต่กับแจ็คสัน อัลบั้มที่ออกต่อจาก มหางานเพลงอย่าง Thriller ที่ขายไป 100 ล้านก็อปปี้ ที่ก่อนหน้านั้นเป็น Off the Wall อัลบั้มระดับยอดขาย 20 ล้านก็อปปี้ เขามั่นใจกับ Bad มาก เมื่อตั้งเป้าไว้ว่า งานชุดนี้จะต้องขายได้ถึง 100 ล้านก็อปปี้

แม้ทำได้ไม่เข้าเป้า แต่ใครบ้างจะกล้าบอกว่า งานเดี่ยวชุดที่ 2 ของเขานับตั้งแต่ออกจาก เดอะ แจ็คสัน ไฟว์ (Off the Wall ออกในขณะที่เขายังอยู่ในวง) ชุดนี้คือความล้มเหลว

แน่นอนว่า ความคาดหวังที่มีต่ออัลบั้มนั้นมีสูงมาก และยิ่งสูงขึ้นไปอีก เมื่อมีข่าวว่าแจ็คสันจะร้องเพลง Bad คู่กับปรินซ์ และมีเพลงหนึ่งที่จะร้องกับ วิทนีย์ ฮุสตัน หรือ อารีธา แฟรงคลิน หรือ บาร์บรา สไตรแซนด์ แต่ในที่สุดไม่มีศิลปินเหล่านี้ในอัลบั้มเลยแม้แต่คนเดียว และเมื่อออกวางตลาด ก็มีการทำการตลาดกันอย่างหนัก โดยในช่วงที่ Bad ออกวางขาย ก็มีรายการพิเศษเกี่ยวกับชีวิตของแจ็คสันที่ชื่อ The Magic Returns ออกอากาศทางช่องซีบีเอส และในตอนจบของรายการ ก็เป็นการเปิดตัวมิวสิค วิดีโอ เพลงแรกของอัลบั้ม ซึ่งเป็นเพลงที่เป็นชื่อชุด Bad โดยเป็นฝีมือการกำกับของสุดยอดผู้กำกับคนหนึ่งในวงการ นั่นก็คือ มาร์ติน สกอร์เซซี ที่หนึ่งในนักแสดงหลักของเรื่องก็คือ เวสลีย์ สไนปส์ ที่ต่อมากลายเป็นซูเปอร์สตาร์หนังแอ็คชั่นในยุคหนึ่ง

นั่นคือส่วนหนึ่งของแผนการตลาด ที่มี แฟรงค์ ดิลีโอ เป็นหัวเรือใหญ่ ที่นอกจากรายการพิเศษ มิวสิควิดีโอจากฝีมือผู้กำกับระดับท็อป ก็ยังมีหนังมินิ-มูฟวี่ เรื่อง Moonwalker ซึ่งทำออกมาเป็นงานรวมมิวสิค วิดีโอขนาดยาวของเพลงจากอัลบั้ม Bad มีการเชื่อมเรื่องราวเข้าด้วยกันหลวมๆ อาทิ Speed Demon, Leave Me Alone, Man in the Mirror และ Smooth Criminal ตัวหนังออกฉายในเดือนตุลาคม 1988 และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อทำเงินถึง 67ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 22 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่นับโอกาสที่ทำให้อัลบั้ม Bad ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วย มีวิดีโอเกมชื่อเดียวกัน และอิงเรื่องราวจากหนังมาจับกลุ่มแฟนเพลงเด็กๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการออกทัวร์สนับสนุนอัลบั้ม Badซึ่งทำเงินไปถึง 125 ล้านเหรียญ

michael jackson-quincy jones

ไมเคิล แจ็คสัน กับควินซี่ โจนส์

หลังร่วมงานกับควินซี่ โจนส์ มาตั้งแต่ Off the Wall Bad เป็นการทำงานร่วมกันหนสามของทั้งคู่ และในตอนนั้นไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย โจนส์นั่งเก้าอี้โปรดิวเซอร์ใหญ่ และแจ็คสัน ทำหน้าที่ร่วมโปรดิวซ์ โดยเขาเริ่มทำเดโมเพลงในอัลบั้มนี้ หลังทัวร์หนสุดท้ายของ เดอะ แจ็คสันส์ 1984 Victory Tour เสร็จสิ้นไปได้แค่ไม่กี่เดือน ก่อนพัฒนาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปี 1986 และเริ่มเข้าห้องอัดบันทึกเสียงต้นเดือนมกราคม 1987 และเสร็จสิ้นเอาในวันที่ 9 กรกฎาคมปีเดียวกัน ที่ห้องอัดเวสท์เลค ซึ่งมีการสร้างเวทีพิเศษด้วยไม้ในห้องอัด เพื่อที่แจ็คสันจะได้เต้นไปด้วยในขณะทำการบันทึกเสียง

ที่น่าสนใจก็คือ นี่เป็นการทำงานในช่วงที่พีคสุดๆ ของแจ็คสันจริงๆ เมื่อเขาแต่งเพลงสำหรับงานชุดนี้เอาไว้ถึง 60 เพลง และบันทึกเสียงไป 30 เพลง โดยตอนแรกแจ็คสันตั้งใจจะปล่อย Bad เป็นอัลบั้มแบบ 3 แผ่น แต่โจนส์ดักคอเอาไว้ก่อน และแนะนำว่าจะต้องตัดเพลงเหลือ 10 เพลง ทำออกมาเป็นงานแผ่นเดี่ยว แต่ในฉบับซีดีก็มีเพลง Leave Me Alone ซึ่งถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลในเวลาต่อมา แถมเข้ามาด้วย โดยใน 11 เพลงที่หลงเหลือในอัลบั้ม แจ็คสันแต่ง/ ร่วมแต่งเอาไว้ถึง 9 เพลง  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีอิสระในการทำงานมากขนาดไหน และน่าจะมากกว่าที่เคยเป็นใน Off the Wall และ Thriller แล้วด้วยจำนวนเพลง การมีส่วนร่วมกับงานขนาดนี้  มองในอีกมุมหนึ่ง Bad ก็คือ งานโปรเจ็คท์ส่วนตัวของไมเคิล แจ็คสันแบบ 100% นั่นเอง

moonwalker

Moonwalker หนังมินิ-มูฟวี่ ที่ทำขึ้นเพื่อโปรโมท (และหารายได้เพิ่ม) อัลบั้ม Bad

เนื้อหาของเพลงในอัลบั้มจะเกี่ยวพันกับเรื่องของ ความหวาดระแวง, ความรัก และการปรับปรุงตัวเอง นี่คืองานที่แจ็คสันกำลังจะพาทุกอย่างจาก Thriller ไปสู่ขีดสุดของตัวเอง เป็น Thriller ที่ประณีต บรรจงมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เว้นแต่ว่าไม่ได้ทำให้เป็นความสำเร็จที่รู้สึกเร้าใจ แม้ในแง่ของนักวิจารณ์ อัลบั้มชุดนี้คืองานที่ดี หากไม่มี Thriller และมีซิงเกิ้ลเด็ดๆ พอฟัดพอเหวี่ยงกับเพลงจาก Thriller ได้แค่ Bad, The Way You Make Me Feel และ I Just Can’t Stop Loving You แล้วก็มีงานที่ยอดแต่ไม่ถึงกับเยี่ยมอย่าง Smooth Criminal และงานระดับมาตรฐานของแจ็คสัน Man in the Mirror และ Dirty Diana

แต่แค่ระดับมาตรฐานของแจ็คสันในวันที่พีคสุดๆ ของตัวเอง ก็คือเป้าหมายที่ศิลปินในยุคนั้นใฝ่ฝันถึง และเป็นงานที่ก่ออิฐ ถือปูนสร้างความแข็งแรงให้กับการเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในทศวรรษที่ 80 ของเจ้าตัว เป็นหนึ่งในงานชั้นเยี่ยมของเขาชุดหนึ่ง ที่อาจจะเป็นรองก็แค่ Thriller หลักฐานยืนยันก็คือการที่มีเพลงถึง 9 เพลงถูกตัดเป็นซิงเกิ้ล เพลงหนึ่งเป็นแค่ซิงเกิ้ลโปรโมท อีกเพลงถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลนอกอเมริกา และ 7 เพลงเข้าถึงยี่สิบอันดับแรกของชาร์ท และแน่นอน 5 เพลงขึ้นอันดับ 1 ติดต่อกัน มีเพลงเดียวในอัลบั้มที่ไม่ถูกตัดเป็นซิงเกิ้ล หรือทำมิวสิค วิดีโอออกมาก็คือ Just Good Friends

ในอเมริกา Bad ถูกปล่อยออกมาในวันที่ 31 สิงหาคม 1987 และขึ้นอันดับ 1 ได้ในทันที และคงที่เป็นแชมป์อยู่ถึง 6 สัปดาห์ ตัวอัลบั้มอาจจะประสบความสำเร็จในอเมริกาไม่มากนัก เมื่อขายได้เพียง 8 ล้านก็อปปี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Thriller แต่กับตลาดนอกอเมริกา Bad ประสบความสำเร็จมหาศาล และกลายเป็นอัลบั้มขายดีนอกอเมริกาตลอดกาลอันดับ 2 เป็นรองก็แค่เพียง Thriller โดยจากการสำรวจล่าสุดในปี 2012 Bad ทำยอดขายได้มากถึง 30 – 45 ล้านหน่วย

นอกจากความสำเร็จในเรื่องยอดขาย และความนิยม Bad ยังเข้าชิงรางวัลแกรมที่ถึง 6 สาขา และได้มาถึงสองรางวัล รวมทั้งยังถูกยกให้เป็นอัลบั้มอันดับที่ 43 ใน 100 อัลบั้มยอดเยี่ยมตลอดกาลของคนยุคเอ็มทีวี จากการจัดอันดับในปี 2009 โดยสถานีวีเอชวัน และเป็นอัลบั้มอันดับที่ 202 ใน 500 สุดยอดอัลบั้มตลอดกาลของนิตยสารโรลลิง สโตน

ในเวลาต่อมา หลายๆ เพลงจากอัลบั้ม Bad ไม่ใช่แค่ยังคงถูกเปิด ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงรุ่นหนึ่ง ไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง แต่ยังถูกนำไปคัฟเวอร์โดยศิลปินรุ่นใหม่ๆ มากมาย ที่โดดเด่นเป็นพิเศษก็เช่น เอเลียน แอนท์ ฟาร์ม กับ Smooth Criminal, The Way You Make Me Feel โดย ชาคายา และที่เริ่ดเป็นพิเศษก็คือ ฉบับล้อเลียนที่ใช้ชื่อว่า Fat ของ “เวียร์ด อัล” ยานโควิค ในปี 1988 ซึ่งตัวมิวสิค วิดีโอถึงขั้นคว้ารางวัลแกรมมี่มาครองเลยทีเดียว

bad25

อัลบั้ม Bad 25 ที่ทำขึ้นในวาระครบรอบ 25 ปีของอัลบั้ม Bad

เมื่อปีที่แล้ว (2012) ซึ่งเป็นปีที่อัลบั้ม Bad ครบรอบ 25 ปี ได้มีการออกอัลบั้มในวาระพิเศษนี้ออกมา เมื่อ 18 กันยายน 2012 โดยใช้ชื่อว่า Bad 25  ซึ่งในอัลบั้ม นอกจากจะมีเพลงจากอัลบั้มฉบับดั้งเดิมแล้ว ก็ยังมีการใส่งานเดโมที่แจ็คสันทำเอาไว้ในช่วงเวลาที่ทำงานชุดนี้เข้ามาด้วย รวมไปถึงงานรีมิกซ์ และงานในเวอร์ชั่นพิเศษของเพลงจากอัลบั้มฉบับดั้งเดิม เช่น I Just Can’t Stop Loving You ฉบับภาษาสแปนิช และเฟรนซ์ โดยตัวอัลบั้มนั้นมีการทำออกมาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฉบับธรรมดา ซีดีแผ่นคู่, ฉบับดีลักซ์ ที่เอาบวกซีดีบันทึกการแสดงสดที่ เวมบลีย์ สเตเดียม เมื่อ 16 กรกฎาคม 1988 และดีวีดี คอนเสิร์ต เพิ่มเข้ามาจากฉบับธรรมดา, ฉบับดีลักซ์ สำหรับนักสะสม ที่จะมีอัลบั้มฉบับดีลักซ์ + เสื้อทีเชิร์ท+ หูฟัง + แผ่นเสียงซิงเกิ้ล I Just Can’t Stop Loving You มีหมายเลขกำกับ และของที่ระลึกจาก Bad World Tour ที่ทำขึ้นมาใหม่ เป็นต้น

นอกจากสำหรับคอแผ่นไวนีล ก็มีแผ่นไวนีล 189 กรัมออกมา และในบางประเทศเช่น ฮ่องกง หรือญี่ปุ่น ก็จะมีอัลบั้ม Bad 25 ฉบับเฉพาะของประเทศตัวเองด้วย

และไม่ใช่แค่ออกอัลบั้มพิเศษในวาระพิเศษ หาก Bad ต้นฉบับได้รับการวางแผนการตลาดอย่างดีเพื่อให้เป็นอัลบั้มที่ “พร้อม” ประสบความสำเร็จ Bad 25 ก็มีการทำการตลาดที่หนักหน่วงเอาการ สำหรับอัลบั้มที่นำมาออกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำแคมเปญจน์ร่วมกับเป็ปซี่ มีหนังสารคดีเรื่อง Bad 25 ซึ่งกำกับโดย สไปค์ ลี โดยทำการเปิดรอบปฐมทัศน์ในกงานเทศกาลภาพยนตร์เวนิซ ครั้งที่ 69 ในเดือนสิงหาคม และออกอาการทางช่องเอบีซี ในเดือนพฤศจิกายน โดยตัวหนังจะมีภาพเบื้องหลังการทำงานคลิปสำหรับเพลงในอัลบั้ม Bad และการให้สัมภาษณ์ของคนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในอัลบั้ม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เชอรีล โครว์ ที่เป็นนักร้องแบ็คอัพ และร้องคู่กับแจ็คสันในเพลง I Just Can’t Stop Loving You ตลอดการทัวร์ Bad แล้วก็ยังมีศิลปินรุ่นใหม่ๆ เช่น ซีโล กรีน มาพูดถึงอิทธิพลของ Bad ที่มีต่อตัวเขา ในเดือนกันยายน 2012 ก็มีรายการพิเศษความยาว 2 ชั่วโมงเรื่อง Bad 25: The Short Films of Michael Jackson ออกอากาศ

ที่ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการตัดเพลงในอัลบั้ม Bad 25 เป็นซิงเกิ้ลอีก 3 เพลงคือ I Just Can’t Stop Loving You/ Don’t Be Messin’ ‘Round, Bad (Afrojack Remix) (DJ Buddha Edit) และ I’m So Blue ซึ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของอัลบั้ม Bad ต้นฉบับ ที่เป็นงานการตอกย้ำความสำเร็จของไมเคิล แจ็คสัน และสถาปนาตัวเขาให้กลายเป็น King of Pop โดยสมบูรณ์ อีกที

ALBUM PROFILE
อัลบั้ม: Bad ศิลปิน: ไมเคิล แจ็คสันเดอะ เคียวร์ แนวเพลง: ป็อป, อาร์แอนด์บี, ร็อค, ฟังค์, แดนซ์-ป็อป ออกจำหน่าย: 31 สิงหาคม 1987 บันทึกเสียง: 5 มกราคม – 9 กรกฎาคม 1987 ที่ เวสท์เลค เรคอร์ดิง สตูดิโอ ความยาวของอัลบั้ม: 48:16 สังกัด: เอพิค โปรดิวเซอร์: ควินซี่ โจนส์ ซิงเกิ้ล: I Just Can’t Stop Loving You (20 กรกฎาคม 1987), Bad (7 กันยายน 1987), The Way You Make Me Feel (9 พฤศจิกายน 1987), Man in the Mirror (9 มกราคม 1988), Dirty Diana (18 เมษายน 1988), Another Part of Me (11 กรกฎาคม 1988), Smooth Criminal (24 ตุลาคม 1988), Leave Me Alone (13 กุมภาพันธ์ 1989), Liberian Girl (3 กรกฎาคม 1989)

จากเรื่อง BAD งานตอกย้ำความสำเร็จด้วยความสำเร็จของไมเคิล แจ็คสัน โดย ลุงทอย คอลัมน์ CLASSIC ALBUM นิตยสาร Hip

 


SHARE THIS
  • 242
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    242
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On