CHEF งานเล็กๆ ที่สนุก โดนใจ และ “จริงใจ”

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

จากงานกำกับหนังทุนสูงอย่าง Iron Man ภาคแรกและภาคที่ 2 แล้วก็ตามด้วย Cowboys & Aliens ที่คว่ำไม่เป็นท่า แฟฟโรเลือกหนังเรื่องต่อมาของตัวเอง ด้วยงานที่เล่าเรื่องแบบง่ายๆ โปรดัคชันที่ไม่มีอะไรหวือหวา พูดถึงชีวิตของคนทั่วๆ ไป ที่เจอปัญหาแบบปุถุชนคนธรรมดา เรื่องครอบครัว เรื่องหน้าที่การงาน ที่ไม่ต้องไปกู้โลก ช่วยชาติ หรือสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ ทำทุกอย่างก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง จัดการเรื่องความสัมพันธ์แบบพ่อๆ ลูกๆ และได้ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ

chef OST DL

และ คนๆ นั้นก็คือ คาร์ล แคสเปอร์ (แฟฟโร) เชฟในภัตตาคารใหญ่ ที่ชีวิตต้องเปลี่ยนไป หลังต้อนรับแรมซีย์ มิเชล (แพล็ทท์) นักวิจารณ์อาหารทางอินเตอร์เน็ท ซึ่งคาร์ลหวังจะทำเมนูพิเศษให้เขาชิม แต่กลับต้องใช้เมนูเดิมๆ ของร้าน เมื่อริวา – เจ้าของภัตตาคาร (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) เสนอแกมบังคับให้ใช้เมนูปกติของร้าน จนเป็นจุดอ่อนให้แรมซีย์ตำหนิ แต่ที่เลวร้ายกว่าก็คือ คาร์ลดันไปตอบโต้แรมซีย์ผ่านทางทวิตเตอร์ โดยไม่รู้ว่าแรมซีย์มีผู้ติดตามนับแสน ทำให้เกิดเรื่องโต้เถียงใหญ่โต จนคาร์ลท้าแรมซีย์อีกครั้ง แบบกะทำเมนูพิเศษให้แรมซีย์ลอง แต่ริวายืนกรานเหมือนเดิม จนคาร์ลลาออกจากร้าน ส่วนแรมซีย์ก็ต้องเจอเมนูเดิมๆ ทำให้ทวีตข้อความแขวะคาร์ล ที่พอฝ่ายหลังได้เห็นก็แจ้นมาปะทะคารม จนกลายเป็นคลิปร้อนทางอินเตอร์เน็ทในทันที

อนาคตของคาร์ลท่าจะจบเห่ และไม่ใช่แค่ชีวิตการทำงาน ชีวิตครอบครัวของเขากับอิเนซ ภรรยาที่แยกกันอยู่ก็ใช่ว่าจะราบรื่น โดยเฉพาะกับเพอร์ซี ลูกชายคนเดียวที่เขาทำหน้าที่พ่อได้อย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และห่างเหินกันไปเรื่อยๆ อิเนซที่กำลังจะไปทำงานที่ไมอามี พร้อมกับลูก เลยเสนอโอกาสนี้ให้คาร์ลได้ดูแลลูกที่นั่นระหว่างเธอทำงาน เพื่อทั้งคู่จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น รวมทั้งแนะให้คาร์ลไปคุยกับสามีเก่าของเธอเพื่อทำรถขายอาหารเร่ ในช่วงที่ยังไม่มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราว แม้ตัวเขาจะไม่เต็มใจนักก็ตาม

และนั่นก็ไม่ใช่แค่ทำให้คาร์ลมีอะไร “ทำ” ในช่วงที่ชีวิตตกอับสุดขีด แต่ยังกลับกลายเป็นจุดพลิกผันของชีวิตเขาไปพร้อมๆ กัน

ดูดีๆ ชีวิตของคาร์ล ก็ไม่ต่างไปจากตัวแฟฟโร แต่เปลี่ยนจากคนทำหนัง มาเป็นคนทำอาหาร ขณะที่แฟฟโรมีชื่อเสียงโด่งดังจากการทำหนังในสตูดิโอใหญ่ ที่กำหนดขอบเขตความคิดสร้างสรรค์เอาไว้ชัดเจน คาร์ลก็คือคนทำอาหารที่เป็นที่รู้จักในภัตตาคารใหญ่ ที่ทุกอย่างต้องทำตามใจเจ้าของร้าน แล้วเมื่อแฟฟโรเจอศึกหนักหลัง Cowboys & Aliens แป๊ก คาร์ลก็ล้มเต็มๆ จากการรับมือกับนักชิม แต่เขาก็ลุกขึ้นด้วยการเปิดร้านขายอาหารเร่ ที่ขายอาหารแบบม้วนเดียวจบ อย่างแซนด์วิช หรือเบอร์เกอร์ทั้งหลาย เมนูทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาต้องการและคิด แฟฟโรก็ทำ Chef แบบงานอินดี ทุกอย่างอยู่ในมือและสมองของเขา เมื่อรับหน้าที่ทั้งแสดง, เขียนบท และกำกับ ไม่ใช่หนังทุนใหญ่ที่มีกรอบกฏเกณฑ์มากมายเหมือนที่ผ่านมา

ไม่แปลกที่ Chef จะดูเป็นหนังส่วนตัวของแฟฟโร และไม่ใช่แค่คาร์ล ตัวละครในเรื่องที่ได้พบทางออกในชีวิต แฟฟโรก็เช่นกัน ที่ได้พบการทำงานที่น่าจะเต็มไปด้วยความสุข ซึ่งสัมผัสได้จากตัวหนังที่เป็นงานฟีลกู๊ด ดูเพลินตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ฟูมฟาย ไม่พยายามหรือตั้งใจจนน่าเกลียด แม้บางส่วนจะดูจงใจอยู่บ้าง หากก็ไม่ล้นจนกลายเป็นดัดจริต โดยเฉพาะการค้นพบทางออกของตัวละครที่ดูจะคลี่คลายได้แบบง่ายๆ แต่ก็เป็นการเล่าเรื่องที่ไปกันได้กับโทนของหนัง ทุกอย่างก็ดูพอดีคำ ดนตรีประกอบ การเลือกโลเคชัน ที่เน้นไปที่เมืองที่มีสีสันทั้งเรื่องของอาหาร และความเฉพาะตัวของดนตรี การแสดงลื่นไหล รับส่งกันได้อย่างดียกทีม ยกแก๊ง ไม่ว่าจะเป็นแฟฟโร และเจ้าหนูเอ็มเจย์ แอนโธนี ที่เล่นเป็นเพอร์ซี-ลูกชายของคาร์ล ที่เป็นตัวละครศูนย์กลางของหนัง ที่ได้ตัวเสริมอย่างดีเช่น จอห์น เลกุยซาโม ในบทเป็นผู้ช่วยของคาร์ล โดยมีตัวละครสมทบที่มาเล่นกันแบบคนกันเอง อย่าง โรเบิร์ท ดาวนีย์ จูเนียร์, ดัสติน ฮอฟฟ์แมน เป็นเซอร์ไพรส์

chef sadaos

โดยแฟฟโรเองกับเลกุยซาโม ที่ต้องเข้าฉากทำอาหารแทบตลอดเวลานั้น ก็เล่นได้สมจริงจนอยากให้ทั้งคู่ทำอาหารให้กินกันเลยก็ว่าได้

และไม่ใช่แค่เรื่องการหาทางออกให้กับชีวิต Chef ยังให้ความสำคัญของครอบครัว ที่แต่ละคนต้องได้เรียนรู้กัน มีความใกล้ชิด รวมไปถึงยอมรับกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์เดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น และมีความสุข รวมไปถึงเป็นแบ็คอัพที่ดีสำหรับผู้คนในเวลาที่ชีวิตต้องเจอกับปัญหา

ตลอดจนเรื่องการตลาดในโลกยุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องมีสื่อใหญ่ๆ เงินเยอะๆ แต่ใช้โซเชียล มีเดียให้เป็น ธุรกิจก็สามารถประสบความสำเร็จได้ หากใช้ให้ถูกที่ แบบที่เพอร์ซีแสดงให้พ่อเห็น และก็พังชีวิตได้ง่ายๆ อย่างที่คาร์ลทำจนชีวิตแทบจบสิ้นก็ว่าได้ ซึ่งทั้งหมดถูกใส่เข้ามาอย่างกลมกลืน รู้ว่าตั้งใจ แต่ก็ไม่ถึงกับรู้สึกว่ากำลังโดนยัดเยียด

แล้วก็เป็นอีกครั้ง ที่ไม่ใช่แค่ตัวละครที่ประสบความสำเร็จจากการใช้สื่อให้เป็น ตัวหนังก็เช่นกัน เมื่อ Chef กลายเป็นงานที่ประสบความสำเร็จของแฟฟโร เก็บเงินไปเรื่อยๆ แบบน้ำซึมบ่อทราย อาศัยปากต่อปาก คำวิจารณ์ มากกว่าจะถูกโปรโมทแบบเงินถุงเงินถัง ถึงรายได้จะไม่หวือหวาแบบหนังทุนหนา แต่หนังก็ทำเงินไปได้สบายๆ และที่สำคัญ พาแฟฟโรมายืนอยู่ในจุดที่หลายๆ คนก็ไม่คิดว่าเขาจะทำได้

Chef ก็ไม่ใช่แค่กู้ชื่อให้แฟฟโรเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า เขาสามารถทำงานที่งดงาม เรียบง่าย และ “จริงใจ” ได้เช่นกัน

ผู้กำกับ: จอน แฟฟโร นักแสดง: จอน แฟฟโร, โซเฟีย เวอร์การา, จอห์น เลกุยซาโม, เอ็มเจย์ แอนโธนี, สคาร์เล็ทท์ โจแฮนส์สัน, โอลิเวอร์ แพล็ทท์, บ็อบบี คาร์นาวาล, โรเบิร์ท ดาวนีย์ จูเนียร์

จากเรื่อง CHEF งานเล็กๆ ที่สนุก โดนใจ และ “จริงใจ” โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสาร สีสัน
สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On