ฟังไปแล้ว – Ever Since I Lost My Mind อัลบัมอเมริกันพันธุ์แท้รุ่นใหม่จาก SUSTO

SHARE THIS
  • 41
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    41
    Shares

วงดนตรีจากชาร์ลสตัน, เซาธ์ แคโรไลนา ที่ฟอร์มวงกันมาตั้งแต่ปี 2013 มีอัลบัมแรกที่ใช้ชื่อวงเป็นชื่อชุดออกมากับค่ายเพลงเล็กๆ ในปี 2014 แล้วก็ตามด้วย & I’m Fine Today ในอีก 3 ปีต่อมา และการกลับมาในปีนี้ ซัสโตมีค่ายใหญ่ราวน์เดอร์ให้การดูแล

ไม่ต่างจากวงดนตรีอื่นๆ ที่เวียนว่ายในวงการอยู่นาน กว่าจะได้เซ็นสัญญาเป็นหลักเป็นฐาน สมาชิกของซัสโตก็เปลี่ยนแปลงไปมาอยู่หลายคน ก่อนจะจบลงที่ จัสติน ออสบอร์น, มาร์เชลล์ ฮัดสัน, ไดรส์ แวนเดนเบิร์ก, จอร์แดน ฮิคส์ และสตีเวน วอล์คเกอร์ อย่างที่เห็นในงานชุดล่าสุด Ever Since I Lost My Mind โดยมีจัสติน ออสบอร์นเป็นแกนหลัก ส่วนชื่อวงนั้นมีที่มาจาก อาการป่วยทางวัฒนธรรม ที่เกิดขึ้นกับคนเชื้อสายละตินตั้งแต่แถบเท็กซัสไล่ละไปจนถึงตอนกลางของสหรัฐอเมริกา

งานเพลงของซัสโต จากที่ไล่เรียงฟังอัลบัมสองชุดก่อนหน้า รวมไปถึงงานอีพี และงานแสดงสดที่สามารถหาฟังได้ในแอปเปิล มิวสิค หากจะให้นิยาม เพลงของพวเขาก็คือ ดนตรีร็อคยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยอิทธิพลของงานในแบบคันทรี-ร็อค ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงดนตรี การเรียบเรียงเพลง เสียงร้อง และอารมณ์ของงาน

โดยเฉพาะอัลบัมแรกที่ตัวงานลงลึกไปถึงการเป็นงานคันทรี-โฟล์คเลยด้วยซ้ำ จากนั้นพวกเขาก็เติมซาวนด์แปลกๆ สำเนียงดนตรีใหม่ๆ เข้ามา ทำให้อัลบัมชุดที่สอง & I’m Fine Today ทั้งร่วมสมัย ทั้งมีความเป็นร็อคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องสายจากคีย์บอร์ด โปรแกรมกลองหรือว่าลูป รวมไปถึงการมิกซ์เสียงที่ฟังล่องลอย และซาวนด์ของเบสที่ฟังบวมๆ แบบไซคีดีลิก โดยที่ไม่ทิ้งอิทธิพลของดนตรีคันทรีและโฟล์คไปไหน

เรียกได้ว่า พวกเขาเติบโต และพยายามหาทางที่ชัดเจนของตัวเองไปพร้อมๆ กัน โดยมีงานชุดแรก SUSTO เป็นรากฐานสำคัญ

และ Ever Since I Lost My Mind ก็คือการสานต่อสิ่งที่เริ่มต้นเอาไว้ใน & I’m Fine Today หากไม่ได้มาพร้อมบรรยากาศที่ล่องลอย เคลิ้มเคลิ้บนักหนาแบบนั้น ตัวเพลงส่วนใหญ่ฟังโปร่ง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แล้วก็ฟังง่าย เข้าถึงง่ายมากกว่าเดิม

ที่หลายๆ เพลง อย่าง “Weather Balloons” หรือ “Manual Transmission” ก็อาจจะทำให้นึกถึงเพลงของวงอัลเทอร์เนถีฟ-ป็อปทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Third Eye Blind หรือ Semisonic รวมไปถึง Marcy Playground ที่ปรับแต่งดนตรีป็อป-ร็อคแบบอเมริกัน ด้วยซาวนด์ที่เข้ายุค เข้าสมัยมากขึ้นจนกลายเป็นทางดนตรีที่พอจะให้นิยามเฉพาะได้อีกรูปแบบหนึ่ง ขึ้นมาได้บ้างในช่วงเวลานั้น

ในขณะเดียวกัน หลายๆ เพลงก็ไปไกลจากสิ่งที่พวกเขาเคยเริ่มต้นเอาไว้จาก SUSTO อัลบัมแรกไม่น้อยเลย เช่น “Last Century”

หากก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะปลดทิ้งรากเดิมของตัว หรือปรับแต่งจนไม่เหลือภาพเดิมๆ อย่างที่เคยได้ยิน ได้ฟังจากจุดเริ่มต้นไปจนหมด เพราะกับช่วงท้ายๆ ของอัลบัม กับสิ่งที่ได้ยินใน “Cocaine”, “Ever Since I Lost My Mind” หรือว่า “No Way Out” รวมไปถึงเพลงปิดอัลบัม “Off You” ทั้งหมดทั้งมวลล้วนอยู่ในทิศทางของงานโฟล์ค-ร็อค, คันทรี ร็อค

ที่การนำมาจัดวาง จับไว้ในตอนท้ายแบบนี้ นอกจากจะทำให้คนฟังที่ตามกันมาตั้งแต่ต้นได้สัมผัสกับสิ่งที่ทำให้รักพวกเขาอีกครั้งแล้ว คนฟังใหม่ๆ ก็จะได้รับรู้ถึงอีกด้านของซัสโต ที่อาจจะย้อนไปหาฟังความเป็นมา ในโลกที่การหาอัลบัมเก่าๆ ของศิลปินสักรายไม่ได้ยากอีกต่อไปอย่างในวันนี้ รวมไปถึงยังเป็นการปิดท้ายอัลบัมที่เริ่มต้นได้อย่างหวือหวา ด้วยความเรียบง่าย และผ่อนคลาย

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง Ever Since I Lost My Mind อัลบัมอเมริกันพันธุ์แท้รุ่นใหม่จาก SUSTO คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ 1 มีนาคม 2562


SHARE THIS
  • 41
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    41
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On