Freestyle Seed กับดนตรีโมเดิร์น ป็อปที่ไพเราะร่วมสมัยใน Melody งานโซโล่ชิ้นแรกนักร้องนำวงเท็กซัส

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

คงไม่มีใครไม่เคยมีความฝันและอยากทำความฝันนั้นให้เป็นความจริง ความฝันในที่นี้ไม่ใช่ความฝันที่เกิดขึ้นระหว่างนอนหลับในเวลากลางคืน หรือแอบงีบหลับในที่ทำงานตอนบ่ายๆเวลาเจ้านายเผลอ แต่เป็นความใฝ่ฝันหรือความมุ่งหวังที่จะทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาในการรอคอยที่จะทำนานแค่ไหนก็ตาม ตราบใดที่ยังมีลมหายใจความฝันที่ทุกคนมีย่อมแปรเปลี่ยนเป็นความจริงได้เสมอ ถ้ามีความมุ่งมั่นอดทนและพยายามที่จะลงมือทำความฝันนั้นทันที่ที่มีโอกาสด้วย ไม่ใช่สักแต่ฝันและพูดโดยไม่เคยลงมือทำมันสักครั้ง เฉกเช่นนักการเมืองไทยในทุกยุคสมัยที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นคนพูดเก่งแถมเป็นจอมโปรเจ็คท์ที่เต็มไปด้วยความฝันอันสวยงามต่อประเทศไทยและคนไทยอีกต่างหาก แต่สุดท้ายก็กลายเป็นฝันกลางวันที่ไม่เคยเป็นความจริงสักที….

ทำอย่างไรกับคนจำพวกนี้ดีครับ ?

ชาร์ลีน สพิเทอรี (Sharleen Spiteri) นักร้องนำคนสวยเสียงไพเราะของ เท็กซัส (Texas) วงโมเดิร์น ป็อปชื่อดังจากเมืองกลาสโกว์, สก็อตแลนด์ ก็เป็นศิลปินอีกคนที่มีความฝันอย่างเปี่ยมล้นในเรื่องของการเขียนเพลง ร้องเพลงและออกอัลบั้ม ด้วยตัวเธอเอง กับนักดนตรีหรือศิลปินคนเก่งที่เธอโปรดปราณในสไตล์ดนตรีที่ตัวเธอได้ใฝ่ฝันไว้สักครั้งและอีกหลายๆครั้งถ้ามีโอกาส ฟังดูแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าตื่นเต้นแต่อย่างใดกับความฝันของเธอ เพราะศิลปินทุกคนในวงการดนตรีของทุกประเทศทั่วโลกหรือแม้แต่วงการอื่นๆ ก็ย่อมมีความฝันแบบเดียวกันอย่างนี้เสมอ แต่ขึ้นอยู่ว่าใครจะมีโอกาสได้ทำหรือไม่ ? และเมื่อได้ทำแล้วผลงานชิ้นนั้นออกมาดีและยอดเยี่ยมตามความต้องการหรือเปล่านั้น คงไม่มีใครกล้ารับรองหรือทำนายล่วงหน้าได้ แต่ถ้าผลงานชิ้นนั้นมีความสมบูรณ์แบบด้วยโครงสร้างและองค์ประกอบต่างๆที่ลงตัว ทั้งเป็นไปตามแบบแผน สไตล์หรือความต้องการของเจ้าของผลงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคัดเลือกศิลปินรับเชิญที่เข้ามาร่วมงาน โปรดิวเซอร์ แนวทางของดนตรี วัตถุดิบหรือแรงบันดาลที่วาดฝันไว้ว่าอยากได้ อยากมีในผลงานชิ้นนี้และอื่นๆอีกมากมาย ก็ย่อมที่จะให้ใครๆมีความมั่นใจและกล้าทำนายล่วงหน้าได้ว่า ผลงานชิ้นนี้ต้องประสบความสำเร็จในระดับที่ดีและน่าพอใจแน่นอน อัลบั้มโซโล่เดี่ยว Melody ซึ่งเป็นชุดแรกของสาวเสียงดีนามชาร์ลีน สพิเทอรีคนนี้ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของการมุ่งมั่น สร้างสรรค์และผลักดันให้ความฝันของตัวเองให้กลายเป็นความจริง และประสบความสำเร็จดังที่เธอต้องการ

ชื่อเสียง เงินทองและรางวัลต่างๆที่ได้รับมาจากการเป็นสมาชิกถาวรในตำแหน่งนักร้องนำของวงเท็กซัสนั้น เธอยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เธอมีความสุขและพอใจกับมันอย่างที่สุดแล้วในอาชีพของการเป็นศิลปินนักร้องและนักดนตรีอาชีพ นับตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก Southside ในปี 1989 จนถึงอัลบั้มล่าสุด Red Book เมื่อปี 2005 ที่ผ่านมารวม 7 อัลบั้ม วง Texas ได้รักษามาตรฐานของการทำงานดนตรีไว้อย่างน่ายกย่อง ไม่ว่าแทรนด์ดนตรีของโลกจะแปรเปลี่ยนไปในทิศทางใดหรือแนวไหนก็ตาม ดนตรีโมเดิร์นป็อปชั้นดีของเท็กซัส ที่มีสูตรสำเร็จของโครงสร้าง รายละเอียดและกลิ่นอายของดนตรีอย่าง บริทร็อค นอร์ทเธิร์นโซลกับพาวเวอร์ป็อปนั้น ยังคงแสดงศักยภาพความไพเราะร่วมสมัยได้อย่างถาวร ไม่มีแนวดนตรีใดมาแย่งความเหนียวแน่นของแฟนเพลงพันธุ์แท้และจุดยืนอันมั่นคงในการทำงานดนตรีแนวนี้ของพวกเขาได้ ความสำเร็จอย่างสูงสุดทั่วโลกในทุกๆด้านจากอัลบั้ม White On Blonde ในปี 1997 กับอัลบั้ม The Hush ในปี 1999 นั้น ได้สร้างเพลงฮิตอมตะบันทึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเพลงป็อปโลกไว้มากมายมายหลายเพลงอาทิเช่น Summer Son, Say What You Want, I Don’t Want a Lover หรือ Put Your Arm Around  เป็นต้น จึงเป็นรากฐานอันแข็งแรงที่ผลักดันให้เธอมีความกล้า และมีความพร้อมในการก้าวออกมาไล่จับความฝันของเธอโดยตัวเองเป็นครั้งแรกด้วยความมั่นใจเกินร้อย

ชาร์ลีน ได้พูดถึงความฝันอันบรรเจิดของเธอกับการได้ทำงานเดี่ยวครั้งแรกในอัลบั้มที่ชื่อ Melody ไว้อย่างน่าฟังว่า “ ฉันมีความฝันและต้องการที่จะทำดนตรีหรือร้องเพลงให้ดีและยอดเยี่ยมได้เหมือนกับ แนนซี ซิเนตรา (Nancy Sinatra) เสมอ เพราะมันไม่เคยมีอะไรแบบนี้ในงานของเท็กซัสเลยที่ผ่านมา และมันควรจะถึงเวลาทำความฝันของฉันให้เป็นความจริงเสียที หลังจากเสร็จอัลบั้มที่ผ่านมาทุกๆคนในวงต่างสรุปและตัดสินใจว่า แต่ละคนควรออกไปทำอะไรต่างๆตามที่อยากทำกันบ้างจะเพื่อเป็นการผ่อนคลายและปลดปล่อย โดยไม่มีการแตกหรือแยกวงเพราะวง Taxas คือครอบครัวของพวกเราทุกคนไปแล้ว เมื่อโอกาสแบบนี้มาถึงความฝันที่ฉันอยากมีอัลบั้มสักอัลบั้มที่มีส่วนผสมของแนนซี ซิเนตรากับ ลี เฮเซิลวูด (Lee Hazlewood) แต่มีจิตวิญญานและกลิ่นอายของ จอห์นนี แคช (Johnny Cash), โมทาวน์ (Motown), เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley), เดอะ ไรเธียส บราเธอร์ส (The Righteous Brothers), เซิร์จ เกนสเบิร์ก (Serge Gainsbourg) และ ฟรังซัวส์ ฮาร์ดี (Francoise Hardy) อัดแน่นอยู่ภายใน จึงกลายเป็นความจริง และมันน่าจะเป็นอัลบั้มที่รวบรวมเอาความเพ้อฝันส่วนตัวของฉันไว้ได้อย่างครบถ้วนในที่สุด”

และด้วยกระแสของแนวเพลง Retro –Pop ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอยู่ในยุโรปและอเมริกาในวันนี้ โดยการเริ่มต้นเปิดศักราชโดย เอมี ไวน์เฮาส์ (Amy Winehouse), ดัฟฟี (Duffy) และ อเดล (Adele) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับความฝันของเธอ อัลบั้ม Melody จึงมีความไพเราะร่วมสมัยอย่างน่าทึ่งไม่ต่างไปจากผลงานของศิลปินสาวๆเหล่านั้นแม้แต่น้อย ตั้งแต่การได้ตัว เบอร์นาร์ด บัทเลอร์ (Bernard Butler) อดีตมือกีตาร์คนเก่งของวง สเวด (Suede) ที่ผันตัวเองมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับสาวน้อยชาวเวลส์ ดัฟฟี ในอัลบั้มแรก Rockferry จนโด่งดังไปทั่วโลกในวันนี้ มาร่วมโปรดิวซ์ให้กับเธอในไตเติ้ลแทร็ค It Was You ที่สามารถสร้างความอิ่มเอมให้กับเราผ่านท่วงทำนองของดนตรีพ๊อพยุค 60s ที่ผสานผสานกับกลิ่นอายของดนตรีนอร์ทเธิร์นโซลได้อย่างกลมกลืนและร่วมสมัย

สำหรับกลิ่นอายของดนตรีโซลฟังก์สไตล์โมทาวน์ที่เธอหลงใหลนั้น แทร็ค Stop I Don’t Want Love You Anymore ได้กระชากเราย้อนมิติและเวลากลับไปสู่ยุคนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ คล้ายเธอได้ขึ้นไปทำหน้าที่นักร้องนำแทน ไดอานา รอสส์ (Diana Ross) ให้กับวง ซูพรีมส์ (The Supremes) ที่ได้ทีมเครื่องเป่าจากวง เด็กซีส์ มิดไนท์ รันเนอร์ส (Dexys Midnight Runners) มาร่วมแจมด้วย ส่วนแทร็ค I Wonder นั้นเธอได้โชว์พลังเสียงที่ได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีกอสเปลของ เดอะ สเตเปิล ซิงเกอร์ส (The Staple Singers) และ มาฮาเลีย แต็คสัน (Mahalia Jackson) ที่แม่ของเธอเปิดให้ฟังตั้งแต่เด็กไว้อย่างไร้ที่ติ โดยมีกลิ่นอายการเอื้อนเสียงในสไตล์ของ สโมคีย์ โรบินสัน (Smokey Robinson) ฟุ้งตลบอบอวลอยู่ด้วย และคอร็อคยุค 60s นั้นเธอได้เตรียมแทร็คที่คึกคักชื่อ Don’t Keep Me Waiting ไว้ให้อย่างพร้อมสรรพสำหรับการโยกและคลึง แต่แทร็คที่ชื่อ All The Times I Cried นั้นเธอกลับแปรเปลี่ยนอารมณ์ของเราไปสู่ดนตรีป็อปยุค 60s ในแบบฉบับของ ดัสตี สปริงฟิลด์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ความฝันที่เธอทำให้กลายเป็นความจริงด้วยอัลบั้ม Melody ชุดนี้นั้น อบอวลไปด้วยเรื่องราวของความรักที่ไม่ซับซ้อนแต่ซ่อนแง่มุมอันหลากหลายที่เต็มไปด้วยการมองโลกในแง่ดีไว้ให้เราได้ค้นหา อีก 6 แทร็คที่เหลือจึงรบกวนให้ไปค้นหาความรื่นรมย์จากความร่วมสมัยที่ทุกคนควรได้รับด้วยตัวคุณเอง

”I’m a firm believer that every time you sit down to write a song you should try and write a hit record.” นี่คือคำพูดที่สรุปสั้นของชาร์ลีน ต่องานเพลงในอัลบั้มชุดนี้ของเธอ และเราก็เชื่ออย่างที่เธอบอกไว้เช่นกัน.

โดย นรเศรษฐ หมัดคง คอลัมน์ Music นิตยสาร Image ฉบับ สิงหาคม 2551
ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1441847062716898&set=pb.1439414162960188.-2207520000.1396388366.&type=3&theater


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On