Sing Street หนังฟีลกู๊ดเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่เพลง

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

จากเรื่องความรักของเด็กไฮสคูล ซึ่งคงไม่พ้นความรักแบบเด็กๆ หรือปั้ปปี เลิฟ (Puppy Love) ที่นำไปสู่การทำเพลง ทำดนตรี ที่ล้วนเป็นเพลงยุค 80 ตามช่วงเวลาในหนัง หากให้จำเพาะเจาะจง เพลงใน Sing Street ก็คืองานแบบนิว เวฟ หรือว่า นิว โรแมนติค ตามพื้นเพที่เกิดเหตุการณ์ในเรื่อง

ที่นอกจากจะได้ฟังเพลงจากยุคนั้น ก็ยังมีเพลงใหม่ที่แต่ง, เรียบเรียง, ทำดนตรีราวกับเป็นเพลงจากยุคเดียวกัน แล้วก็นำเสนอแฟชัน, เสื้อผ้า, หน้าผม ตลอดจนไลฟ์สไตล์ของคนยุค 80 แบบเต็มๆ มีโมเมนท์มากมายของคนยุคนั้น เช่น การรอคอยรายการเพลงทางทีวี, ความคลั่งไคล้หนังอย่าง Back to the Future

Sing Street เลยเป็นงานถวิลหาอดีต มากพอๆ กับที่เป็นหนังเพลง และเป็นหนังโรแมนติค วัยหวาน

แต่ในขณะเดียว ก็ไม่ต่างไปจากงานก่อนๆ หน้าของจอห์น คาร์นีย์ ผู้กำกับ ที่มีประเด็นอื่นๆ มากมายถูกใส่เข้ามาด้วย

เรื่องรักระหว่างนักดนตรีข้างถนน และผู้หญิงยุโรปตะวันออก ที่อพยพมาทำงานในไอร์แลนด์ ของ Once ก็มาพร้อมการนำเสนอปัญหาการอพยพมาหางานทำในโลกเสรี ของผู้คนจากประเทศเกิดใหม่ในยุโรปตะวันออก รวมไปถึงเรื่องความรัก ที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ความเป็นอยู่ และการที่ฝ่ายหนึ่งมีใครบางคนอยู่แล้ว ตลอดจนการตามหาความฝัน ที่คนหนึ่งกำลังโรยรา คนหนึ่งมอดดับไปแล้ว แต่ในที่สุดต่างก็เติมเต็มให้กัน จนทำให้ความฝันของฝ่ายหนึ่งกลับมาลุกโชติช่วงอีกครั้ง

กับ Begin Again นอกจากเรื่องรักเกือบจุดไฟติดของโปรดิวเซอร์พ่อม่ายลูกติด กับนักแต่งเพลงสาวแฟนทิ้ง คาร์นีย์ใส่ประเด็นที่เกี่ยวกับธุรกิจเพลง การทำงานดนตรี ชีวิตของศิลปินที่ประสบความสำเร็จเข้ามา และความรักของตัวละครก็มีกำแพงสูงขวางกั้น แต่หนังก็จบลงในแบบอิ่มๆ ไม่ต่างไปจาก Once

พอมาถึง Sing Street แม้ตัวละครจะเยาว์วัยกว่าสองเรื่องแรก นอกจากความรักปัปปี เลิฟ, การเป็นงานถวิลหาอดีต เรื่องโรแมนติคแบบเด็กๆ ยังพาไปสู่เป้าหมายชีวิตที่แตกต่างจากเดิมของบางคน จากที่ตั้งวงดนตรีเพื่อจีบสาว เรื่องหวานๆ ครั้งนี้พาเขาไปไกลกว่านั้น ทำให้กลายเป็นหนังอีกเรื่องที่พูดถึงการตามหาความฝันของคนหนุ่มคนสาว ที่มีตัวละครเปรียบเทียบ อย่างพี่ชายของเด็กหนุ่มที่ปิ๊งหญิงแบบรักแรกพบ ซึ่งชีวิตเจออุปสรรคมากมายจนความฝันพังทะลาย เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน แต่ความงดงามของเขาก็คือ การเป็นผู้หว่านปุ๋ย และรดน้ำความฝันของน้องชายให้เติบโต

ขณะที่ไอ้หนูคนน้องก็ได้เรียนรู้ชีวิตมากขึ้นผ่านเหตุการณ์ที่เข้ามา ได้ก้าวพ้นวัย ได้เปลี่ยนแปลงชีวิต ทัศนคติ และเติบโตจากวัยหนึ่งไปสู่อีกวัยหนึ่ง

แล้วก็มีเรื่องปัญหาสังคม ไม่ว่าจะเป็นผลของสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้หลายๆ ครอบครัวต้องพบกับการเปลี่ยนแปลง และอนาคตของบางครอบครัวก็เหลือแค่ใช้ชีวิตไปวันๆ, กฎเกณฑ์ทางศาสนาที่ทำให้ชีวิตคู่มีปัญหา นำไปสู่ครอบครัวที่อ่อนแอ และทำให้เด็กที่เกิดมาแบกรับปัญหาทันทีที่จำความได้ รวมไปถึงความแตกต่างทางทัศนคติ, รสนิยมของคนต่างรุ่น ที่มีทั้งเบาๆ อย่าง พ่อที่ไม่รู้สึกอะไรกับความพิเศษจากการโปรโมทเพลงด้วยมิวสิค วิดีโอ เหมือนที่ลูกๆ สัมผัสได้ หรือหนักๆ อย่าง บาทหลวงในโรงเรียนคาธอลิกที่ทุกอย่าง ต้องเป๊ะราวกับเป็นเส้นตรง และตอบโต้กับการละเมิดกฎด้วยความรุนแรง

อาจจะรู้สึกว่าหนังน่าจะเครียดๆ แต่ Sing Street ยังเป็นงานฟีลกู๊ดเหมือนหนังเรื่องก่อนของคาร์นีย์ เรื่องราวเหล่านี้ถูกแทรกเข้าไปในเรื่องความรักใสๆ ที่มาพร้อมกับเพลงเพราะได้อย่างกลมกลืน แบบไม่ทำลายโทนหนัง และไม่รู้สึกยัดเยียด ทำให้ Sing Street มีมิติความลึก มากกว่าเป็นแค่หนังเพลง เรื่องรักๆ งานก้าวพ้นวัย ในอารมณ์ถวิลหาอดีต ที่สำคัญคาร์นีย์นำเสนอออกมาอย่างอบอุ่น และมีพลัง

แล้วอีกอย่างที่ไม่ต่างไปจากหนังสองเรื่องก่อนหน้า แม้จะมีช่วงเวลาหลายๆ ครั้ง ที่หนังเกือบจะกลายเป็นงานน้ำเน่าดาดๆ คาร์นีย์ ก็หนีออกมาได้ทุกที และทำให้งานของเขามี ‘คลาสส์’ อย่างที่เห็น

จากเรื่อง Sing Street หนังฟีลกู๊ดเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่เพลง คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 30 มิถุนายน 2559


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On