SNITCH หนังดราม่า ปัญหาพ่อ-ลูก กฏหมายไร้ประสิทธิภาพ และการพลิกบทบาทของเดอะ ร็อค

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

01-copyฉากหน้าของหนัง Snitch ดูเหมือนจะมีองค์ประกอบทุกอย่างของหนังแอ็คชัน ตื่นเต้นเต็มรูปแบบ ที่จะทำให้ลุ้นระทึก มีฮีโรนักบู๊ ดเวย์น จอห์นสัน แต่จริงๆ แล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้บอกเล่าเรื่องราวสะกดใจ ที่กล่าวถึงผลลัพธ์ร้ายแรงที่น้อยคนนักจะรู้ของการทำสงครามกับยาเสพติดในปัจจุบัน

“บทหนังเรื่องนี้เกิดจากบทความเกี่ยวกับคดีจริงๆ ในระบบยุติธรรมของเรา ที่คนจะได้รับทางเลือกระหว่างการเป็นผู้ให้ข้อมูลหรือการเข้าคุก” แมทท์ แจ็คสัน ผู้อำนวยการสร้าง Snitch กล่าว “จัสติน เฮย์ธี ที่เป็นนักเขียนมือดี เขียนบทร่างแรก แล้วเราก็ใช้เวลาหลายปีเพื่อต่อยอดจากตรงนั้น”

หนังมีความเป็นดรามา มากกว่าหนังแอ็คชันทั่วๆ ไป “ถึงจะมีองค์ประกอบแอ็คชันมากแค่ไหน แต่ Snitch ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวอเมริกัน ที่ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นธรรม ที่ระบบยุติธรรมของเราตราเอาไว้ พอเด็กคนหนึ่งทำอะไรพลาดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ชีวิตของเขาทั้งชีวิตก็พังครืนลงมา”

หนังเป็นเรื่องราวของจอห์น แมทธิวส์ เจ้าของบริษัทก่อสร้าง ที่เจสัน ลูกชายวัย 18 ปี ถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ค้ายาจากเด็กอีกคนที่พยายามเอาตัวรอด และทำให้เจสันต้องติดคุกกลาง 10-30 ปี โอกาสเดียวที่จะได้ลดโทษคือการให้ข้อมูลซัดทอดคนอื่น ด้วยความที่ไม่รู้จักพวกค้ายาเลย ทางเลือกเดียวของเขาคือการโกหก และสร้างหลักฐานเท็จปรักปรำเพื่อนของเขา เมื่อเขาปฏิเสธ พ่อของเขาก็เลยจัดการลงมือด้วยตัวเอง

“เจสันเป็นวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่ง” แจ็คสันบอก “เขารับห่อของจากเพื่อน โดยไม่รู้เลยว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง เรานำเสนอจุดยืนที่ว่าทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดโง่ๆ มาบ้าง และกฎหมายก็ควรจะสะท้อนถึงความรุนแรงตามการกระทำผิดนั้น ในกรณีนี้ เขาเป็นแค่เด็กบริสุทธิ์ที่ผิดพลั้งไปเท่านั้นเอง จอห์น พระเอกของเรา เป็นชายธรรมดาในสถานการณ์พิเศษ ที่เขาต้องออกตัวเพื่อช่วยลูกชายตัวเอง”

snitch-articleพอบทเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โดยฝีมือของจัสติน เฮย์ธี จาก Revolutionary Road แจ็คสันก็ได้ ริค โรมัน วอห์ จาก Felon มากำกับ แม้ตัวหนังจะแตกต่าง แต่ก็เกี่ยวกับสถานการณ์ที่ไม่ยุติธรรมเช่นเดียวกัน “ความรู้เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย และความเข้าใจ ในระบบยุติธรรมของริคช่วยยกระดับหนังเรื่องนี้” แจ็คสันกล่าว “เขาพบสมดุลระหว่างแอ็คชัน และดรามา ริครับมือกับมันได้จริงๆ หนังเลยมีองค์ประกอบทุกอย่างสำหรับทุกคน คอนเซ็ปต์เรื่องนี้มีความเป็นสากล คุณที่เป็นพ่อแม่จะเสียสละตัวเอง และพยายามจะกำราบพวกคนชั่วช้าเพื่อช่วยลูกชายคุณเองรึเปล่า? พ่อแม่ส่วนใหญ่จะทำทุกอย่างเท่าที่ต้องทำเพื่อช่วยลูกของตัวเองและจอห์นก็เป็นตัวอย่างในเรื่องนั้น”

วอห์เริ่มปรับเปลี่ยนเรื่อง และตัวละครในเรื่อง “ผมเรียนรู้เรื่องจริงที่เป็นแรงบันดาลใจของบทหนังเรื่องนี้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วแก้บทใหม่ในแบบที่น่าจะทำให้ผู้ชมพอใจในแง่ของแอ็กชัน แต่ก็จะสมจริง คุณจะไม่ได้เห็นในสิ่งที่เหลือเชื่อเลย”

เขาตั้งใจที่จะหานักแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะหาได้ สำหรับจอห์น แมทธิวส์ เขาเล็งไปที่ดเวย์น จอห์นสัน “เขาเป็นตัวเลือกที่น่าตื่นตาตื่นใจ” ผู้กำกับบอก “ผมอยากจะร่วมงานกับเขามาตลอด ตอนที่ผมเซ็นสัญญาทำงานใน Snitch เขาเป็นตัวเลือกที่เข้าท่าที่สุด เราสามารถเสนอฉากแอ็คชันให้กับผู้ชมได้ แต่ก็ยังนำเสนอดเวย์นในบทบาทที่ให้ความสำคัญกับการแสดง ที่จะทำให้เขาได้ยืดเส้นยืดสาย และแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักแสดงที่เก่งกาจ”

บทนี้เข้ามาในช่วงรอยต่อสำคัญในอาชีพนักแสดงของจอห์นสัน วอห์กล่าวว่า “เขาเป็นนักแสดงบู๊ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนี้ แต่ใน Snitch เขาไม่ได้เล่นเป็นพระเอกนักบู๊ ผมอยากจะนำพระเอกที่น่ายำเกรงที่สุดในหนังปัจจุบันมาอยู่ในโลกที่แอ็กชันทุกอย่างสมจริง ถ้าคุณถูกยิง คุณจะตาย ถ้าคุณโดนแป๊บเหล็กตีเข้าที่หัว คุณก็จะมีอาการเข้าขั้นโคม่า เขาเป็นคนธรรมดาสามัญ ที่ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ เพื่อที่จะมีชีวิตรอด มันมีกฎของโลกแห่งความเป็นจริง ดังนั้น ทั้งกล้ามหรือขนาดไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือหัวใจ ความศรัทธา และความเต็มใจที่พ่อแม่จะทำทุกอย่าง เพื่อให้ลูกชาย หรือลูกสาวของเขาพ้นจากอันตรายต่างหาก”

SNITCHก่อนจะได้อ่านบทเรื่องนี้ จอห์นสันรู้แล้วว่าเขาจะได้ทำงานกับวอห์น “ตอนที่ริคมาหาผมพร้อมกับบท ผมก็รู้ว่ามันจะมีความสมจริงตามที่จำเป็น เรื่องมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ผมชื่นชอบ เขียนออกมาได้ดี มีตัวละครเยี่ยมๆ และเรื่องราวที่สมจริง ผมยังชื่นชอบการที่หนังพูดถึงเรื่องความรับผิดชอบส่วนตัว และความคิดของความรักที่พ่อมีให้กับลูกชาย และคนๆ หนึ่งจะทำเพื่อปกป้องครอบครัวของเขาได้ขนาดไหน ผมเชื่อว่าผมจะทำในแบบเดียวกันนี้เพื่อครอบครัวของผม ถ้าเป็นเพื่อลูกๆ ผมล่ะก็ ผมก็จะโกหก จะโกง จะขโมย ผมยอมฆ่าคนเพื่อปกป้องพวกเขาด้วยซ้ำครับ”

บทนี้เป็นบทที่ต้องใช้อารมณ์สูงสุดในอาชีพนักแสดงของจอห์นสัน “มันให้ความรู้สึกเป็นดรามามากกว่าผลงานที่ผ่านๆ มาของผม ตัวละครในแนวแอ็คชันมักจะถูกเขียนขึ้นในแบบเฉพาะ พระเอกจะต้องบู๊และกระตุ้นให้คนอื่นๆ เกิดแรงจูงใจ ในหนังเรื่องนี้ไม่มีพระเอกนักบู๊ซักคน จอห์น แมทธิวส์ไม่ได้พูดหรือทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ เขามีความคิดสับสนปนเปและมันก็ไม่แน่ชัดว่าเขาจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไรด้วยครับ”

สำหรับทีมผู้สร้างหวังว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นการพูดคุยกัน ถึงการปฏิรูปการกำหนดโทษขั้นต่ำ และการยกเลิกความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดบางประเภท “มีผู้คนมากมายที่ถูกจำคุกทั่วประเทศ ที่ไม่ได้เป็นผู้จำหน่าย หรือผู้ค้าจริงๆ” แจ็คสันกล่าว “บางคนเป็นพวกขี้ยา หลายคนทำผิดพลาดไป กฎหมายไม่ได้สมเหตุสมผลเสมอไป ยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศมากว่าห้าสิบปีแล้ว นี่ไม่ใช่หนังที่ผมจะเรียกว่า ‘หนังให้ข้อคิด’ ก็จริง แต่ผมคิดว่า เราควรจะพิจารณากฎหมายของเราอย่างจริงๆ จังๆ”

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.