Teal Album งานฟังเอาสนุก แบบสบายๆ ของ Weezer หนึ่งในผู้รอดตายจากยุคอัลเทอร์เนถีฟ

SHARE THIS
  • 108
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    108
    Shares

ตั้งวงกันที่แอลเอ. ในปี 1992 ออกอัลบัมแรกชื่อเดียวกับวง ที่ในตอนหลังถูกเรียกตามชื่ออัลบัมว่างานปกสีฟ้าในอีกสองปีถัดมา แล้วก็แจ้งเกิดได้อย่างงดงามในยุคที่ดนตรีอัลเทอร์เนถีฟรุ่งเรือง โดยมีมิวสิค วิดีโอเพลง “Buddy Holly” เป็นหัวขบวน ตามด้วยเพลงฮิต อย่าง “Undone – The Sweater Song” และ “Say It Ain’t So” แม้อัลบัมชุดต่อมา Pinkerton ในปี 1996จะล้มเหลวในเรื่องยอดขาย หลังจากได้รับเสียงวิจารณ์ไม่ดีนัก และตัวเพลงฟังหม่นมืดกว่างานชุดก่อนหน้า แต่ในอีกหลายๆ ปีผ่านมางานชุดนี้ก็ได้รับความนิยมในแบบคัลท์ และกลายเป็นงานที่ถูกกล่าวถึงเสมอเมื่อพูดถึงวงการเพลงในยุค 90

แม้จะมีการสับเปลี่ยนสมาชิกในวง แม้จะมีช่วงเวลาที่ห่างหายไปการออกผลงานยาวๆ อยู่บ้าง แต่วีเซอร์ก็พาตัวเองรอดพ้นผ่านช่วงเวลาอันหลากหลายของวงการเพลงมาได้จนถึงทุกวันนี้ พวกเขาก็มีอายุผ่านการทำงานไปแล้วถึง 25 ปี โดยมี ริเวอร์ คูโอโม กับแพทริค วิลสัน เป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งเพียงสองคนที่อยู่มาจนถึงวันนี้ ขณะที่ไบรอัน เบลล์ ก็อยู่กับวงมาตั้งแต่ปี 1993 มีอัลบัมออกมา 11 ชุด โดยชุดล่าสุดคือ Pacific Daydream เมื่อปี 2017

อัลบัมชุดนี้ ที่รู้จักกันในชื่อ Teal Album ก็คืองานชุดที่ 12 ของพวกเขา และเป็นหนที่ห้าแล้วที่พวกเขาปล่อยอัลบัมโดยไม่มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับอัลบัมเปิดตัว ที่กลายอัลบัมปกสีฟ้า แล้วก็มีอัลบัมปกสีเขียว (2001), ปกสีแดง (2008) และปกสีขาว (2016) แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือ งานชุดนี้จะไม่ใช่งานเพลงใหม่ แต่เป็นงานรวมเพลงคัฟเวอร์ เพลงดังๆ ในอดีต แบบยกชุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับแฟนๆ ของวง เพราะพวกเขาก็นิยมนำเอาเพลงป็อป คลาสสิกมากมายมาเล่นใหม่ทำใหม่ให้เห็นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น เอา “I’m a Believer” เพลงเก่าของ The Monkees มาร้องใหม่ให้หนัง Shrek หรือคัฟเวอร์ “You Might Think” ของ The Car ให้หนัง Cars 2

และในอัลบัมชุดนี้ ก็เป็นคิวของ “Africa” ของ Toto, “Everybody Wants to Rule the World” ของ Tears for Fears, “Sweet Dreams (Are Made of This)” ของ Eurythmics, “Take On Me” ของ a-ha, “Happy Together” ของ The Turtles, “Paranoid” ของ Black Sabbath, “Mr. Blue Sky” ของ Electric Light Orchestra, “No Scrubs” ของ TLC, “Billie Jean” ของ Michael Jackson และ “Stand by Me” ของ Ben E. King

ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเพลงในทางของร็อค งานจากยุค 80 ซึ่งแนวทางใกล้เคียงกับที่พวกเขาเป็น หรือเติบโตมาด้วย โดยเฉพาะเพลงในยุคนิว เวฟ อาทิ “Everybody Wants to Rule the World”, “Sweet Dreams (Are Made of This)”, “Take On Me” ที่พวกเขาเอามาทำเป็นร็อคที่มีบีทมีจังหวะจะโคน ซึ่งส่วนใหญ่จะฟังต่างจากเดิมเล็กน้อย และเก็บเสน่ห์ของเพลงต้นฉบับเอาไว้ อย่างเสียงซินธิไซเซอร์ปูข้างหลังของเพลง “Sweet Dreams (Are Made of This)”, ริฟฟ์จากคีย์บอร์ดส์ และบีทที่หนักแน่นใน “Take On Me”

แต่ก็มีบางเพลงที่ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ อย่าง “No Scrubs” ของทีแอลซี เกิร์ลกรุปสามชีวิต ที่โด่งดังมาในรุ่นๆ เดียวกับพวกเขา แต่เป็นในเส้นทางของอาร์แอนด์บี, โซล ที่พอมาเล่นเป็นวงแบบนี้ก็ให้ซาวนด์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนก็สนุกสนานไปอีกแบบ

ซึ่งความสนุกก็คือเสน่ห์ของงานคัฟเวอร์ชุดนี้ ที่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ผ่อนคลาย สบายๆ แม้ในเรื่องความเนี้ยบในเรื่องการเล่นดนตรี อาจจะย่อหย่อนไปนิด ดิบๆ แบบไปบ้าง แต่ก็เข้าใจว่า พวกเขาน่าจะทำงานชุดนี้ขึ้นมาเพื่อความสนุก ที่ตั้งแต่ปกก็สัมผัสถึงอารมณ์ขันแบบกวนๆ จากการแต่งตัวของสมาชิก เหมือนเป็นการรำลึกถึงดนตรีที่พวกเขาเติบโตมาหรือว่าฟังแล้วอยากเล่น อยากบรรเลง

และก็คงอยากให้คนฟังสนุกสนานไปกับพวกเขา ในแบบทำตัวสบายๆ ผ่อนคลายไปด้วยกัน ตั้งแต่ต้นจนจบ

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง Teal Album งานฟังเอาสนุก แบบสบายๆ ของ Weezer หนึ่งในผู้รอดตายจากยุคอัลเทอร์เนถีฟ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562


SHARE THIS
  • 108
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    108
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On