The Chopin Project โปรเจ็คท์เพลงจากงานของโชแปง กับอีกหนึ่งทางของการปรับแต่งดนตรีคลาสสิคัล

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เฟรเดอริค โชแปง เป็นหนึ่งในคีตกวีและมือเปียโนคลาสสิคัลในยุคโรแมนติค ที่สร้างผลงานระดับตำนานเอาไว้มากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานเดี่ยวเปียโน แต่ก็มีงานประพันธ์เพลงเปียโน คอนแซร์โต กับงานของวงแชมเบอร์อีก แต่ก็ไม่มากนัก แล้วก็ยังมีเพลงร้องที่เป็นภาษาโปลิชอีกด้วย

the chopin project DL

 

ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ หรือน่าประหลาดใจ เพราะอย่าลืมว่าตัวของโชแปง ได้ชื่อว่าเป็นนักเปียโนที่มีฝีมือดี มีการเล่นมีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้โน้ต, การถ่ายทอดอารมณ์ และการให้น้ำหนักกับการบรรเลง แล้วกับช่วง 18 ปีสุดท้ายในชีวิต ว่ากันว่าโชแปง เปิดแสดงในที่สาธารณะเพียงแค่ 30 ครั้งเท่านั้น ยิ่งแสดงให้เห็นว่า เขาเป็นคนที่เก็บตัว และสันโดษตัวเองจากสังคมขนาดไหน

ที่สำคัญงานของโชแปง คืองานที่สร้างคอนเส็ปท์งานดนตรี ในแบบเพลงบรรเลง บัลลาดขึ้นมา

และกับงานชุดนี้ The Chopin Project เป็นการนำเอาผลงานของโชแปง มาเรียบเรียงและเล่นใหม่ โดยศิลปินป็อป/ คลาสสิคัล ชาวไอซ์แลนดิค โอลาเฟอร์ อาร์นาลด์ส และนักเปียโนสาวเยอรมัน-ญี่ปุ่น อลิซ ซารา ออท โดยฝ่ายชาย-อาร์นาลด์ส เป็นคนที่ชอบงานของโชแปงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และโตมากับเพลงของโชแปงที่มีรูปแบบกำหนดชัดเจน ถูกบันทึกเสียงออกมาให้ฟังกันในรูปแบบเดิมๆ โดยไม่มีการปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่โลกมีการบันทึกเสียงอย่างจริงๆ จังๆ ขึ้นมา และวันหนึ่งเมื่อคิดได้ว่า ‘ถ้าไม่มีใครทำ เราก็จัดการซะเองซิ’ ทำให้เขากับออท จับมือกันทำงานชุดนี้ขึ้นมา

โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ใช่คนที่ตามงานของโชแปงอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นหากให้มองไปถึงงานต้นฉบับ ก็คงไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนเท่าไหร่ แต่กับที่ได้ยินในงานชุดนี้ นี่คือเพลงในอารมณ์ซึมลึก นุ่มนวล นิ่ง เหงาๆ ที่เสียงดนตรีจะพาอารมณ์และความรู้สึกของคนฟังให้ล่องลอยไปไกลๆ เป็นงานที่มาเพื่อสร้างบรรยากาศ มากกว่าจะเป็นการฟังเพื่อความไพเราะ แล้วยิ่งเป็นเพลงบัลลาด ช้าๆ เนิบๆ เพลงในอัลบั้มชุดนี้ ก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเปิดช่องให้ความคิดได้เดินทางไปในเวลาเดียวกัน

แม้จะเป็นเพลงของมือเปียโน แต่ก็ไม่ใช่ทุกเพลงที่ขายเปียโน บางเพลงก็คืองานเพลงบรรเลง ที่เครื่องดนตรีทุกส่วนร่วมกันสร้างบรรยากาศต่างๆ ให้เกิดขึ้น อย่าง Versus เพลงเปิดอัลบั้ม ก็คือเพลงที่เด่นในกลุ่มของพวกเครื่องสาย บางเพลงก็ให้เปียโนหนักมาเลย เช่น Piano Sonata No.3: Largo

นอกจากเครื่องดนตรีคลาสสิคัล อาร์นาลด์ยังเติมเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่าง ซินธิไซเซอร์ เข้ามาด้วย ทำให้บางเพลงมีซาวนด์ดนตรีแปลกๆ เข้ามาผสมผสาน และหลายๆ เพลงก็หยิบแค่บางส่วนในเพลงของโชแปง มาเรียบเรียบใหม่ (เห็นได้จากเครดิตที่ลงไว้ว่า Based On) อย่าง Piano Sonata No. 3 in B Minor, ip 58: III Largo ก็เป็นที่มาของเพลง Versus และ Written in Stone ซึ่งก็ทำให้ตัวเพลงกระชับ มีโครงสร้างที่เข้ากับยุคสมัย แต่ก็ไม่ได้หลุดไปจากความเป็นงานของโชแปง เพราะอย่างน้อย ตัวบรรยากาศ อารมณ์ ยังจับแม่น เกาะติดอยู่

ซึ่งก็น่าจะโดนใจคนที่ชอบงานเพลงเนิบๆ ให้อารมณ์ได้ทอดไปเรื่อยๆ

เสริมท้ายอีกนิด สำหรับมุมองของคนทำงาน ออทมองงานของโชแปงว่า เขียนเพื่อสภาวะต่างๆ ที่เป็นที่คุ้นเคยกันดี อย่าง ในห้องนั่งเล่น แล้วตัวโชแปงเองก็ชอบเล่นด้นสด ทำให้เกิดความหลากหลายในตัวเพลงเวลานำไปเล่นในที่ต่างๆ นอกจากนี้ ตอนที่เริ่มทำงาน อาร์นาลด์สกับออทได้ออกตามล่าหาเครื่องดนตรีที่มีเสียงเฉพาะตัวในแบบที่พวกเขาต้องการ ซึ่งบางชิ้นก็เพื่อนำมาสร้างบางสิ่งบางอย่างให้เกิดขึ้น ที่สำคัญเปียโนที่ใช้ จะเป็นเปียโนเก่า ที่อาจจะมีเสียงแปลกๆ บางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ในขั้นตอนของการมิกซ์ตามปกติ จะดึงเสียงพวกนี้ออกไป เช่น เสียงลิ่มเปียโนที่แตก หรือลมที่ลอดออกมา แต่งานชุดนี้ จะคงเอาไว้ ทำให้ตัวงานมีชั้นความหนาของดนตรี และเสียงที่แตกต่างไปจากงานชุดอื่นๆ

ลองฟังดูดีๆ ก็จะรู้สึกว่า เสียงเปียโนใน The Chopin Project มีบางอย่างที่ต่างไปจากเสียงเปียโนที่เคยได้ยินในงานชุดอื่นๆ จริงๆ

จากเรื่อง โปรเจ็คท์เพลงของโชแปง โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 27 พฤษภาคม 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On