Victorious อัลบั้มชุดใหม่ในวาระครบรอบ 10 ปี ของวงร็อคจากแดนจิงโจ้ Wolfmother

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วูล์ฟมาเธอร์ วงร็อคจากออสเตรเลีย แจ้งเกิดในวงการเพลงมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนด้วยอัลบั้มชื่อเดียวกันกับวง ที่ออกมาในปี 2005 และกลายเป็นรู้จักจากคอเพลงร็อคทั่วโลกกับผลงานเพลงที่ให้อารมณ์แบบงานร็อครุ่นเก๋า โดยมีซิงเกิลฮิตติดใจชาวร็อคมากถึง 6 เพลง ได้แก่ “Mind’s Eye”/”Woman”, “White Unicorn”, “Dimension”, “Woman”, “Love Train” และ “Joker & the Thief”

นอกจากงานเพลงจะมีลักษณะเฉพาะชัดเจน ภาพปกอัลบั้มก็วางตัวแตกต่างจากศิลปินรายอื่นๆ ด้วยการใช้ภาพวาดของ แฟรงค์ ฟราเซ็ตตา ซึ่งทำให้หลายๆ คนนึกถึงปกอัลบั้มของศิลปินในยุค 70 ที่นิยมใช้ภาพของจิตรกรกัน

หลังจากนั้น วูล์ฟมาเธอร์ มีอัลบั้มออกมาอีก 2 ชุด ได้แก่ Cosmic Egg (2009) และ New Crown (2014) แล้วในปีนี้ ปีที่พวกเขาอายุครบ 10 ปี วูล์ฟมาเธอร์กลับมากระหน่ำหัวใจชาวร็อคด้วยอัลบั้มที่ชื่อ Victorious งานชุดที่ 4 ที่มี เบรนแดน โอเบรียน โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่ทำงานให้กับศิลปินอย่าง บรูซ สปริงสทีน และ Pearl Jam มาด฿แลการผลิตให้ โดยแอนดรูว์ สต็อคเดล นักร้องนำและแกนนำคนสำคัญของวง เริ่มทำงานชุดนี้ตั้งแต่จบการทัวร์โปรโมทอัลบั้มชุดสาม New Crown ซึ่งกินเวลาตลอดปี 2014 โดยเขาทำหน้าที่เกือบทุกอย่างในวง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลง, ร้องนำ, เล่นกีตาร์, เล่นเบส ขณะที่มือเบสของวง เอียน เปเรส ทำหน้าที่เล่นคีย์บอร์ดส์ ส่วนกลองก็ได้มือกลองรับเชิญมาตีให้ และนอกจากโปรดิวซ์แล้ว โอเบรียนยังเล่นเครื่องดนตรีเสริมให้กับอัลบั้มอีกด้วย

“ถ้าผมรู้ว่าเขาทำอะไรลงไป ผมคงทำมันด้วยตัวเองแล้วล่ะ” สต็อคเดลพูดถึงการทำงานของโอเบรียน “ผมไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไร แต่เขาเป็นเหมือนกับพ่อมดแห่งสรรพเสียง แล้วก็วุ่นวายอะไรไม่รู้อยู่กับการทำงาน เขาทำให้ซาวนด์ในอัลบั้มชุดนี้ฟังดูเต็ม มันไม่ได้ฟังก๊องแก๊ง ซึ่งเขาทำได้เพราะความรู้จากการทำงานในห้องอัดกว่า 30 ปี”

เพลงใน Victorious ยังคงลายเซ็นของวูล์ฟมาเธอร์เอาไว้ได้อย่างชัดเจน เมื่อสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงอิทธิพลจากดนตรีร็อคในยุค 70 ถึง 80 ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ด ร็อค หรือว่าเฮฟวี เมทัล ไม่ว่าจะเป็น Black Sabbath, Queen, T. Rex, Led Zeppelin, MC5 หรือว่า Deep Purple

กับเรื่องราวเนื้อหาในเพลง สต็อคเดล เผยถึงสิ่งที่อยู่ในเพลง “Victorious” ซิงเกิลแรกและเพลงที่ใช้เป็นชื่ออัลบั้มว่า เกี่ยวกับ “ชัยชนะเล็กๆ ที่เรามี มันเป็นยิ่งกว่าสงคราม” ขณะที่เพลงอย่าง “Pretty Peggy” ก็ถูกบรรดานักวิจารณ์ทั้งหลายมองว่าเป็นเพลงรัก และ “City Lights” สต็อคเดลก็เขียนถึง “การใช้ชีวิตในเมืองชายหาดเล็กๆ ในออสเตรเลีย” แล้วได้ไปเยี่ยมเยียนเมืองใหญ่อย่างซิดนีย์ หรือว่าเมืองมหานครในที่ต่างๆ ของโลก แล้วไม่ใช่จะมีเพียงงานที่สต็อคเดลโซโลเดี่ยวเอง ในเพลงอย่าง “Gypsy Caravan” เขาก็ได้คราม มือกลองและนักร้องนำของวง Spiderbait มาร่วมแต่ง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันในแบบที่ไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวมาก่อน

“ผมเคยเอางานชุดนี้ให้เพื่อนๆ ฟัง” สต็อคเดล เล่าถึงการทำงานชุดนี้ “แล้วก็ได้เห็นว่าแต่ละคนรู้สึกยังไงกับมัน และได้เห็นด้วยว่าเพลงใน Victorious มันเอาพวกเขาอยู่ขนาดไหน ทั้งจังหวะ ทั้งเสียงร้องประสาน มันเกือบจะเป็นการมีชีวิตเป็นครั้งที่สอง ซึ่งผมไปขุดค้นมาจนเจอ ผมรู้สึกเท่กับมันจริงๆ”

และนี่คือการกลับมาในวาระครบ 10 ปี ของวูล์ฟมาเธอร์ กับอัลบั้มหมายเลข 4 ชื่ออัลบั้มเต็มไปด้วยความหมายดีๆ Victorious

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.