ค่ำคืนอันรื่นรมย์กับ Lauv นักร้อง-นักแต่งเพลงหนุ่ม ที่ฝีมือเกินตัว

SHARE THIS
  • 40
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    40
    Shares

มีอีพี Lost in the Light ออกมาตั้งแต่ปี 2015 แล้วก็ตามด้วยอัลบัมเต็มชุดแรก I met you when I was 18 (the playlist) เมื่อปีที่ผ่านมา ดูไม่เยอะแต่ก็มากพอจะทำให้อาริ สเตพรานส์ เลฟท์ หรือที่รู้จักกันในนาม ลาวฟ์ กลายเป็นที่รู้จักและชื่นชอบทั้งจากแฟนเพลง ทั้งศิลปินร่วมวงการ จนเชื้อชวนเขามาทำงานร่วมกัน อย่าง ดีเจ. สเนค จาก “A Different Way” หรือ จูเลีย ไมเคิลส์ กับ “There’s No Way” รวมถึงทรอย ซีแวน ใน “I’m So Tired…” ที่ล้วนทำให้ชื่อเสียงของลาวฟ์ขจรขจายไปมากขึ้น

ขณะที่การเป็นศิลปินเปิดคอนเสิร์ตให้กับหลายโชว์ของเอ็ด ชีแรน (รวมไปถึงที่บ้านเรา ในครั้งแรก) ก็ทำให้หนุ่มคนนี้ได้รับความสนใจมากกว่าเดิม จนไม่น่าแปลกใจที่คอนเสิร์ตเต็มๆ ของเขา เมื่อ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่มูนสตาร์ สตูดิโอ จะได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างดี โดยที่อย่าลืมว่า บัตรคอนเสิร์ตที่เปิดขายกันตั้งแต่นานนมนั้น ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน

งานนี้ลาวฟ์ให้ บูโลว์ (Bulow) นักร้องสาวเจ้าของอีพีชุด Damaged Vol. 1 เป็นศิลปินเปิดงาน ซึ่งจากที่เห็น แม้อายุอานามจะไม่มากนักแต่ก็สร้างความบันเทิงให้กับคนดูได้ดี และน่าจะได้แฟนๆ เพิ่มขึ้นจากงานนี้ไปไม่น้อย

พอสามทุ่มตรงเป๊ะก็เป็นเวลาของเจ้าของงานตัวจริง ที่เริ่มต้นโชว์ด้วย “Drugs & The Internet” โดยมีนักดนตรีแบ็คอัพอีกสองราย ในตำแหน่งกลองและคีย์บอร์ดส์ ซึ่งถูกวางตำแหน่งไว้ในห้องที่สร้างขึ้นมาบนเวที ดูเก๋และแปลกตาไม่น้อย รวมถึงเปิดให้เจ้าของโชว์ ครองเวทีไปเต็มๆ

เพลงที่สอง ลาวฟ์เล่นมุกด้วยการเปลี่ยนชื่อเมืองในเพลง “Paris in the Rain” เป็น bangkok ของเรานี่ละ ซึ่งก็ได้เสียงกรี๊ดกร๊าดจากแฟนๆ เป็นระยะๆ เพลงนี้ลาวฟ์ไม่ได้แค่ร้องแต่ยังเล่นกีตาร์ด้วยอีกต่างหาก และไม่ใช่แค่จะดูแลแต่คนข้างหน้า ในเพลงเศร้าๆ “The Story Never Ends” ลาวฟ์ก็ย้ายมาร้องบนเวทีเล็กบริเวณมิกเซอร์ ที่ก่อนจะขึ้นเพลง มีการขอให้ผู้ชมเงียบๆ และก็ได้รับความร่วมมือที่ดี แถมยังได้มากกว่านั้นอีก เพราะทุกคนในฮอลล์พากันเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์ ส่งให้บรรยากาศของเพลงนี้ดูโรแมนติกยิ่งขึ้น จบจากเพลงนี้ลาวฟ์ก็ไปต่อที่เวทีใหญ่ กับ “Superhero” ที่แสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของลาวฟ์ เมื่อเพลงนี้มีบรรยากาศแบบงานคันทรีโชยให้รู้สึกเบาๆ

ไม่ใช่ว่าแม่นแค่เรื่องดนตรี การแสดง เรื่องการโต้ตอบกับผู้ชม ลาวฟ์ก็ฉับพลัน ทันควัน อย่าง มีสาวๆ ตะโกนออกมาว่า “I Love You” เขาก็ตอบกลับแบบไม่ต้องรอนานเลยว่า “Me Too” หรือก่อนจะร้องเพลง “The Other” ที่เขาบอกเป็นเพลงสุดท้าย ผู้ชมบางรายไม่ยอมให้จบ ลาวฟ์ก็เล่นมุกกลับด้วยการบอกว่า “งั้นจะเล่นอีกแค่ครึ่งเพลงพอ”

การพูดจาเข้าเพลงก็เป็นธรรมชาติ มีอารมณ์ขัน มีเรื่องราว ชวนผู้ชมทำอะไรสนุกๆ ร่วมกับตัวเองเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะโบกไม้ โบกมือ หรือเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์ เช่นใน “I’m So Tired” เพลงที่เขาทำร่วมกับทรอย ซีแวน ที่เพิ่งมาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเราไปไม่นาน แล้วก็มีของขวัญให้ผู้ชม เป็นเพลงใหม่ที่ยังไม่ปล่อยออกมา ที่เจ้าตัวบอกว่าได้ไอเดียจากเกม The Sims ให้ฟัง และคงนับรวมการคัฟเวอร์เพลง “I Don’t Care” เพลงใหม่ของเอ็ด ชีแรนและจัสติน บีเบอร์เอาไว้ด้วยได้

หลัง “The Other” ลาวฟ์กลับมาส่งคนดูด้วย “Never Not” ที่แจกเสื้อพร้อมลายเซ็นให้ผู้ชม และ “I Like Me Better” ที่น่าจะทำให้ผู้ชมอิ่ม-ฟินกับโชว์เต็มๆ ครั้งแรกของเขาได้ไม่ยาก เพราะนอกจากเซ็ทลิสท์จะไล่อารมณ์ได้ดี ความหลากหลายของเพลงก็ทำให้โชว์ไม่หนืด ระบบเสียงก็ทำได้เยี่ยม ที่สำคัญเขาแข็งแรงพอสำหรับการแสดงบนเวที โดยนอกจากความสามารถทางดนตรี ลูกล่อลูกชนกับคนดู เสียงร้องก็มีเสน่ห์

และน่าจะทำให้หลายๆ คนอยากเปลี่ยนชื่อเพลงสุดท้ายในคืนนั้น เป็น “I Like You Better” ด้วยซ้ำไป

(คลิกชมรูปของคอนเสิร์ทนี้ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/pg/Sadaos/photos/?tab=album&album_id=10156923548347107)

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ค่ำคืนอันรื่นรมย์กับ Lauv นักร้อง-นักแต่งเพลงหนุ่ม ที่ฝีมือเกินตัว คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 22 พฤษภาคม 2562


SHARE THIS
  • 40
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    40
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On