Movie ReviewREVIEW

ดูมาแล้ว: RIKUOH ซีรีส์พลังนุ่ม ที่เต็มไปด้วยความความรู้สึกดี ๆ ความหวัง และจุดไฟในตัว

ซีรีส์ 10 ตอนจบที่ออกอากาศในญี่ปุ่นเมื่อปี 2560 แล้วมาขึ้นจอโทรทัศน์บ้านเรา (น่าจะเป็นครั้งแรก) ทางสถานีไทยพีบีเอสด้วยชื่อ “วิ่งสุดใจ ไปสุดฝัน” ตอนปี 2564 และล่าสุด (2568) ชมได้ทางเน็ตฟลิกซ์​ ที่หลังปล่อยให้ชมก็กลายเป็นกระแส แม้จะไม่ใช่ระดับทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ก็น่าจะมากกว่าตอนขึ้นจอทีวีสาธารณะแน่ ๆ ซึ่งแสดงเป็นนัย ๆ ถึงการเสพความบันเทิงในบ้านเรายุคนี้ว่า ช่องทางไหนที่ส่งผลกระทบกับผู้บริโภคได้มากกว่ากัน สถานีโทรทัศน์เครือข่ายแบบเดิม ๆ หรือบริการสตรีมิงที่ต้องจ่ายเงินชมกันรายเดือน

นอกจากเรื่องความนิยมในการรับชม ตัวซีรีส์ก็เข้ากันดีกับบ้านเราเมืองเราที่ (เคย) เห่อกับ “พลังนุ่ม” สุด ๆ ถึงขั้นจัดเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการใหญ่โต แต่ตอนนี้ผู้มีอำนาจดูเหมือนจะไม่สนุกด้วยแล้ว เพราะได้ของเล่นใหม่ เอนเทอร์เมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่มีคาสิโนเพียง 10% แต่ย้ำจังว่า ไอ้ 10% นี่ละจะนำความเฟื่องฟูรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้ประเทศชาติ ว้าว! มาแทน

เมื่อเรื่องราวของ “วิ่งสุดใจ ไปสุดฝัน” หรือ “Rikuoh” ว่าด้วยบริษัททำรองเท้าทาบิ (Tabi- รองเท้าพื้นบ้านญี่ปุ่น ที่แยกนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วอื่น ๆ) เล็ก ๆ ที่เรียกว่าเอสเอ็มอี (SME) ก็คงได้ ของมิยาซาวะ โคอิจิ (Miyazawa Koichi รับบทโดยยาคุโช โคจิ -Yakusho Koji จากหนัง ‘Perfect Days’) ผู้บริหารรุ่น 4 ของบริษัทกำลังเผชิญสารพัดปัญหา โดยเขาต้องหาทางพากิจการและพนักงานร่วม 20 คน ตลอดจนครอบครัวฝ่าไปให้ได้

เรื่องธุรกิจบริษัทเจอยอดขายตกลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นของที่พ้นยุคพ้นสมัยไปแล้ว คนจะซื้อใส่ก็โน่น… ตอนมีเทศกาลสำคัญ ๆ, เครื่องไม้เครื่องมือก็เก่าแก่ เสียทีก็วุ่นเพราะหาอะไหล่แทบไม่ได้, เงินทุนขยายกิจการก็มีไม่มาก

เรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ของเขากับลูกชายที่เป็นพนักงานบริษัทด้วย ก็มีกำแพงขวางกั้น และส่งผลกับเรื่องการทำงาน

แต่พอได้คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของธนาคาร-ซาคาโมโตะ ทาโร (Sakamoto Taro รับบทโดย ชุนซูเกะ คาซามะ-Shunsuke Kazama) ให้ทำสินค้าใหม่ แล้วได้เห็นรองเท้าวิ่ง 5 นิ้วของไวแบรม (Vibram) บวกแรงหนุนจากเจ้าของร้านขายเครื่องกีฬา โคอิจิเลยคิดพัฒนารองเท้าทาบิ สินค้าพื้นบ้านที่ “ญี่ปุ้น-ญี่ปุ่น” สุด ๆ เป็นรองเท้า “วิ่ง” ทาบิ

ตลอดทั้งเรื่อง ถ้ามองข้ามเรื่องการล้มลุกคลุกคลานทางธุรกิจ มองที่ตัวสินค้าต้นเรื่อง (โดยอย่าลืมว่า ซีรีส์มีมิซูโน (Mizuno) บริษัทเครื่องกีฬาญี่ปุ่นเป็นแบ็ค) ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ‘Rikuoh’ ก็ละม้ายงานโฆษณาชวนเชื่อ ที่พูดเบา ๆ หน่อยก็คือ การประชาสัมพันธ์ รองเท้าทาบิ ไม่ว่าจะเป็นทาบิโบราณ หรือรองเท้าวิ่งทาบิที่กำลังพัฒนา (ซึ่งไม่มีจริง) ชนิดดูจบก็อยากไปหามาใส่บ้าง ทั้งในเรื่องคุณค่าทางจิตใจที่มีต่อสังคมญี่ปุ่น ซึ่งเล่าผ่านความสัมพันธ์ของผู้คนในโรงงาน ความต้องการรองเท้าในบางช่วงเวลา ทั้งเรื่องคุณสมบัติในการใช้งาน การเดินทางของสินค้าที่เก่า-เอาต์-เชยครบไปสู่โลกใหม่ที่เป็นไปได้ หากพัฒนากันอย่างจริงจัง ให้คุณค่า ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะถ้าพื้นฐานดีอยู่แล้ว ก็นำวัตถุดิบที่ล้ำไปตามเทคโนโลยีมาปรับใช้ โดยคงลักษณะเด่น เอกลักษณ์เดิม คุณสมบัติดี ๆ เอาไว้ได้

แล้วนอกจากจะถูกพัฒนาเป็นรองเท้าวิ่ง เจ้ารองเท้าวิ่งทาบิยังช่วยเรื่องการปรับท่าวิ่ง ซึ่งเป็นไปตามคุณสมบัติของรองเท้าทาบิโบราณ ที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บได้ด้วย

ไม่ใช่แค่ “ขาย” รองเท้าทาบิแบบจัดหนัก ซัดเต็ม ‘Rikuoh’ ยังขายกิจกรรมวิ่งที่เฟื่องฟูมากในญี่ปุ่นไปพร้อม ๆ กัน จากที่เฟซบุ๊กเพจ About Marathon รายงาน 47 จังหวัดของญี่ปุ่นล้วนมีงานวิ่งมาราธอนของตัวเอง และบางแห่งก็มีมากกว่า 1 งาน แล้วบางงานที่ดูเป็นงานระดับจังหวัดอย่าง โอกายามา มาราธอน 2025 (Okayama Marathon 2025) แค่เปิดรับสมัครเฉพาะคนพื้นที่ก็มีผู้สมัครกว่า 12,000 คน ทั้งที่มีโควต้าแค่ 2,000 คน, โอซากา มาราธอน 2025 (Osaka Marathon 2025) ซึ่งผู้สมัครยังไม่ฟื้นเท่าช่วงก่อนวิกฤตโควิด ก็ยังมีคนสมัครกว่า 6 หมื่นคน!, งานระดับอินเตอร์เมเจอร์ โตเกียว มาราธอน 2025 (Tokyo Marathon 2025) แค่นักวิ่งต่างชาติก็มีกว่า 17,100 คน ทำเงินสะพัดในญี่ปุ่น 78,726 ล้านเยนหรือเกือบ 2 หมื่นล้านบาท มากกว่าทุนจัดงานถึง 13.5 เท่า แล้วว่าเฉพาะโตเกียว จะมีเงินหมุนเวียนถึง 56,232 พันล้านเยน

ใครที่ชมนอกจากอยากมีรองเท้าทาบิสักคู่ฉันใด ก็ย่อมอยากออกไปวิ่งฉันนั้น แล้วหากอยากลงงานวิ่งต่างแดนสักงาน สักมาราธอนที่ญี่ปุ่นก็แว้บเข้าหัวทันที เมื่อเต็มไปด้วยสีสันของกองเชียร์แบบคนทั้งเมืองออกมาให้กำลังใจ ความเร้าใจของการแข่งขัน เช่นที่เห็นในเรื่อง

‘Rikuoh’ ยังมีความเป็นญี่ปุ่นมาขาย (หรือนำเสนอ) ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็น “เสมอ” ในงานจากประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็น การเล่าเรื่อง, แนวคิด, ทัศนคติ, ความสัมพันธ์ของผู้คน, ลักษณะของตัวละคร, วิธีการทำธุรกิจ ที่อย่างหลังมีเปรียบเทียบกับตะวันตก ผ่านการต่อสู้และกระบวนการทางธุรกิจระหว่างบริษัทของโคอิจิกับบริษัทจากตะวันตก ซึ่งมุมมองแตกต่างกันคนละขั้ว แล้วโดยสำหรับคนญี่ปุ่นเอง ซีรีส์น่าจะให้ความรู้สึกปลุกเร้าความเป็นชาตินิยม (ที่มาตั้งแต่การใช้รองเท้าทาบิเป็นตัวตั้ง) กระตุ้นให้คนในชาติหรือธุรกิจท้องถิ่นหาทางรับมือการมาถึงของสินค้าต่างแดน ที่พร้อมเรื่องกำลังเงิน กำลังคน เทคโนโลยี มากกว่า โดยต้องวางแผนที่ดี สนับสนุน และจับมือกัน เช่น ที่บริษัทซึ่งปิดไปแล้ว ยินดีมอบอุปกรณ์เก่า ๆ ให้โคอาจิ หรือการที่ธนาคารยอมปล่อยสินเชื่อให้บริษัท

นี่คืองานบันเทิงที่ใช้ “พลังนุ่ม” เพื่อขายสินค้าของชาติอย่างเต็มที่ สิ่งของ-กิจกรรม-ความเป็นตัวเอง ประเดประดังกันขนาดนี้ย่อมไม่พ้นจะรู้สึกถึง “การยัดเยียด” หรือว่ากันแบบนุ่ม ๆ ก็คือ “จงใจ” การเล่าเรื่องก็ไม่มีเซอร์ไพรส์ คาดเดาอะไรได้ไม่ยาก หักมุมก็มี พลิกผันก็มา แต่หลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คลี่คลายอย่างง่ายดาย โคอิจิมีตัวช่วยยื่นมือให้จับ ส่งบันไดให้ขึ้น จนรอดจากสถานการณ์คับขันอยู่ตลอดเวลา แต่กลับไม่ได้รำคาญตา รำคาญอารมณ์ ดูไม่น่าเบื่อ ตรงกันข้ามกลับเกาะไปกับเรื่องราวไม่วางตา จนชมซีรีส์ 10 ตอนที่ยาวราว ๆ ตอนละชั่วโมงเรื่องนี้จบโดยใช้เวลาไม่กี่วัน

แรงขับสำคัญก็ไม่พ้น การเล่าเรื่องที่ลื่นไหล เพลิน สนุก การโยนอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่าให้โคอิจิรับมือ แม้จะรู้ว่ายังไงก็รอด แต่ที่ไม่รู้ก็คือ จะพ้นยังไง? ทำอีท่าไหน มีอะไรมาช่วย? นักแสดงรับ-ส่งกันได้ดี เคมีตรงกัน ตัวละครมีเสน่ห์ มีความสำคัญกับเรื่อง ถึงจะไม่ใช่โดยรวม หากอย่างน้อยในบางสถานการณ์ บางแง่มุม ก็มีช่วงที่ทำให้ตัวเองเป็นที่จดจำ อย่าง พนักงานไม่่ว่าจะตัวเล็ก ๆ หรือพวกผู้บริหาร ที่บางคนก็เคยเห็นภาพคล้าย ๆ กันนี้ที่จบลงตรงความล้มเหลวมาแล้ว โดยตัวละครรายนี้ที่เป็นสายอนุรักษ์นิยมเต็มร้อย ถูกนำมาใช้คานอำนาจ สร้างความขัดแย้งกับตัวละครอื่น ๆ หรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อคนใหม่ที่ดูเลือดเย็น ซึ่งกลายเป็นตัวปัญหาให้โคอิจิ เป็นคนที่คนดูระแวดระวังว่า เมื่อไหร่จะแว้งกัดโคอิจิ ก่อนที่ตัวตนข้างในของเขาจะกลายเป็นอีกจุดหักมุมเรื่อง

รู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่ ‘Rikuoh’ ไม่ถูกนำเสนอแบบงานซีเรียสเอาตาย เพราะตัวเรื่อง ปม ประเด็น พร้อมไปในทิศทางนั้น ซึ่งน่าจะทำให้ซีรีส์เข้มข้น จริงจัง ไม่ใช่งานฟีลกู๊ด ให้ความหวัง ให้กำลังใจเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะคนที่โดนสารพัดปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่องชีวิตถาโถมใส่ อย่างที่เป็น แต่ในอีกมุมถ้าเป็นงานดุ ๆ ตามสูตรงานดรามาเข้มจัด การรอดจากสถานการณ์ต่าง ๆ แบบชิลล์ ๆ ของโคอิจิ ย่อมไม่พ้นเป็นรูเบ้อเร่อของบท ไม่พ้นทำให้ดูน่าเบื่อ ไม่ใช่ซีรีส์ที่ดูเพลิน สนุก ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่งคนดูปิดโทรทัศน์ด้วยความรู้สึกดี ๆ มีไฟในตัว ตามแบบฉบับงานฟีลกู๊ด สร้างแรงบันดาลใจ

และแน่นอนอยากคลิกกูเกิล เสิร์ชหาร้านขายรองเท้าทาบิ คิดออกวิ่ง เมื่อรองเท้าที่สั่งจากแอปป์ส้มหรือม่วงส่งมาถึง

ย้ำอีกครั้ง… ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเป็นไปโดยบังเอิญ นี่คืองานที่มีพลังนุ่ม แรงจัด ซัดหนัก ที่ทำได้อย่างลงตัว ไม่ประดักประเดิด แบบชุดที่ทั่นผู้นำหญิงบางประเทศพยายามแต่งใส่ โดยใช้ผ้าประจำชาติ แต่กลายเป็นความกระเปิ๊ปกระป๊าปแทบทุกครั้ง

เอ้า…. รองเท้าทาบิ คู่ละ 3 พันกว่าเลยเหรอ…

ข้อมูลภาพยนตร์:
กำกับ: ฟูกูซาวะ คัตซูโอะ, ทานากะ เคนตะ เขียนบท: ฮิโรยูกิ ยัตซุ จากเรื่องของจุน อิเคโดะ นักแสดง: ยาคุโช โคจิ, ยามาซากิ เคนโตะ, เทราโอะ อะกิระ, ทาเคอูชิ เรียวมะ, โคทาโร ชิกะ, กาคุ ซาโนะ, ชุนซูเกะ คาซามะ, พีแอร์ ทากิ, คาซูโตโย โคซาบุ, อุดันจิ อิชิกาวะ

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 36 ฉบับที่ 4 พฤษภาคม 2568

ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:Movie Review

Comments are closed.